ทนายสาธิต วัชรภรณ์ {ROLEPLAY Ch3plus} เขียนนิยายเป็นงานอดิเรก ผมชื่อ สาธิต วัชรภรณ์ อายุ 27 ปี ทำงานเป็นทนายความที่ S.W.P LAWWORKS CO., LTD. ชอบ ญ แท้ อาย 18-35

พ่อมดในจักรวาลที่สอง
Joined November 2021
ทวีตแอคหลักนี้ หมดปัญหาล่ะ ตั้งแต่ 13 เมษา ที่โดนแบน เห้อ รอดมาได้ ปสด.มากกกกก พอแอคหลักเขียวหมด เอาจริงๆ ก็กลับมาเล่นได้แหละ โฟกัสที่ชีวิตตัวเองน่ะ ตัวฉัน มีความสุขให้มากๆ
1
2
3,829
Sathit Wadcharaporn retweeted
แก้ปัญหาพวกขี้กังวล พวก Perfectionists ที่ชอบเครียดล่วงหน้า - ส่วนใหญ่เรื่องที่กังวลมักไม่ค่อยเกิด - ถ้ากังวลแล้วคำตอบไม่เปลี่ยน อย่าคิดถึงอีก - ถ้ากังวลแล้วยังไม่ได้คำตอบ ก็พักไว้ก่อน - ลงมือเขียนออกมา - ถ้าเครียดตอนกลางคืน นอนซะ ตื่นมาหาย - ก่อนจะกังวล ลองขยับทำอะไรดูก่อน
1
5,850
25
5,760
151,137
Sathit Wadcharaporn retweeted
อยากฟัง ใครที่มี ปสก.เกี่ยวกับการดูแลพ่อแม่ ในวัยชรา ติดเตียง หรือ การดูแลคนในบ้าน ในช่วงที่ยากลำบาก ผ่านกันไปยังไง และ ในช่วงที่ผ่านพ้นไป ชีวิตเป็นอย่างไรหลังจากนั้นบ้างคะ ตอนนี้หนึ่งก็แลคนที่บ้าน พ่อติดเตียง น้องเป็นพิเศษ (ออทิสติก) ตัวเองทำงานกรุงเทพ เพื่อส่งเงินไปจ้างคนที่เลี้ยงดูที่บ้าน คนที่ผ่านมาได้ คุณเก่งมากๆนะคะ
9
22
3
63
16,935
ตา มล ประดับแอคไว้
43
มีอะไรที้เรารู้สึกว่าเราทำพลาดไปในชีวิต แล้วอยากแชร์ให้คนอื่นไม่พลาดแบบเราไหมคะ ของเราน่าจะเป็นช่วงที่รู้ว่าพ่อป่วยเป็นมะเร็งระยะลุกลาม นับจากวันที่เรารู้ เราเหมือนคนไม่มีความสุขตลอดเวลา เราจมอยู่กับความทุกข์มาก มากจนเราลืมไปว่า โรคนี้มันแพ้ความสุข เราควรที่จะยิ้ม หัวเราะกับพ่อมากกว่านี้ เพราะชีวิตเค้าคือนับถอยหลังแล้ว เราควรถ่ายรูป ถ่ายคลิปกับเค้าเยอะ ๆ เก็บเสียงเค้าไว้เยอะ ๆ ไว้ดูตอนคิดถึง ถ้าใครเจอเหตุการณ์แบบนี้ อย่าลืมใช้ทุกวินาทีด้วยกันด้วยรอยยิ้มนะคะ เก็บภาพ อัดเสียง ถ่ายวิดีโอไว้เยอะ ๆ ไว้ดูตอนคิดถึงนะคะ
1
12
15
1,064
Sathit Wadcharaporn retweeted
มีโควทไหนที่อ่านแล้วชอบมากๆ
มาแชร์ประโยคดีๆกันนน💭
1
365
4
464
14,146
นั่นแหละ ฉันกลัวและกังวลทุกๆอย่าง.
มีโควทไหนที่อ่านแล้วชอบมากๆ
มาแชร์ประโยคดีๆกันนน💭
1
19
19
803
ตัวเอง
🌻ถึงคนอายุ 30+ ปีทุกคนที่อ่านข้อความนี้ ยินดีต้อนรับสู่วัยที่โลกเริ่มเต็มไปด้วยเฉดสีเทา วัยที่คุณไม่ได้ตื่นเต้นกับวันเกิดเหมือนตอนเด็ก และไม่ได้มองอนาคตด้วยความฝันอันเลื่อนลอยแบบตอนวัยรุ่นอีกต่อไป หากช่วงนี้คุณรู้สึกเหนื่อยล้า แปลกแยก หรือรู้สึกว่าชีวิตมันช่างซับซ้อนกว่าที่คิด... ขอให้รู้ไว้ตรงนี้เลยว่า "คุณไม่ได้เผชิญสิ่งนี้อยู่คนเดียว" ช่วงอายุ 30–35 ปีนี้ แท้จริงแล้วคือ "ยุคทองแห่งการพัฒนาตัวเอง"อย่างแท้จริง เป็นช่วงวัยที่คุณเริ่มตกตะกอนเรื่องราวต่าง ๆ มีความนิ่งพอที่จะมองเห็นข้อบกพร่องของตัวเอง และมีความกล้าพอที่จะปรับเปลี่ยนเพื่อเติบโต ไม่ว่าจะเป็นการจัดระเบียบชีวิตใหม่ การดูแลสุขภาพ ร่างกาย และจิตใจให้แข็งแรงขึ้น หรือการค้นหาความสุขในแบบที่เรียบง่ายแต่ยั่งยืน มันไม่ใช่เวลาแห่งความร่วงโรย แต่เป็นช่วงเวลาที่คุณได้เรียนรู้และออกแบบชีวิตในเวอร์ชันที่ดีและเข้าใจตัวเองมากที่สุด ความสุขเปลี่ยนรูป จากการตามหา "ความสำเร็จยิ่งใหญ่" ในสายตาคนอื่น เหลือเพียงการตามหา "ความสงบทางใจ" ในพื้นที่เล็ก ๆ ของตัวเอง ความสัมพันธ์คัดกรองตัวเอง คุณจะเริ่มเข้าใจว่า การมีเพื่อนน้อยลงไม่ใช่เรื่องแปลก แต่มันคือการคัดเลือกคุณภาพเหนือปริมาณ คนที่อยู่คือคนที่เข้าใจ ส่วนคนที่จากไปคือบทเรียน ร่างกายเริ่มฟ้อง สมัยอายุ 20 ต้น ๆ นอนตีสามแล้วตื่นเช้าไปทำงานได้ชิล ๆ แต่วัยนี้แค่นอนดึกคืนเดียว ร่างกายอาจส่งสัญญาณประท้วงยาวไปอีกสามวัน ปล่อยผ่านเสียงด้อยค่า และอยู่กับคนเห็นคุณค่า เมื่อเราเดินทางมาถึงวัยนี้ บางครั้งเราอาจยังเจอเสียงวิพากษ์วิจารณ์ หรือคำพูดเปรียบเทียบจากคนรอบข้างที่พยายามเอาไม้บรรทัดของพวกเขามาวัดความสำเร็จของเรา หากเจอใครมาด้อยค่าคุณในวัยนี้จงจำไว้ว่าเสียงของพวกเขาไม่มีผลอะไรกับคุณค่าในตัวคุณเลย อย่าเสียเวลาชีวิตอันมีค่าไปกับการอธิบาย พิสูจน์ตัวเอง หรือเก็บเอาคำพูดแย่ ๆ ของคนที่ไม่เห็นคุณค่าในตัวเรามาใส่ใจ โลกนี้กว้างใหญ่เกินกว่าจะเอาเวลาไปคบค้าหรือแคร์คนที่ไม่รู้วิธีสนับสนุนเรา จงเลือกอยู่ท่ามกลาง "คนที่เป็นพลังใจและเห็นคุณค่าในตัวเรา" คนที่พร้อมจะเติบโต ยิ้มหัวเราะ และโอบกอดในวันที่เราเหนื่อยล้าไปพร้อมกัน จงใจดีกับตัวเองให้มาก ๆ ในวัยนี้ เรามักแบกความคาดหวังจากหลายทิศทาง ทั้งเรื่องงาน ความมั่นคงในชีวิต ครอบครัว หรือแม้แต่เสียงสะท้อนจากอดีตที่คอยบอกว่าเราควรจะไปได้ไกลกว่านี้ แต่อย่าลืมว่า ไม่มีเส้นตายที่ถูกต้องที่สุดสำหรับชีวิตใคร บางคนเติบโตตอนอายุ 25 บางคนเพิ่งค้นพบตัวเองตอน 35 และอีกหลายคนเพิ่งเริ่มต้นใหม่ตอน 40 ทุกจังหวะชีวิตมีความงดงามในแบบของมันเอง ถ้าวันนี้คุณยังไม่มีบ้านหลังใหญ่ รถคันโต หรือเงินเก็บหลักล้านตามที่สังคมขีดเส้นไว้... ไม่ได้แปลว่าคุณล้มเหลว แต่มันแปลว่าคุณกำลังใช้ชีวิตในแบบที่มนุษย์คนหนึ่งจะประคับประคองตัวเองให้รอดปลอดภัยในโลกที่หมุนเร็วใบนี้ได้ ก็เก่งมากแล้ว ของขวัญสำหรับวันนี้ อยากชวนให้คุณลองวางภาระหนักอึ้งลงสักห้านาที แล้วหันมาขอบคุณตัวเอง ขอบคุณร่องรอยประสบการณ์ที่ทำให้คุณเป็นคุณในวันนี้—คนที่เข้มแข็งขึ้น ฉลาดขึ้น และรู้จักโอบกอดตัวเองได้ดีกว่าเดิม ขอให้จำไว้ว่า อายุ 30+ ไม่ใช่จุดเริ่มต้นของความร่วงโรย แต่คือช่วงเวลาที่คุณได้ครอบครอง "อิสรภาพทางใจ" มากที่สุดต่างหาก ใช้ชีวิตให้ช้าลงหน่อย ยิ้มให้กว้างขึ้นอีกนิด และจำไว้เสมอว่าคุณทำดีที่สุดแล้ว ( :
39
Sathit Wadcharaporn retweeted
🌻ถึงคนอายุ 30+ ปีทุกคนที่อ่านข้อความนี้ ยินดีต้อนรับสู่วัยที่โลกเริ่มเต็มไปด้วยเฉดสีเทา วัยที่คุณไม่ได้ตื่นเต้นกับวันเกิดเหมือนตอนเด็ก และไม่ได้มองอนาคตด้วยความฝันอันเลื่อนลอยแบบตอนวัยรุ่นอีกต่อไป หากช่วงนี้คุณรู้สึกเหนื่อยล้า แปลกแยก หรือรู้สึกว่าชีวิตมันช่างซับซ้อนกว่าที่คิด... ขอให้รู้ไว้ตรงนี้เลยว่า "คุณไม่ได้เผชิญสิ่งนี้อยู่คนเดียว" ช่วงอายุ 30–35 ปีนี้ แท้จริงแล้วคือ "ยุคทองแห่งการพัฒนาตัวเอง"อย่างแท้จริง เป็นช่วงวัยที่คุณเริ่มตกตะกอนเรื่องราวต่าง ๆ มีความนิ่งพอที่จะมองเห็นข้อบกพร่องของตัวเอง และมีความกล้าพอที่จะปรับเปลี่ยนเพื่อเติบโต ไม่ว่าจะเป็นการจัดระเบียบชีวิตใหม่ การดูแลสุขภาพ ร่างกาย และจิตใจให้แข็งแรงขึ้น หรือการค้นหาความสุขในแบบที่เรียบง่ายแต่ยั่งยืน มันไม่ใช่เวลาแห่งความร่วงโรย แต่เป็นช่วงเวลาที่คุณได้เรียนรู้และออกแบบชีวิตในเวอร์ชันที่ดีและเข้าใจตัวเองมากที่สุด ความสุขเปลี่ยนรูป จากการตามหา "ความสำเร็จยิ่งใหญ่" ในสายตาคนอื่น เหลือเพียงการตามหา "ความสงบทางใจ" ในพื้นที่เล็ก ๆ ของตัวเอง ความสัมพันธ์คัดกรองตัวเอง คุณจะเริ่มเข้าใจว่า การมีเพื่อนน้อยลงไม่ใช่เรื่องแปลก แต่มันคือการคัดเลือกคุณภาพเหนือปริมาณ คนที่อยู่คือคนที่เข้าใจ ส่วนคนที่จากไปคือบทเรียน ร่างกายเริ่มฟ้อง สมัยอายุ 20 ต้น ๆ นอนตีสามแล้วตื่นเช้าไปทำงานได้ชิล ๆ แต่วัยนี้แค่นอนดึกคืนเดียว ร่างกายอาจส่งสัญญาณประท้วงยาวไปอีกสามวัน ปล่อยผ่านเสียงด้อยค่า และอยู่กับคนเห็นคุณค่า เมื่อเราเดินทางมาถึงวัยนี้ บางครั้งเราอาจยังเจอเสียงวิพากษ์วิจารณ์ หรือคำพูดเปรียบเทียบจากคนรอบข้างที่พยายามเอาไม้บรรทัดของพวกเขามาวัดความสำเร็จของเรา หากเจอใครมาด้อยค่าคุณในวัยนี้จงจำไว้ว่าเสียงของพวกเขาไม่มีผลอะไรกับคุณค่าในตัวคุณเลย อย่าเสียเวลาชีวิตอันมีค่าไปกับการอธิบาย พิสูจน์ตัวเอง หรือเก็บเอาคำพูดแย่ ๆ ของคนที่ไม่เห็นคุณค่าในตัวเรามาใส่ใจ โลกนี้กว้างใหญ่เกินกว่าจะเอาเวลาไปคบค้าหรือแคร์คนที่ไม่รู้วิธีสนับสนุนเรา จงเลือกอยู่ท่ามกลาง "คนที่เป็นพลังใจและเห็นคุณค่าในตัวเรา" คนที่พร้อมจะเติบโต ยิ้มหัวเราะ และโอบกอดในวันที่เราเหนื่อยล้าไปพร้อมกัน จงใจดีกับตัวเองให้มาก ๆ ในวัยนี้ เรามักแบกความคาดหวังจากหลายทิศทาง ทั้งเรื่องงาน ความมั่นคงในชีวิต ครอบครัว หรือแม้แต่เสียงสะท้อนจากอดีตที่คอยบอกว่าเราควรจะไปได้ไกลกว่านี้ แต่อย่าลืมว่า ไม่มีเส้นตายที่ถูกต้องที่สุดสำหรับชีวิตใคร บางคนเติบโตตอนอายุ 25 บางคนเพิ่งค้นพบตัวเองตอน 35 และอีกหลายคนเพิ่งเริ่มต้นใหม่ตอน 40 ทุกจังหวะชีวิตมีความงดงามในแบบของมันเอง ถ้าวันนี้คุณยังไม่มีบ้านหลังใหญ่ รถคันโต หรือเงินเก็บหลักล้านตามที่สังคมขีดเส้นไว้... ไม่ได้แปลว่าคุณล้มเหลว แต่มันแปลว่าคุณกำลังใช้ชีวิตในแบบที่มนุษย์คนหนึ่งจะประคับประคองตัวเองให้รอดปลอดภัยในโลกที่หมุนเร็วใบนี้ได้ ก็เก่งมากแล้ว ของขวัญสำหรับวันนี้ อยากชวนให้คุณลองวางภาระหนักอึ้งลงสักห้านาที แล้วหันมาขอบคุณตัวเอง ขอบคุณร่องรอยประสบการณ์ที่ทำให้คุณเป็นคุณในวันนี้—คนที่เข้มแข็งขึ้น ฉลาดขึ้น และรู้จักโอบกอดตัวเองได้ดีกว่าเดิม ขอให้จำไว้ว่า อายุ 30+ ไม่ใช่จุดเริ่มต้นของความร่วงโรย แต่คือช่วงเวลาที่คุณได้ครอบครอง "อิสรภาพทางใจ" มากที่สุดต่างหาก ใช้ชีวิตให้ช้าลงหน่อย ยิ้มให้กว้างขึ้นอีกนิด และจำไว้เสมอว่าคุณทำดีที่สุดแล้ว ( :
1
46
1
45
2,257
Sathit Wadcharaporn retweeted
บ่ายนี้ไม่รู้จะไปไหน กลับไป ฟีนิกซ์แกรนบอลลูม กันค่ะ 🙏ขอบคุณคลิปสวยๆจาก k.เปิ้ล ค่ะ #พีคมิ้นท์ #PeakMint
1
38
1
68
1,378
Sathit Wadcharaporn retweeted
Full video of Emma Watson intro to Tenzin Seldon at the NAT GALA 2026.
3
68
6
889
21,850
และนี่สิง Reddit เยอะมาก 5555 ปห.เดิมซำ้ๆ เช่น อิพวกผชเตี้ย แม่งร้องทั้งวัน ผมเตี้ยไปไหม 55555
TikTok ส่งผลต่อผู้หญิงมากกว่าชาย Reddit ส่งผลต่อชายมากกว่าหญิง การศึกษาในกลุ่มวัยรุ่นและผู้ใหญ่ตอนต้นจำนวน 575 คน ผ่านการทำแบบสำรวจออนไลน์ เพื่อดูว่าเวลาที่ใช้บนแพลตฟอร์มยอดนิยมต่างๆ สัมพันธ์กับสุขภาพจิตอย่างไร โมเดลการวิเคราะห์แยกชายหญิงชี้ให้เห็นว่า การใช้งาน TikTok มีความเกี่ยวข้องกับสุขภาพจิตของผู้หญิงมากกว่า ขณะที่การใช้งาน Reddit มีความเกี่ยวข้องกับสุขภาพจิตของผู้ชายมากกว่า  ตัวแปรสุขภาพจิตที่นำมาศึกษา ครอบคลุมทั้งภาวะซึมเศร้า ความวิตกกังวล โรคเครียดหลังเหตุการณ์สะเทือนใจ (PTSD) ความรู้สึกโดดเดี่ยว การสนับสนุนจากเพื่อน และความภาคภูมิใจในตนเอง
50
Sathit Wadcharaporn retweeted
อย่าโกรธตัวเองที่รู้สึกกับอะไรเต็มไปหมด หรือแม้แต่รู้สึกเฉยๆ มันดีแล้วที่เรายังมีความรู้สึกบางอย่างในระหว่างใช้ชีวิต เพราะเราต่างก็พยายามใช้ชีวิตอย่างดีที่สุด เราต่างก็ทำทุกวันภายใต้เหตุผลที่ว่า "เราเชื่อว่ามันคือสิ่งที่ดีที่สุด" เป็นประโยคที่เคยแชร์ไว้นานมากๆ แต่ก็ยังชอบอยู่ดี
มีโควทไหนที่อ่านแล้วชอบมากๆ
มาแชร์ประโยคดีๆกันนน💭
3
170
1
167
6,322
ไม่ต้องเครียด กดดันตัวเองว่าจะ 30 แล้วต้องมีนั่นมีนี่เหมือนคนอื่น ถ้าพยายามแล้วมีได้จริงก็ยินดีด้วยมากๆ แต่ถ้ามันไม่ได้จริงๆ ก็อย่าไปด้อยค่าตัวเอง นี่รู้สึกว่าช่วงอายุก่อน 30 เครียดกว่าตอนนี้อีก ซึ่งเครียดไปก็เท่านั้น ความเครียดไม่ได้เสกสิ่งที่ต้องการ แต่เสี่ยงดึงดูดโรคภัยและหน้าแก่
Women to Women มีเรื่องไหนที่ควรบอกผู้หญิงด้วยกันก่อนอายุ 30 มั้ยคะ 🥺🤍🙏🏻
1
13
22
1,003
Sathit Wadcharaporn retweeted
ขอเล่าชีวิตตัวเองนะครับ - เรียนจบ ม.3 พ่อเสีย เลยลงเรือตังเก มี เงินเก็บ 20k+ - 2 ปีต่อมา ขึ้นบก เริ่มจากเด็กล้างจาน ในรีสอร์ทเล็กๆ (อายุ 17 ปี) - 6 เดือนต่อมา ขอย้ายเป็นเด็กเสิร์ฟ ถอนเงินเก็บ 20k ซื้อมอไซค์ ขี่ไป เรียน กศน. - 1 ปีต่อมา ย้ายไปแผนกต้อนรับ - 1 ปีต่อมา ย้ายไปโรงแรมใหญ่ขึ้น จบ จบ กศน วุฒิ ม6 - ย้ายไปกะดึก กลางวันเรียนต่อ (อนุ ป)ข่วงเย็นรับจ้างเสิร์ฟ พาร์ทไทม์ -10 ปีต่อมา เป็น Duty Manager ใน โรงแรม 5 ดาว ก่อนจะเปลี่ยนสายงาน เนื่องจาก ด้อย ภาษา - ทำสาย property management กับ บริษัทที่รับดูแลตึก คอนโด - 4 ปีต่อมา เป็น ผู้จัดการ พื้นที่ ดูแล 12 โครงการ กับบริษัทยักษ์ใหญ่ของไทย - 2 ปีต่อมา ลาออก เนื่องจากฐานเงิน เดือนน้อย โดยบริษัทให้เหตุผลว่า ตามวุฒิการศึกษา - ไปดูแลวิลล่า 6 โครงการ ที่แต่ละหลัง ราคา 15-50 ล้านบาท - จนถึงยุคโควิด ลาออก มาเปิดร้านขาย ไอติม ล้มลุกคลุกคลาน ทั้งหนี้บ้านหนี้ รถ โดนยึดทั้งหมด ก่อนจะค่อยๆ ดีขึ้นมาจนถึงยุคปัจจุบัน ผมไม่ใช่คนดัง ไม่รวย แต่นับจากจุดเริ่มต้น จบ ม3 ทำเรือตังเก มาถึงปัจจุบันนี้ คิดว่า ตัวเอง มาไกลมากเหมือนกัน
มีใครเคยอ่านประวัติคนดังแล้วรู้สึกว่า “โห เขามาไกลจัง” บ้าง ทั้งดารา คนดัง นักธุรกิจเอย มาแชร์กัน👀 นี่ชอบอ่านเรื่องราวของคนที่ประสบความสำเร็จ แบบเรื่องราวก่อนที่เขาจะมาถึงจุดนี้ ว่าเคยผ่านอะไรมาบ้าง มีเหตุการณ์พีค ๆ หรือจุดเปลี่ยนอะไรในชีวิตที่น่าสนใจบ้าง อ่านละ รู้สึกว่าได้แรงบันดาลใจดี
65
251
3
659
41,128
Sathit Wadcharaporn retweeted
ความสบายใจของกันล่ะกาน🥰😊♥️🩷 PEAKMINT ENERGY BOOST #kongthappeak #กองทัพพีค #มิ้นท์รัญชน์รวี #mintranch #พีคมิ้นท์ #PEAKMINT nitter.cf/LadarJunny/status/1926…
18
42
754
Sathit Wadcharaporn retweeted
จะเป็นโอนี่ที่น่ารักของพี่พีคพี่มิ้นท์ตลอดไป🥰😊♥️🩷 PEAKMINT ENERGY BOOST #kongthappeak #กองทัพพีค #มิ้นท์รัญชน์รวี #mintranch #พีคมิ้นท์ #PEAKMINT nitter.cf/LadarJunny/status/1921…
15
41
11,049
ขอยกให้คนนี้เลย “ มิ้นท์ รัญชน์รวี ” สวยมาตั้งแต่เด็ก ไม่เคยมียุคมืด บุคคลที่รอดเมคอัพกีฬาสีในวัยเด็ก ดีกรีขวัญใจศิษย์เก่าและดาวกิจกรรมของ รร.สุรนารีวิทยา คนสวยยิ้มหวานต้องมีเป็นรักแรกของหนุ่ม ๆ บ้างล่ะ จั๊นยังชอบเลย (づ˶•༝•˶)づ♡
แต่มันมีคนที่แบบสวยมาตั้งแต่เกิด สวยแบบไม่เคยมียุคมืดเลยอะ ตั้งแต่เด็กจนโต วาสนาสุด ๆ
120
3
205
11,168
Sathit Wadcharaporn retweeted
การเลิกเป็น people pleaser ค่ะ don’t be afraid to say ‘NO’ เมื่อก่อนเราเป็นคนนึงที่คิดตลอดว่าคนอื่นจะรู้สึกยังไง จะไม่ชอบเราหรือเปล่า พยายามทำทุกอย่างให้ทุกคนพอใจเพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้ง จนมันกลายเป็นว่ามีคนที่ไม่เห็นค่าความใจดีของเรา เอาเปรียบเรา พอเราคิดได้แบบนี้สิ่งแรกที่ทำคือ ปฏิเสธคนอื่นในเรื่องที่เราไม่อยากทำ เช่น ขอโทษนะคะ พอดีไม่สะดวกค่ะ ไม่มีใครไม่ชอบเราแค่เพราะเราปฏิเสธเขา แต่ถ้ามันเกิดขึ้นแสดงว่าคนนี้อาจจะยัง ซึ่งการที่มีคนไม่ชอบเรา ไม่ได้แปลว่าเราทำอะไรผิด และเราไม่จำเป็นต้องคอย seek validation จากคนอื่นเพื่อยืนยันว่าตัวเองเป็นคนดี สุดท้ายแล้วการเลิกเป็น people pleaser คือการกลับมาเชื่อความรู้สึกของตัวเองมากขึ้น และยอมรับว่าเราไม่สามารถบังคับให้ทุกคนมาชอบเราได้และมันก็ไม่เป็นไรที่จะมีคนไม่ชอบเรา
สิ่งที่เลิกทำแล้วชีวิตดีขึ้นล้านเท่า🪄
1
850
2
728
27,828
Sathit Wadcharaporn retweeted
One door closes,another opens " the end of one opportunity of situation often leads to a new one. สิ่งดีๆรอน้องขิมอยู่ข้างหน้า ขบวนนี้อาจไม่ใช่ ขบวนหน้าอาจจะพาไปสู่จุดหมายที่ดีกว่า รักและคิดถึงเสมอ ป้าตู้
ชอบคำว่า 'เราแค่ไม่ทันขบวนรถไฟ แต่ไม่ได้พลาดโอกาสของชีวิต' มากเลยค่ะ มันทำให้เรามองความผิดพลาดด้วยความเมตตาต่อตัวเองมากขึ้น รถไฟขบวนใหม่อาจจะพาเราไปพบกับวิวทิวทัศน์ที่สวยงามกว่าเดิมก็ได้ และความสำเร็จของชีวิตไม่ได้วัดกันที่ว่าใครขึ้นรถไฟได้ก่อน แต่อยู่ที่ว่าเราลุกขึ้นเดินต่อในขบวนของเราได้หรือเปล่า... ทรงพลังและฮีลใจมากค่ะ
1
2
5
197
🍁Twenty Five Twenty One🍁 “พอมาลองคิดดู ไม่มีอะไรที่เป็นเรื่องเศร้าไปเสียหมด และไม่มีอะไรเป็นเรื่องตลกไปเสียหมดด้วย แต่ถึงอย่างนั้นฉันก็หวังว่าทางข้างหน้าของเราจะมีแต่เรื่องตลกมากกว่านี้นะ” — นาฮีโด 🤍 พอโตขึ้นถึงรู้ว่า ชีวิตคงไม่มีทางมีแต่เรื่องดี ๆ บางเรื่องทำให้ร้องไห้ บางเรื่องทำให้เราโตขึ้น และบางเรื่องก็กลายเป็นแค่ความทรงจำเมื่อเวลาผ่านไป สุดท้าย เราอาจไม่ได้ขอให้ชีวิตไม่มีเรื่องเศร้า แค่อยากให้ เรื่องที่ทำให้ยิ้ม มีมากกว่าเรื่องที่ทำให้ร้องไห้ก็พอ... ช่วงนี้ชีวิตคุณ “ยิ้ม” หรือ “ร้องไห้” มากกว่ากัน? 🍃
มีประโยคจากหนังสือ ภาพยนตร์ หรือซีรีส์เรื่องไหนที่ทุกคนยกให้เป็น “ที่สุดแห่งปี” บ้างคะ แบบประโยคที่อ่าน/ฟังแล้วต้องหยุดคิด หรือยังจำได้จนถึงทุกวันนี้ อยากรู้ว่าของแต่ละคนคือประโยคไหน มาแชร์กันหน่อยค่ะ
27
30
850