
I RETWEET A LOT! / ex.LADS player - #LADSIS6 main: ✨️🍎 &🐺 // 30↑(♀)🇹🇭 // Stocks & TFEX (S50) // Finance // Geopolitics // Arts // Travels
🚫CN games coz LADS trauma
Joined July 2026
- Tweets30.4K
- Following239
- Followers7
- Likes29.4K
Caramel.Summer⭐️🍎🐺/•᷅•᷄\੭ retweeted
Binance เเม่งเเฮคตัวเองเพื่อไม่ให้ $HYPE ไปถึง $100 รึเปล่า 😂
จริงๆที่น่าคิดคือ ตั้งเเต่เหตุการ์ณ 10/10 ละ หลายคนก็สงสัย Binance มาตอนนี้ นายอีกเเล้วหรอเพื่อน บอกทีว่าเป็นเรื่องบังเอิญ
พูดถึงสัมภาษณ์งานที่รอนานที่สุด คือบริษัทไอทีมหาชนทีนึงโซน . . ไม่บอกล่ะกัน
นัด 9:30 ไปถึง 9:15 ก็รอ รอจน 10:00 (เริ่มหงุดหงิด) มีคนมาบอกกรอกใบสมัครยัง ถ้ายังกรอกก่อน (แล้วให้รอ 30 นาทีเพื่อ)
กรอกเสร็จทำเทสภาษาอังกฤษ ไม่ยาก กับเน็ตเวิร์ค พื้นฐาน ทำเสร็จใน 30 นาที
ทีนี้นั่งรอยาวเลย ยาวจนนั่งคุยกับคนข้าง ๆ อ่ะ ตอนนี้คือมีคนรอ 6 คน สรุปคือ 6 นี้ สัมภาษณ์ตำแหน่งเดียวกัน ตอนนั้นยังคิดในแง่ว่ารับหลายคนในตำแหน่งนี้หรือเปล่า หรือมีตัวสำรองไว้ด้วย
สมัยนั้นยังไม่มีสัมภาษณ์ออนไลน์ช่วงปี 2008
11:00 สองคนกลับไปก่อน บอกว่ามีงานตอนบ่าย 11:30 กลับไปอีกคน 12:00 ประชาสัมพันธ์เดินมาบอกว่าไปกินข้าวก่อนก็ได้นะคะ คนสัมภาษณ์ยังติดอยู่ค่ะ
คนนึงไปกินแล้วไม่กลับมาเลย ตอนนี้เหลืออยู่สองคน คือไม่อยากได้งานแล้วอยากดูหน้าคนสัมภาษณ์
ได้สัมภาษณ์จริงคือบ่ายสอง เพราะอีกคนที่เหลือได้เข้าไปก่อน แต่เค้าคุยแค่ 30 นาทีก็ออกมาส่ายหน้าแล้วกลับไปเลย
สุดท้ายก็เข้าไปคุยแต่แค่ 15 นาที เพราะก็งั้น ๆ อ่ะ แล้วเรียกมาทำไมแต่เช้าวะ 5555555555555
Caramel.Summer⭐️🍎🐺/•᷅•᷄\੭ retweeted
วิกฤตไทใหญ่ในรัฐฉาน เมื่อรัฐบาลทหารพม่าแท้คุมพื้นที่อิทธิพลไม่อยู่และกำลังแตกเป็นเสี่ยง
สัญญาณการล่มสลายของอำนาจรัฐบาลทหารเมียนมา (ทัตมาดอว์) ภายใต้การนำของ พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย กำลังปรากฏชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ทั่วทุกสมรภูมิ หลังจากเผชิญปฏิบัติการทางทหารระลอกใหญ่จากกลุ่มพันธมิตรชาติพันธุ์จนสูญเสียเมืองยุทธศาสตร์ ฐานที่มั่นชายแดน และโครงข่ายคมนาคมหลักไปอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางกระแสการคาดการณ์ว่าเมียนมาอาจกำลังเข้าสู่ภาวะแตกกระจายและนำไปสู่การทยอยประกาศเอกราชของบรรดากองกำลังชนกลุ่มน้อย แต่ในความเป็นจริง ภูมิทัศน์ความมั่นคงในพื้นที่ โดยเฉพาะในดินแดนกว้างใหญ่อย่าง “รัฐฉาน” กลับซับซ้อนและเปราะบางเกินกว่าที่ชาติใดชาติหนึ่งจะสถาปนารัฐเอกราชขึ้นมาได้อย่างง่ายดาย
หัวใจของวิกฤตในรัฐฉานผูกโยงอยู่กับชะตากรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ไทใหญ่ ซึ่งในอดีตเคยเป็นประชากรหลักและแกนนำการเรียกร้องสหพันธรัฐ ทว่าในปัจจุบัน การเมืองและการทหารของชาวไทใหญ่กลับติดหล่มความขัดแย้งภายในอย่างรุนแรง จนถูกเปรียบเทียบว่าไม่ต่างจากสถานการณ์ในคาบสมุทรเกาหลี ที่เป็นคนชาติพันธุ์เดียวกันแต่ถูกผ่าออกเป็นสองซีกด้วยอุดมการณ์และอิทธิพลของมหาอำนาจต่างขั้ว โดยฝ่ายไทใหญ่เหนือ นำโดยพรรครัฐฉานก้าวหน้าและกองทัพรัฐฉาน (SSPP/SSA) มีรากฐานผูกพันกับอดีตพรรคคอมมิวนิสต์พม่า ใกล้ชิดกับกองทัพสหรัฐว้า (UWSA) และพึ่งพากระแสการสนับสนุนด้านเศรษฐกิจและความมั่นคงจากจีน ขณะที่ไทใหญ่ใต้ นำโดยสภาเพื่อการกอบกู้รัฐฉานและกองทัพรัฐฉาน (RCSS/SSA) ภายใต้การนำของ พล.อ.เจ้ายอดศึก มีฐานที่มั่นดอยไตแลงประชิดชายแดนไทย อิงความร่วมมือกับชาติตะวันตกและฝ่ายความมั่นคงไทยมาอย่างยาวนาน
ความแตกแยกดังกล่าวส่งผลให้ไทใหญ่สูญเสียอำนาจการต่อรองทางยุทธศาสตร์ไปอย่างมหาศาล ในขณะที่กลุ่มพันธมิตรฝ่ายเหนืออย่างกองกำลังโกก้าง (MNDAA) และกองทัพปลดปล่อยชาติตะอางหรือปะหล่อง (TNLA) สามารถเข้ายึดครองหัวเมืองการค้าและเส้นทางโลจิสติกส์สำคัญในฉานเหนือได้ ไทใหญ่กลับกลายเป็นฝ่ายถูกบีบให้ต้องถอยร่น ซ้ำร้าย กองทัพพม่ายังนำกลยุทธ์โบราณแบบที่เจ้าอาณานิคมอังกฤษเคยใช้กับพม่าคือแบ่งแยกและปกครองมาใช้ซ้ำแล้วได้ผลดีเสียด้วยโดยยอมเปิดทางและปล่อยมือให้กองทัพสหรัฐว้า (UWSA) ซึ่งมีกำลังพลติดอาวุธนับหมื่นนายพร้อมอาวุธทันสมัยจากจีน ขยายอิทธิพลเข้ามาควบคุมพื้นที่สำคัญ เพื่อคานอำนาจและสกัดไม่ให้กลุ่มไทใหญ่สามารถผนึกกำลังรวมชาติกันติด แม้ในระยะหลังจะมีความพยายามเจรจาถอนกำลังและประนีประนอมระหว่าง SSPP กับ RCSS แต่บาดแผลทางประวัติศาสตร์และผลประโยชน์ในพื้นที่ก็ยังทำให้การรวมตัวเป็นเอกภาพเกิดขึ้นได้ยากยิ่ง
เมื่อมองภาพรวมทั้งประเทศ ความเป็นไปได้ในการประกาศเอกราชยังมีความเหลื่อมล้ำกันสูงมาก นักวิชาการสายสงครามชี้ว่า กองทัพที่มีศักยภาพสูงสุดในแง่สมรรถนะการรบและการยึดครองพื้นที่อย่างเบ็ดเสร็จในปัจจุบันคือกองทัพอาระกัน (AA) ในรัฐยะไข่ แต่ผู้นำ AA กลับเลือกเดินหมากแบบ "สมาพันธรัฐ" คือการปกครองตนเองแบบอิสระสูงสุดโดยตัดขาดจากการแทรกแซงของเนปิดอว์ แต่ยังไม่รีบประกาศแยกตัวเป็นเอกราชเด็ดขาด เพราะต้องระมัดระวังผลประโยชน์เชิงยุทธศาสตร์กับจีนในการเป็นทางออกทะเลอันดามัน ส่วนกรณีการชิงประกาศเอกราชฝ่ายเดียว เช่น กอทูเล (KTL) ของกลุ่มกะเหรี่ยงบางสาย ก็เป็นเพียงการแสดงเชิงสัญลักษณ์ที่ขาดการยอมรับจากนานาชาติและกลุ่มชาติพันธุ์อื่นๆ ดังนั้น การที่รัฐฉานจะประกาศเอกราชได้ จึงติดกำแพงใหญ่เรื่อง “รัฐซ้อนรัฐ” เพราะมีทั้งเขตปกครองของว้า, ปะหล่อง, โกก้าง, ปะโอ และคะฉิ่น ซ้อนทับกันอยู่ ซึ่งหากไม่มีกลไกจัดสรรอำนาจและแบ่งปันทรัพยากรที่ยอมรับร่วมกันได้ การประกาศเอกราชจะกลายเป็นการจุดชนวนสงครามกลางเมืองรอบใหม่ระหว่างกลุ่มชาติพันธุ์ทันที
วิกฤตความแตกกระจายของเมียนมากำลังเปลี่ยนประเทศให้กลายเป็น Warlord State หรือพื้นที่สุญญากาศทางอำนาจที่ทอดยาวตลอดแนวพรมแดน ซึ่งส่งผลเสียต่อประเทศไทยโดยตรงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เรื่้องแรกคือ ภัยคุกคามด้านความมั่นคงตามแนวชายแดนภาคเหนือ เมื่อกองกำลังว้าใต้ (กองพล 171) ขยายอิทธิพลรุกคืบลงมาประชิดแนวชายแดนเชียงใหม่ เชียงราย และแม่ฮ่องสอน ภายใต้เงาอิทธิพลของจีน ทำให้ไทยต้องเผชิญหน้ากับเขตอิทธิพลใหม่แทนที่รัฐกันชนเดิม ขณะที่แนวร่วม RCSS ที่เคยเป็นแนวกันชนหลักของไทยกลับมีพื้นที่เคลื่อนไหวลดลง บีบให้ฝ่ายความมั่นคงไทยต้องทบทวนยุทธศาสตร์ว่าจะปรับตัวรับมือหรือสร้างดุลอำนาจใหม่อย่างไร หากกองทัพและฝ่ายความมั่นคงของไทยไม่แสดงอิทธิพลออกไปมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดปัญหา
นอกจากนี้ การล่มสลายของกฎหมายส่วนกลางและอำนาจของรัฐบาลทหารพม่า(ทัตมาดอว์) ยังเร่งให้พื้นที่ชายแดนกลายเป็นศูนย์รวมของอาชญากรรมข้ามชาติ ทั้งขบวนการค้ายาเสพติด กาสิโน และแก๊งคอลเซ็นเตอร์สแกมเมอร์ที่ดูดกลืนเงินทุนและสร้างความเสียหายแก่คนไทยโดยตรง ผนวกกับระบบการค้าชายแดนอย่างด่านแม่สอด-เมียวดีและจุดผ่านแดนภาคเหนือที่ต้องเผชิญภาวะชะงักงันเป็นระยะจากการสู้รบและโดนลูกหลง ทำให้การค้าไทย-พม่าต้องแบกรับต้นทุนมหาศาล พร้อมๆ กับการที่ไทยต้องเตรียมพร้อมรับมือคลื่นผู้อพยพหนีภัยสงครามระลอกใหม่ที่อาจข้ามพรมแดนเข้ามาได้ตลอดเวลา สถานการณ์ปัจจุบันจึงเป็นบททดสอบครั้งใหญ่ของนโยบายการต่างประเทศและความมั่นคงของไทย ที่ไม่อาจยึดติดอยู่กับการเจรจาผ่านรัฐบาลทหารที่เนปิดอว์เพียงช่องทางเดียวได้อีกต่อไป
รอยแผลจากเจ้าอาณานิคม "Divide and Conquer" และ "สัญญาปางโหลง" ที่ลอยเคว้งกลางอากาศ (ค.ศ. 1885–1947)
ตลอดหลายสิบปีที่เราได้เห็นภาพข่าวความขัดแย้งการรบกันระหว่างกลุ่มชาติพันธุ์และการก่อรัฐประหารในพม่า จนเกิดคลื่นผู้อพยพที่ทะลักเข้าชายแดนไทยมาหลายสิบปีจำนวนมาก คำอธิบายสำเร็จรูปที่มักได้ยินกันบ่อยที่สุดคือ "พม่าเป็นประเทศที่มีความขัดแย้งทางเชื้อชาติและศาสนาที่ฝังรากลึก" แต่นั่นเป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็ง เพราะถ้าเราลงไปรื้อเอกสารชั้นต้นทางการทูตและงานวิจัยประวัติศาสตร์สากลที่นักวิชาการชั้นนำหลายๆคนได้ศึกษาไว้จะพบความจริงที่ชวนสะเทือนใจว่า วิกฤตที่พม่ารวมประเทศไม่ติดมาจนถึงทุกวันนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ แต่เป็น "มรดกบาป" จากการวางพิมพ์เขียวของจักรวรรดินิยมอังกฤษที่ใช้ปกครองประเทศต่างๆภายใต้อาณานิคมของอังกฤษ จักรวรรดิอังกฤษไม่ได้สร้างความแตกแยกขึ้นมาเองจากสุญญากาศ แต่ใช้เทคนิคเอามีดกรีดรอยแผลเดิมให้ปริแตกมากขึ้น แล้วซ้ำด้วยการสาดเกลือเม็ดโปะลงบนแผลที่ถูกกรีดเปิดออกมา เพื่อผลประโยชน์ในการปกครองได้ง่ายโดยไม่ต้องเปลืองแรง นโยบายแบ่งแยกแล้วปกครอง (Divide and Conquer)
1. Divide and Conquer โดยจักรวรรดิอังกฤษ (ค.ศ. 1885–1945)
ย้อนกลับไปตอนที่อังกฤษโค่นราชวงศ์คองบองลงในปี 1885 สิ่งที่เจ้าอาณานิคมทำไม่ใช่การหลอมรวมดินแดนเป็นหนึ่งเดียว แต่อังกฤษกลับจงใจ "ผ่าครึ่ง" โครงสร้างการบริหารและการปกครองออกเป็นสองระบบอย่างชัดเจน (Charney, 2009) คือ
▪️Ministerial Burma (Burma Proper): คือเขตพื้นที่ราบลุ่มแม่น้ำอิรวดีตอนกลางและตอนล่าง ซึ่งเป็นถิ่นอาศัยของชาวบามาร์ (พม่าแท้) ส่วนนี้อังกฤษเข้าไปปกครองโดยตรง ล้มล้างสถาบันกษัตริย์ กวาดล้างระบบขุนนางเดิม ปลดอาวุธประชาชน และเขี่ยชนชั้นนำพม่าพ้นจากตำแหน่งบริหารทั้งหมด แล้วเอาคนของตนเองหรือพวกที่สวามิภักดิ์กับอังกฤษเข้ามารับตำแหน่งมีอำนาจปกครองแทนภายใต้การกำกับดูแลของคนอังกฤษอีกที
▪️Frontier Areas (Excluded Areas): คือเขตต่างจังหวัดและเขตเทือกเขาตามแนวชายแดน ทั้งสหพันธรัฐเจ้าฟ้าไทใหญ่ (Federated Shan States) เขตภูเขาคะฉิ่น ชิน และดินแดนกะเหรี่ยง ตรงนี้อังกฤษใช้ระบบ "ปกครองทางอ้อม" (Indirect Rule) ผ่านพระราชบัญญัติ Federated Shan States Act (1922) โดยยังคงอำนาจ สิทธิ์ทางศาล และการเก็บภาษีไว้ให้พวกเจ้าฟ้าและหัวหน้าเผ่าบริหารกันเอง ทำให้ชนชั้นนำของกลุ่มคนบนพื้นที่สูงเหล่านี้รู้สึกผูกพันและจงรักภักดีต่อราชสำนักอังกฤษ มากกว่าคนพื้นราบหรือชาวบามาร์ (พม่าแท้) ที่อยู่ในเขตเมืองหลวงและปริมณฑลที่ใกล้ชิดกับคนอังกฤษเสียอีก
ที่ตลกร้ายและสร้างความเคียดแค้นที่สุดคือการจัดโครงสร้าง กองทัพอาณานิคม (British Burma Army) จากเอกสารอ้างอิงของ Martin Smith (Burma: Insurgency and the Politics of Ethnicity, 1999) ชี้ให้เห็นว่า อังกฤษตั้งกรมทหารราบที่ชื่อ Burma Rifles โดยคนกลุ่มใหญ่ในกองทัพนี้คือคนจากกลุ่มชาติพันธุ์ตามพื้นที่ห่างไกลและเทือกเขาต่างๆ ในช่วงทศวรรษ 1930 กองทัพนี้แทบไม่มีชาวบามาร์อยู่เลย (ถูกจำกัดไว้ไม่ถึง 10%) แต่อังกฤษกลับเลือกเกณฑ์ชาวกะเหรี่ยง ชิน และคะฉิ่น มาฝึกและติดอาวุธทันสมัยให้ ส่วนคนบามาร์(พม่าแท้) ได้แต่มองตามปริบๆ เป็นประชาชนชนชั้น 3 ลงไปอีก แทบจะไม่ต่างจากทาสเข้าไปทุกที
จากนั้นเจ้าอาณานิคมอังกฤษก็ใช้กองกำลังทหารที่มีทหารส่วนใหญ่เป็นชนกลุ่มน้อยเหล่านี้นี่แหละ เข้าทำหน้าที่ปราบปรามการลุกฮือของชาวบามาร์(พม่าแท้) เช่น กรณีปราบกบฏซายาซาน (Saya San Rebellion, 1930–1932) อย่างเด็ดขาดและนองเลือดที่สุดครั้งนึง กลยุทธ์ที่เจ้าอาณานิคมอังกฤษใช้นี้ทำให้ชาวบามาร์(พม่าแท้) ฝังใจแค้นว่าชนกลุ่มน้อยพวกคนภูเขา พวกคนต่างเผ่าที่อยู่ตามเทือกเขาในหัวเมืองต่างๆคือ "เครื่องมือของฝรั่งดั้งขอ" ในขณะเดียวกันชนกลุ่มน้อยเองก็ทราบดีถึงปฏิกิริยาของชาวบามาร์(พม่าแท้)ก็เริ่มหวาดกลัวว่าถ้าวันไหนเจ้าอาณานิคมอังกฤษถอนตัวไปเมื่อไหร่ ชาวบามาร์จะต้องยกทัพมาล้างแค้นและกลืนชาติพันธุ์ของพวกเขาแน่นอน
Caramel.Summer⭐️🍎🐺/•᷅•᷄\੭ retweeted
"ไทย" ขึ้นข่าวหน้าหนึ่งในหลายสื่อทั่วโลกอีกครั้ง
หลังรัฐบาลสั่งถอนสัญชาติไทยของ “แรบไบ โยเซฟ” ผู้นำชุมชนชาวยิวในไทย
Caramel.Summer⭐️🍎🐺/•᷅•᷄\੭ retweeted
ตื่นมาเจอข่าว Binance โดนแฮ็คทั้งเท่าและวาฬแทบหมดแรงแปรงฟันค่ะ Bitcoin ร่วงล้าง long แดงแปร๊ด 😨
คริปโตมูลค่า 5.6 พันล้านดอลลาร์ ไหลออกจากกระเป๋าที่เชื่อมโยงกับ Binance
นี่อาจเป็นเคสที่โดนแฮ็คใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์คริปโต
แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่าตัวเลขความเสียหาย คือสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นค่ะ
ข้อมูล On-chain เมื่อวันที่ 29 ต.ค. พบธุรกรรมผิดปกติจากกระเป๋าที่เชื่อมโยงกับ Binance บน Ethereum, Bitcoin และ Tron โดยมูลค่าการเคลื่อนย้ายสินทรัพย์ที่มีการประเมินอยู่ที่ประมาณ 5.6 พันล้านดอลลาร์
Binance บอกกำลังสอบสวนปัญหาด้านความปลอดภัย ขณะที่ CZ #Binance มองว่าเหตุการณ์นี้ดูเหมือนการถูกแฮก
แต่ตัวเลข 5.6 พันล้านดอลลาร์เป็นการประเมินจากข้อมูล On-chain ไม่ใช่ยอดความเสียหายสุทธิที่ Binance ยืนยันแล้วนคะ
สิ่งที่เกิดขึ้นต่อจากนี้ต่างหากที่น่าจับตา
1. เงินบางส่วนถูกแช่แข็งได้
Tether #USDT และ Circle ผู้ออก USDC เข้าดำเนินการแช่แข็งสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์
Reuters รายงานว่า ทั้งสองบริษัทแช่แข็ง Stablecoin รวมกันมากกว่า 2.38 พันล้านดอลลาร์
ต่อมา Binance รายงานยอดสินทรัพย์ที่ถูกแช่แข็งเพิ่มเป็นประมาณ 2.54 พันล้านดอลลาร์
นี่แสดงให้เห็นว่า Stablecoin บางประเภทมีความสามารถในการระงับการโอนสินทรัพย์ได้ ถ้าผู้ออกเหรียญดำเนินการตามเงื่อนไขและอำนาจที่มี
2. แต่ Bitcoin ไม่สามารถถูกแช่แข็งด้วยวิธีเดียวกัน
ประเด็นสำคัญคือสินทรัพย์แต่ละประเภทมีคุณสมบัติต่างกัน
USDT และ USDC สามารถถูกผู้ออกเหรียญระงับการใช้งานในบางกรณีได้
แต่ Bitcoin ไม่มีผู้ออกเหรียญส่วนกลางที่สามารถสั่งแช่แข็ง BTC ในกระเป๋าของบุคคลอื่นได้โดยตรง
สำหรับ ETH และสินทรัพย์อื่น ๆ ความสามารถในการระงับการโอนก็ขึ้นอยู่กับโครงสร้างของสินทรัพย์และระบบที่เกี่ยวข้อง
เป็นเหตุผลว่าทำไมการติดตามเงินที่เคลื่อนย้ายไปแล้วจึงสำคัญมาก เพราะการเห็นเงินบน Blockchain ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถนำเงินกลับคืนมาได้ทันที
3. ความเสี่ยงไม่ได้จบลงที่กระเป๋าคริปโต
เหตุการณ์นี้ทำให้ตลาดต้องกลับมาตั้งคำถามเกี่ยวกับ Exchange Risk และ Custody Risk อีกครั้ง
แม้สินทรัพย์จะอยู่บน Blockchain ที่ตรวจสอบธุรกรรมได้ แต่ความปลอดภัยของเงินยังขึ้นอยู่กับระบบจัดเก็บ Private Key การควบคุมสิทธิ์ในการทำธุรกรรม และมาตรการรักษาความปลอดภัยของผู้ให้บริการ
Blockchain โปร่งใส ไม่ได้แปลว่ากระเป๋าของ Exchange จะไม่มีวันถูกเจาะ
และการที่ Exchange มีสินทรัพย์สำรอง ไม่ได้ทำให้ความเสี่ยงด้านการปฏิบัติงานหายไป
Binance ระบุว่าเงินของผู้ใช้ปลอดภัย และประกาศว่าจะรับผิดชอบความเสียหายที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้ ขณะที่การสอบสวนยังดำเนินต่อไป
สิ่งที่ต้องจับตามองกันต่อไม่ใช่แค่จำนวนเงินที่ถูกขโมย แต่รวมถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุน การเคลื่อนย้ายเงินออกจาก Exchange และผลกระทบต่อสภาพคล่องในตลาดคริปโตค่ะ
เพราะในตลาดนี้ ความเสี่ยงไม่ได้มีแค่ราคาลง
บางครั้ง ความเสี่ยงที่ใหญ่กว่าคือการพบว่าเราไม่สามารถเข้าถึงสินทรัพย์ของตัวเองได้ในเวลาที่ต้องการ
และเมื่อความเชื่อมั่นเริ่มสั่นคลอน ผลกระทบอาจลามไปไกลกว่ากระเป๋าที่ถูกโจมตีค่ะ 🤔
Sources แปะไว้เผื่อใครอยากอ่านต่อ 😊
• Reuters: tinyurl.com/yc5s7w6b
• AP News: tinyurl.com/4a8j7x8p
• Decrypt: tinyurl.com/3w9c9b5z
• The Block: tinyurl.com/2p9f4n6a
Caramel.Summer⭐️🍎🐺/•᷅•᷄\੭ retweeted
นึกสภาพคนเข้ามาเล่นคริปโต มือใหม่ ไม่รู้เรื่องโดนเเฮค
ขนาดคนศึกษาวิธีการเก็บ ศึกษาการใช้ Hardware Wallet ก็โดน Coldcard
คริปโตเเม่งไม่มีทาง mass เลย เข้าถึงยาก เข้าใจยาก เก็บเงินให้ปลอดภัยก็ยาก
วงการนี้โดนกันกี่รอบ จนฟกช้ำไปหมดละ
วงการหุ้น ซื้อหุ้นยังไงก็ไม่โดนเเฮค ศึกษาบริษัทก็หาข้อมูลง่าย เข้าถึงง่าย
Binance โดนเเฮควันนี้ ภาพลักษณ์ตลาดคริปโตยิ่งเสียหายหนัก คนเเม่งหนีหมดละ
น่าเบื่อเกินคริปสะโต อีสเดดอะเกน อะเกน
Caramel.Summer⭐️🍎🐺/•᷅•᷄\੭ retweeted
NEXT STOP ➡️ LA COMIC-CON!
So excited to announce I will be attending LACC this weekend! Join me for my first ever panel appearances with some of my favorite people!
ARE YOU SMARTER THAN A VOICE ACTOR?
----------
Friday 10/29 @ 5pm-6pm on Akiba Station Gaming Stage w/ @ItsDanielWalton @emilysunnyville Ted Evans @KimoyLee_
HOW TO BREAK INTO VOICE ACTING
----------
Sunday 11/1 @ 12pm-1pm in Room 306AB w/ @StephSouthVO @JusticeSlocum @JalensVoices @evaallenvo
Both panels are helmed by @DariusJ_VO and I can't wait to share this weekend with y'all. If you see me, say hi!
Caramel.Summer⭐️🍎🐺/•᷅•᷄\੭ retweeted
เมื่อคืน #Binance โดนแฮ็ก ไล่อ่านมาทั้งเช้า เล่าให้ฟังแบบสั้น ๆ นะ
เริ่มตั้งแต่ห้าทุ่ม มีคนแอบวาง smart contract ไว้บน Ethereum ก่อน พอตีสามยี่สิบกว่า ก็กดดูดเงินออกจาก hot wallet ของ Binance เลย ETH ก็โดน stablecoin ก็โดน เหรียญอื่นอีกหกสิบกว่าตัว ใช้เวลาแค่ราวยี่สิบนาที แล้วยังลามไปฝั่ง Bitcoin กับ Tron อีก
ตอนนั้น CZ ทวีตเองเลยว่าดูเหมือนโดนแฮ็กจริง ส่วน Binance ยังบอกแค่ว่ากำลังตรวจสอบ เงินลูกค้าปลอดภัย
ที่ช่วยได้เยอะคือ Tether กับ Circle ไวมาก รีบอายัด USDT กับ USDC ที่ไหลออกไปทันที Aave ก็ปิดตลาดกู้ กันไม่ให้แฮ็กเกอร์เอาเหรียญไปค้ำกู้ต่อ เช้านี้ Binance บอกว่าอายัดคืนได้แล้ว 2,540 ล้านดอลลาร์
ส่วนโดนไปเท่าไหร่จริง ๆ ยังไม่มีใครตอบได้ ตัวเลขที่ลือกันมีตั้งแต่ 1,700 ไปจนถึง 5,800 ล้าน ถ้าเป็นตัวบนคือแซงเคส Bybit ปีที่แล้วไปเกือบสี่เท่า บิตคอยน์ก็ร่วงลงไปแถว 79,000 ดอลลาร์
อีกเรื่องคือ สองวันก่อนหน้านี้ Binance เพิ่งออกมาบอกว่ากันการโจมตีจากกลุ่มที่โยงกับเกาหลีเหนือได้หลายรอบ รอบนี้ยังไม่รู้ว่าเป็นใครนะ แต่ Bybit ปีที่แล้วก็โดนกลุ่มนี้แหละ
Caramel.Summer⭐️🍎🐺/•᷅•᷄\੭ retweeted
ถ้ายืนยัน แฮก Binance 5.7 พันล้านดอลลาร์ ใหญ่กว่า Bybit 3.8 เท่า แต่หักอายัดแล้วเหลือ 0.9-3.3 พันล้าน ขึ้นกับว่านับอะไร (ทีมข่าวคำนวณเอง) ยังไม่ยืนยันว่าแฮก ตัวเลขยังไม่นิ่ง 🔎
.
แบนเนอร์คือโฆษณา Binance TH ที่เราเป็น affiliate
Caramel.Summer⭐️🍎🐺/•᷅•᷄\੭ retweeted
JUST IN: Binance says $3,000,000,000 worth of stolen crypto has now been frozen following major hack.
Caramel.Summer⭐️🍎🐺/•᷅•᷄\੭ retweeted
There it is.
Over 60% of the S&P 500's components are now in bear market territory, down -20% or more from their record highs.
Four of the Magnificent 7 stocks are now in bear market territory, with these seven names erasing a combined -$4 trillion in market cap since their highs.
We are in a "stealth" bear market.
And, we believe it's a huge opportunity as we outlined below on October 15th.
the binance hacker just did something genius and it should scare you
tether froze $1.5 billion in stolen USDT. circle froze $800 million in USDC. everyone's celebrating like the problem is solved
meanwhile the hacker deposited the stolen USDT on aave, borrowed ETH against it, and walked away. because USDT can be frozen. ETH can't
he's never paying it back. he doesn't need to
tether and circle just proved they can freeze billions in seconds. and the hacker just proved that if you know how defi actually works, none of that matters
the freeze saved some of the money. but the smartest money was already gone before anyone pressed the button
Caramel.Summer⭐️🍎🐺/•᷅•᷄\੭ retweeted
แทนเป็นไปไม่ได้เลยที่เจ้าของจะไปเผลอ sign ถ้า pvk ไม่หลุด
เคสนี้ไม่ใช่แค่ EIP-7702 ครับ เพราะไม่ใช่แค่ Mainnet ที่โดนแต่เชนอื่นๆ ที่ไม่มี EIP-7702 ก็โดนด้วยครับ
เลยคิดว่า PVK จากกลุ่ม hot wallet ของ Binance จะหลุดมากกว่าประเด็น EIP-7702
แปลไทย ภาษาชาวบ้านให้นะครับ
คำถามคือ โจรขโมยคริปโตได้ โดยไม่ต้องขโมย private key จริงไหม?
ให้นึกว่ากระเป๋าคริปโตเป็น ‘ห้องเซฟ’ ครับ ปกติจะเอาเงินออก ต้องใช้กุญแจ ซึ่งก็คือ private key
แต่ EIP-7702 เปิดให้เจ้าของเซ็น ‘ใบมอบอำนาจ’ ให้โปรแกรมมาจัดการเซฟแทนได้
ถ้าเผลอเซ็นให้โปรแกรมของโจร โจรก็อาจขนเงินออกได้ โดยไม่ต้องมีกุญแจจริง และไม่ต้องขอลายเซ็นเจ้าของใหม่ทุกครั้ง
ส่วน relayer ก็เหมือนคนเอาใบมอบอำนาจไปยื่น พร้อมจ่ายค่าดำเนินการให้ คนยื่นกับเจ้าของเซฟจึงเป็นคนละคนกันได้
นี่คือหนึ่งในสมมติฐานเกี่ยวกับข่าวแฮ็ก hot wallet Binance ผู้โจมตีอาจหลอกให้ผู้มีสิทธิ์เซ็นใบมอบอำนาจ แล้วใช้ใบนั้นกวาดเงินออก
วิธีนี้ทำได้จริงครับ แต่การเห็น relayer ยังพิสูจน์ไม่ได้ว่า private key จะไม่รั่ว เพราะคนที่ขโมยกุญแจไปแล้ว ก็สร้างใบมอบอำนาจเองและให้คนกลางไปยื่นได้เหมือนกัน
ส่วน nonce ต่อเนื่อง ก็คล้ายเลขลำดับเอกสาร บอกลำดับ แต่ไม่ได้บอกว่าเจ้าของถูกหลอกเซ็นหรือโจรเซ็นเอง
ตอนนี้ต้องแยกสองเรื่อง
‘วิธีนี้ทำได้’ กับ ‘เหตุการณ์นี้เกิดจากวิธีนี้แน่นอน’
กลไกเป็นไปได้ แต่ที่มาของลายเซ็นและตัวผู้โจมตียังต้องรอหลักฐานจากทีมก่อน การระบุว่าเป็นฝีมือเกาหลีเหนือ ก็นะ จะมีใครอีก
Caramel.Summer⭐️🍎🐺/•᷅•᷄\੭ retweeted
❗️The Pentagon suspects freezers at US military bases were hacked.
Over 6 base grocery stores lost cooling in August. At Fort Huachuca, all frozen food spoiled.
Army cyber investigators are working with France, where hackers heated fridges at 350+ sites.
Caramel.Summer⭐️🍎🐺/•᷅•᷄\੭ retweeted
Hackers เก่งขนาดนั้น คงต้องหาหุ้นกลุ่ม cyber security มาติดพอร์ตแล้วล่ะ ส่องก่อนว่าตัวไหนดี
Caramel.Summer⭐️🍎🐺/•᷅•᷄\੭ retweeted
전쟁 때 핵 떨어지면 어짜피 다 죽는다고 알고있지만
미국 연방재난관리청(FEMA)은 폭발 직후부터 해야할 일을 순서대로 정해두고있음.
일단 폭발이 일어나면 몸을 엄폐해야함. 밖에 있으면 얼굴을 바닥으로 하고 엎드려서 맨살을 열과 날아오는 파편으로부터 지켜야함.
국내 민방위 안내에서는 폭발 반대 방향으로 엎드려서 양속으로 눈과 귀를 막고 입을 벌려 아ㅏㅏㅏ 하라함.
충격파가 지나가면 가장 가까운 건물 안으로 최대한 빨리 들어가야함. 폭발 뒤 방사성 낙진이 내려오기 전까지는 10분 이상 여유가 있는데, 그 사이에 제대로 몸을 숨길 곳을 찾아야함.
들어간 뒤에는 처음 24시간을 그 자리에서 버팀. 방사선은 이 24시간 동안 빠르게 약해진다함. 환풍기,에어컨,난방기는 끄고 창문과 문도 당연히 닫아야함.
몸에 묻는 방사성 물질은 겉옷만 벗어도 최대 90%까지 없앨 수 있음. 그다음 비누와 물로 씻으면됨. 손소독제는 소용없음. 건물 안에 있던 음식이랑 물은 먹어도됨. 밖에 있던 음식과 물은 당국이 괜찮다고 할 때 까지 xx 숙지하자.
Caramel.Summer⭐️🍎🐺/•᷅•᷄\੭ retweeted
🚨 BREAKING: $2.7 BILLION JUST MOVED OUT OF BINANCE IN 24 SECONDS.
Everyone is screaming HACK.
But the onchain evidence tells a VERY different story.
And this could be the biggest misunderstanding in crypto right now.
Here's what happened.
At 20:24:23 UTC, Binance 14 transferred $2.53 BILLION across 64 tokens.
Just 24 seconds later, another Binance hot wallet sent $174.4 MILLION to the exact same destination.
TOTAL: $2,701,600,000.
The transfers reportedly included:
• $1.67B USDT
• $454.1M ETH
• $88.5M RLUSD
• $77.1M wBETH
• $50.5M XAUt
• $50.4M UNI
• $43.9M ENA
• $38.1M PEPE
• $29.7M LINK
• $27.7M USD1
NOW HERE'S WHERE THINGS GET INTERESTING.
The receiving wallet was created TODAY.
No previous transaction history.
And suddenly, it received $2.7 BILLION.
Sounds terrifying, right?
But there's a detail almost everyone is ignoring.
At the time of the analysis, the receiving wallet hadn't sent those funds to mixers, exchanges or unrelated addresses.
Another Binance-labeled hot wallet also transferred funds to that same destination.
And the original wallet reportedly continued operating 16 minutes later.
That looks more consistent with a coordinated internal wallet migration than a typical theft.
BUT THERE'S ONE RED FLAG.
At 20:41 UTC, the same relayer reportedly attempted another transfer involving 780 MILLION USDC.
That transaction failed.
And it deserves further investigation.
Meanwhile, the market is already reacting.
$BNB: -8.6%
$ETH: -4.0%
$BTC: -2.7%
Billions moving.
Traders panicking.
Rumors spreading everywhere.
But suspicious transfers alone DO NOT prove a hack.
HERE'S THE WALLET I'M WATCHING:
0x5227f603c1ee34ce3c06efe6477003bdfccb2f8c
If those funds start moving toward mixers or unrelated destinations, the situation becomes much more concerning.
Until then, I'm treating this as an unconfirmed security incident, not a confirmed $2.7 BILLION theft.
SAVE THIS ADDRESS.
The next transactions could tell us far more than the headlines.
Caramel.Summer⭐️🍎🐺/•᷅•᷄\੭ retweeted
美国情报部门监听一名替中共递情报的女商人,通讯那头突然冒出一个美国人。
走完程序把打码的名字揭开一看,居然是英伟达 CEO 黄仁勋。
情报摆上白宫办公桌整整一年,却没人去提醒黄仁勋一句。
这名中共国国籍女商人叫黄乐,英文名 Alice Huang,跟黄仁勋不是亲戚。
黄仁勋一年要见几千名高管,她凭什么能挤进身边?
凭一张大到离谱的显卡账单。
2024 年 6 月台北电脑展散场,黄仁勋在酒吧跟一众伙伴喝威士忌。
紧挨着他举杯合影的,就是黄乐。
隔年 5 月台北晚宴散场,黄仁勋在餐厅外受访,她又站在身后等他。
就在那顿威士忌酒局几周后,黄乐任职高管的新加坡公司 Megaspeed 开始疯狂扫货。
纽约时报披露的海关记录显示,从 2024 年 6 月到今年 2 月,它在马来西亚的关联企业买走了至少 48 亿美元含英伟达芯片的 AI 设备。
一家名不见经传的公司,20 个月砸下 48 亿美元。
钱和背景从哪来,卡又是怎么买到手的?
翻开工商底档,Megaspeed 原本是中共国游戏公司第七大道的新加坡分支,2023 年才拆分改名。
黄乐之前在上海私募基金 Hexi Capital 干过,跟着中共国政府背景的资金投过不少中共国内数据中心。
到了新公司头八个月,她挂名董事总经理,对外直接自称 CEO。
在投资圈里,她拿着和黄仁勋的合影到处募资。
可美国从 2022 年起就严禁对华出口高端 AI 芯片,她上哪搞来这 48 亿美元的货?
答案说出来有点荒诞:直接找美国加州的公司买。
给她供货的主力,是中共国服务器巨头浪潮集团设在加州的子公司 Aivres Systems。
浪潮母公司早在 2023 年 3 月就被美国商务部拉进了实体清单,理由是替中共军方搞超算。
母公司都上了黑名单,子公司怎么还能在硅谷眼皮底下照常出货?
问题出在美国商务部实体清单的管法上。
这份清单长期认名字不认母公司,只锁死名单上写出来的那家具体公司,不像金融制裁那样自动连坐子公司。
浪潮母公司一上榜,加州子公司转身改了个英文名,照样顶着美国本土企业的身份一路绿灯。
货发到东南亚,再分明暗两条线往回输血。
明线是离岸租算力:把显卡装进东南亚机房,芯片不进中共海关,算力顺着光纤租给阿里巴巴等中共公司。
直到上个月,他们还在马来西亚柔佛州的棕榈园付清了一块 53 英亩土地的尾款,接着盖新机房。
暗线则在 2024 年底露了马脚。
美国商务部官员跑到马来西亚查机房,推门一看,昂贵的英伟达设备根本没拆封上架,全躺在原装运输箱里。
买来不插电,连箱子都不拆,在等运去哪儿不言自明。
2025 年新加坡当局曾传唤黄乐问话,今年美国商务部更是把 Megaspeed 案直接移交给了美国司法部。
倒腾算力是一回事,怎么又查成了间谍案?
美国情报机构对黄乐做电子监控时发现,她不光帮中共企业绕开芯片禁令,还在向中共直接递情报。
监控顺带截获了她和一名美国公民的直接通联。
按美国法律,没有法院专门签发的搜查令,情报机关无权监听本国公民,原始记录里美国人的名字必须打码。
只有高级官员发起「身份揭露」审批,证明不查清这人是谁就无法评估国安风险,黑条才能拿掉。
黑条一揭开,对面正是黄仁勋。
英伟达发言人 John Rizzo 回应称,见客户是 CEO 的本职工作,给 Megaspeed 的只有普通商业信息,没有商业机密,更不涉及国家安全。
Megaspeed 现任管理层则请了外部律师启动内部调查,表态配合美国政府。
黄乐本人在美方调查后淡出了公司日常事务,至今没有回应。
可中共真指望从酒桌上套出显卡图纸吗?
看看黄仁勋过去一年在华盛顿的新位置就明白了。
为了保住中共国市场,他去年飞去海湖庄园游说川普,承诺在美投资 5000 亿美元制造业,还给白宫宴会厅基金捐了至少 2000 万美元。
随后又谈下政府抽成 25%、放行部分旧款芯片对华销售的协议。
上个月习近平访美出席白宫国宴,他就坐在主桌。
下个月,川普还要访华。
在芯片谈判的节骨眼上,黄仁勋刚从白宫出来对监管底线是什么判断、川普在哪张牌上松不松口,这本身就是中共最想摸清的底牌。
那为什么情报递到白宫一年,却没人按惯例给黄仁勋做一次「防御性简报」,提醒他离黄乐远一点?
连英伟达发言人都说,如果真有人构成威胁,相信美国政府一定会通知他们。
答案藏在纽约时报自己报道的后半截里。
对黄乐的电子监控到今天还在继续运行。
情报界迟迟不发防御性简报,最常见的顾虑就是怕打草惊蛇:今天探员找黄仁勋谈话,明天这位 48 亿美元的大客户突然被英伟达断联,黄乐和中共立刻知道通讯线暴露了。
更尴尬的是华盛顿与硅谷之间的信任裂痕。
刚汇报白宫时,情报官员认为黄仁勋并不知情。
可英伟达一边在华盛顿全力游说松绑对华禁令,一边直到这个月还把 Megaspeed 挂在官网云合作伙伴名单上继续供货。
报道提到,政府内部一些高级官员甚至怀疑,黄仁勋对她的角色真的一无所知吗?
商业营收绑得太紧,连政企之间的互信都跟着漏了风。
赶在中期选举投票前最后一周,纽约时报把这桩机密捅出来,标题直指川普听了简报却不采取行动。
诚然,川普顾忌英伟达对美股和经济的拉动,也撤回过上届政府临下台前定下的海外机房限制条款,目前还在权衡要不要重新收紧。
可拿报道自己的事实一对账,这套指控就站不住了。
放任浪潮加州子公司改名出货、让 Megaspeed 从 2024 年夏天搬走巨额算力的口子,是在上届政府任内撕开的。
对黄乐的监控一直没停,商务部今年还把案子移交了司法部。
黄仁勋就算捐了 2000 万美元、在习特会前力劝放行更先进的芯片对华出口,最后也被川普拍板驳回。
真正把整条反间谍暗线彻底曝光的,反倒是华盛顿那帮赶在选前向媒体喂料的人。
对黄乐的秘密监控本来还在继续,情报部门连黄仁勋都没敢惊动。
结果内部人士为了在投票前打白宫一记闷棍,直接把机密的身份揭露档案捅上了报纸头版。
现在好了,黄仁勋终于知道自己被监听扫到了,北京也终于知道黄乐那条线正被人盯着了。





























