J T x 🍃 retweeted
อจ.เคยหันไปถามคนไข้ OPD
👨🏻⚕️ ถ้าเจอหมอผมทอง กับ ผมดำ อยากรักษากับใคร
👩🏻 กับใครก็ได้ค่ะ
👨🏻⚕️ ไม่สิ คุณว่า หมอผมดำ ดูน่าเชื่อถือกว่าไหม
👩🏻 เผอิญหนูเปิดร้านทำผมค่ะ
คิดว่า สีผมแบบไหน ก็น่าจะไม่ต่างกัน
หนูขอหมอที่ตั้งใจก็พอแล้วค่ะ
แก๊งนศพ + ตัวผมที่อยู่ในห้อง 👍🏻👍🏻👍🏻
(กราบคนไข้ในใจ100รอบ)
J T x 🍃 retweeted
แพทย์ มอท่อ เหรอ
เรื่องให้คนไข้ขายบ้าน กู้เงินมาผ่าตัดไปถึงไหนแล้วอ่ะ
เอาผิดกะหมอผ่าตัด Robotic คนนั้นยังอ่ะ
หรือรอหมอเด็กคนนั้นมาสอนจริยธรรมเบียวๆก่อน
J T x 🍃 retweeted
ในฐานะที่เคยขลุกอีอา
สตาฟอีอาทำอะไรได้เยอะ ทั้ง investigation ทั้ง หัตถการ บางอันทำได้เยอะกว่า gen ของแต่ละแผนกอีก แต่ปัญหาคือ ตรวจไป ทำไป โดนแผนกนั้นๆเหน็บ ทำทำไม ทำก่อนทำไม ไปแอบด่าเค้าเสียๆหายๆบนวอร์ดตัวเองนู่น
เค้าเลยเลิกทำ มาดูเอง มาสั่งเอง มาทำเอง
J T x 🍃 retweeted
Replying to @AP97__
ไปห้องฉุกเฉินด้วยเรื่องไม่ฉุกเฉิน = เห็นแก่ตัว
ป้ายมีบอกโต้งๆ ว่าอะไรคือฉุกเฉิน ไม่อ่าน ไม่ทำตาม ยังจะให้เขาตรวจ
ห้องฉุกเฉินไม่ใช่ห้องสำหรับ "ฉันว่างเลยมา"
ตอนนี้มีให้ดูใน #Netflix แล้ว #จากเจ้าพระยาสู่อิระวดี
Replying to @pV_nnv
#จากเจ้าพระยาสู่อิรวดี - กาลเวลาหรือความฝัน ที่พามาให้ผูกพัน จนวันหนึ่งสายลมก็พัดพารักให้หายไป เหลือแต่ความทรงจำกับอดีตที่ย้อนไปไม่ได้แล้ว บางคนอยู่กับคำสัญญาเพื่อรอ บางคนแค่เห็นว่ามีความสุขก็จากไปโดยไม่มีอะไรติดค้างคาใจกันอีก ไม่เห็น ไม่พบหน้า และจากลาราวภาพในความฝัน อันเลือนลาง
J T x 🍃 retweeted
ขายของดีกว่า มากดเสื้อยืดเปล่า ใส่สบาย ออกกำลังกายดีมาก นี่ใส่ size m ทั้งเสื้อ และกางเกง
T : vt.tiktok.com/ZS9y91Ew9feuj-…
S : s.shopee.co.th/AAIM936n3c
L : s.lazada.co.th/s.ZljJcZ?t=p-…
J T x 🍃 retweeted
ชั้นน่ะสงสัยการเอาอินเทิร์น1 (แพทย์เพิ่มพูนทักษะ) ไปอยู่ในที่ไม่มีสตาฟมากกว่า แล้วมันมีที่ไหนให้ Extern, Intern, Resident ดูแลกันเอง สตาฟแวะมาเก็บสติ๊กเกอร์แล้วก็ไป คืออย่างน้อยกลางดึกควรให้โทรหาได้ ไม่ควรให้ Last call = Resident ปะ
"ER มีสตาฟอยู่เวรแล้ว ไม่ต้องมี Intern ก็ได้"
เป็นประโยคที่ได้ยินมาตั้งแต่เรียนจบ และไม่ว่าจะได้ยินอีกกี่ครั้ง ก็ยังไม่ชอบอยู่ดี
ไม่เคยเข้าใจว่า การที่ ER มีสตาฟอยู่เวรแล้ว มันเกี่ยวอะไรกับการที่ Intern ไม่จำเป็นต้องมาอยู่เวร ER ? แล้วแผนกอื่นไม่มีสตาฟอยู่เวรกันรึยังไง ?!
ส่วนตัวเป็น Intern ในยุคและในโรงพยาบาลที่ไม่มีสตาฟ ER คอย Cover ซึ่งพอมองย้อนกลับไปก็รู้สึกว่า การที่เรากล้าคิด กล้าตัดสินใจ กล้า Resuscitate คนไข้ และมี Clinical Reasoning ที่เป็นระบบมากขึ้น ก็มาจากการได้วน ได้อยู่เวร และได้เจอคนไข้ใน ER เยอะๆ นี่แหละ
โดยเฉพาะช่วงก่อนไปเรียนต่อ ที่มีโอกาสได้วน ER 7-8 เดือนจาก 12 เดือน ซึ่งเป็นโอกาสทองของการฝึกฝนเลยก็ว่าได้
แต่การเรียนรู้แบบนั้นก็มีต้นทุน ทั้งความเครียด ความผิดพลาด และบางครั้งคนไข้ก็อาจต้องเป็นคนรับผลจากความผิดพลาดของเราที่ยังมีประสบการณ์ไม่มากพอ
การมีสตาฟ ER จึงไม่ควรมองเป็นเหตุผลที่ทำให้ Intern ไม่จำเป็นต้องมาวนหรือตัดลดเวร ER ลง แต่ควรเป็นเหตุผลที่ทำให้ Intern ได้เรียนรู้ใน ER อย่างปลอดภัยมากขึ้น
การมีสตาฟ ER ไม่ได้หมายความว่า จะต้องมีคนมาคอยสอน คอยจับมือ หรือ Cover ทุกเคสตลอดเวลา
แต่หมายถึงการมี "Safety Net" ที่เปิดโอกาสให้ Intern ได้คิดเอง ตัดสินใจเอง ประเมินและดูแลคนไข้เอง ภายใต้การกำกับดูแลที่เหมาะสม โดยมีคนที่มีประสบการณ์มากกว่าคอยให้คำปรึกษา ช่วยตัดสินใจในเคสยากๆ และป้องกันไม่ให้ความผิดพลาดเล็กๆ กลายเป็นความเสียหายใหญ่
เพราะการเรียนรู้ที่ดี ไม่ใช่การปล่อยให้ Intern ต้องเอาตัวรอดเพียงลำพัง และก็ไม่ใช่การที่สตาฟทำทุกอย่างแทนจน Intern ไม่ได้ฝึกอะไรเลย
ดังนั้น การที่ปัจจุบัน ER มีสตาฟมากขึ้น แล้วนำมาเป็นเหตุผลว่า Intern ไม่จำเป็นต้องมาวนหรือไม่จำเป็นต้องอยู่เวร ER มากเหมือนเมื่อก่อน ส่วนตัวกลับมองว่าเป็นดาบสองคม
เพราะสุดท้าย คนที่เสียโอกาสในการฝึก Clinical Decision-Making, Resuscitation และการดูแลผู้ป่วยวิกฤต ก็คือตัว Intern เอง
J T x 🍃 retweeted
สำหรับฉากนี้ คนข้างล่างคิดว่าเป็นพี่ณัฐศักดูได้จากรอยสักที่ต้นแขนด้านขวา ส่วนคนด้านบนดิฉันคาดหวังให้เป็นพี่หมากค่ะ มันจะเผาไหม้สุดๆ
#เพลิงพระนาง
#เพลิงพระนาง2026







































