มาโย {Mý) retweeted
นี่อยากรู้ใครมันริเริ่มเอาไทยมาใส่ในมีมนี้วะ กุอยู่ของกุดีๆ โดนลากไปเอี่ยวด้วยเลย แม้ว่าคนนี้เค้าจะบอกแค่ว่าใครเห็นก็คิดว่าไทยทำก็เถอะ แต่ไทยไม่ได้ทำไง แล้วเพราะอิมีมนึ้อะ ไทยโดนลากไปเมาท์ฉ่ำ คนไทยนิเกาหัวเลย
มาโย {Mý) retweeted
ฝีมือคนไทยจ้า
ฝีมือคนไทยค่ะ
งานคนไทยน้า
งานคนไทยเด้อค่ะ
มาไทยได้เลยจ้า
มาเถอะได้เลยค้าบ
ส่งทีเร้กมาไทยเถอะบัก 👹 เอามานะ ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
Ready to encounter the storm?
Ride through it on TOMORROW X TOGETHER's PERFECT STORM GAME🌪️
🔗 digital.umusic.com/txt-perfe…
💿 Pre-save 'PERFECT STORM' NOW
tomorrowxtogether.lnk.to/PER…
#투모로우바이투게더 #TOMORROW_X_TOGETHER #TXT
#PERFECTSTORM #AngelBite #TXT_AngelBite
มาโย {Mý) retweeted
no porque sea lesbianas significa que odio a los hombres,
si odio a los hombres pero no porque sea lesbiana
มาโย {Mý) retweeted
เพื่อนบ้านทำตัวเป็นเด็กขี้ฟ้อง ขี้อิจฉาไปได้ แต่ไม่แปลกที่พาประเทศชาติมาได้แค่นี้ น่าสมเพชจริงๆ😂 ฆ่าให้หมดสิชนกลุ่มน้อย รัฐประหารซ้ำๆไปสิ ชาวพม่า ทำทั้งหมดนี้แล้วมาเถียงกับไทยเรื่องข้าวซอยต่อ เผื่อชีวิตจะมีอะไรดีๆเกิดขึ้นบ้าง เช่นการได้เอนเกจเม้น อย่างน้อยก็คุ้มค่าเครื่องบินนะ
มาโย {Mý) retweeted
ไทยไม่เคยอยากรวม แต่อยากรวมกลุ่มกับ อินโด มาเลย์ สิงค์โปร บรูไน ฟิลอปินส์ แค่นี้พอเหมือนกัน ที่เหลือยกให้ เอเชียตะวันออก
มาโย {Mý) retweeted
Why does society shame prostitutes for selling sex but never shame the men who pay to sleep with them?
มาโย {Mý) retweeted
เคยกินของพม่าคนพม่าทำให้กิน กินบ่อยคนพม่าชอบทำเลี้ยงงานวันเกิดลูก หน้าตาไม่เหมือนของไทยเลย เครื่องเทศรสชาดก็ไปคนละทิศละทางกับของไทย ของไทยอร่อยกว่าเยอะมาก เราที่ออกเสียงไม่ถูกก็เรียกทับไทยไปว่า เอาหนูเข้าซอย
มาโย {Mý) retweeted
เอ้าอีควาย วัฒนธรรมกุหลายมากค่ะ กินกับอะไรก็อร่อย
ใต้ก็มลายู กลางก็ชัด ๆ อีสานก็อีสาน เหนือก็มีของเหนือ คือแต่ละภาคมีเอกลักษณ์เพราะบ้านเมืองกุเสือกติดกับมึงไง คนชาติมึงก็ใช่ย่อยค่ะอีพม่า
Replying to @Hoacuuc777 @hanyaaadm
သူတို့က နိုင်ငံခြားသားတွေလာတာများတာကို အခွင့်ကောင်းယူပြီး အာစီယံက အရာရာကို ထိုင်းအပိုင်ပြောင်းဖြစ်တာ ကြောက်စရာပဲ
มาโย {Mý) retweeted
ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา นโยบายการต่างประเทศของไทยดำเนินอยู่บนฐานคิดสร้างเสถียรภาพในภูมิภาค นับตั้งแต่ยุคเปลี่ยนสนามรบเป็นสนามการค้า แต่บทเรียนซ้ำซากจากวิกฤตชายแดนและสงครามข้อมูลข่าวสารได้ส่งสัญญาณชัดเจนว่า ทัศนคติของสังคมไทยกำลังและสิ้นสุดความอดทนอดกลั้น เมื่อความปรารถนาดีถูกแปรเปลี่ยนเป็นเครื่องมือทางการเมืองของชนชั้นนำฝั่งกัมพูชา เพราะล่าสุดกัมพูชาก็สร้างหนังที่พยามใส่ร้ายป้ายสีทหารไทยแต่ฝ่ายเดียวโดยไม่พูดถึงบริบทอื่นๆ เพื่อสร้างภาพใส่ร้ายว่าไทยคือรังแกกัมพูชา ประเทศไทยจึงไม่มีความจำเป็นต้องแบกรับสถานะ "ผู้รับเคราะห์" หรือ "พี่ใหญ่ใจกว้าง" อีกต่อไป ถึงเวลาที่รัฐบาลไทยและประชาชนคนไทยต้องทบทวนกรอบความสัมพันธ์สู่ความเป็นจริงตรงหน้าที่ยึดผลประโยชน์แห่งชาติและความมั่นคงเป็นที่ตั้งสูงสุด
บทที่ 1: มรดกสงครามเย็นและภาระที่ถูกลืม — เบื้องหลังบทบาท "ผู้แบกรับ" ของไทย
หากย้อนดูหลักฐานทางประวัติศาสตร์ วิกฤตการณ์ผู้อพยพในปี ค.ศ. 1979 ไม่ได้เกิดขึ้นจากความขัดแย้งของไทย แต่เป็นผลพวงจากระบอบการปกครองเขมรแดงที่เข่นฆ่าประชาชนตนเองจนประเทศพังทลาย ตามด้วยการรุกรานของกองทัพเวียดนาม จากรายงานเอกสารทางการทูตของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ (Foreign Relations of the United States, 1977–1980, Volume XIII, Southeast Asia) และบันทึกปฏิบัติการของข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR: The State of The World's Refugees 2000: Fifty Years of Humanitarian Action) ระบุตรงกันว่า ประเทศไทยต้องเผชิญกับคลื่นผู้ลี้ภัยนับแสนคนอย่างกะทันหัน ซึ่งเกินขีดความสามารถของประเทศไทยซึ่งเป็นประเทศกำลังพัฒนาในขณะนั้นจะรองรับได้
การตัดสินใจผลักดันผู้ลี้ภัยกลับที่บริเวณเทือกเขาพนมดงรักในเดือนมิถุนายน ค.ศ. 1979 จึงเป็นมาตรการฉุกเฉินด้านความมั่นคงเพื่อส่งสัญญาณเตือนไปยังประชาคมระหว่างประเทศว่า ไทยไม่สามารถเป็น "ถังขยะรองรับวิกฤต" ของสงครามตัวแทนได้อีกต่อไป ทว่า ชาติตะวันตกในเวลานั้นกลับเลือกคัดกรองเฉพาะผู้ลี้ภัยที่มีทักษะและชนชั้นนำชาวกัมพูชาที่อยู่ในค่ายผู้ลี้ภัยในดินแดนประเทศไทยไปตั้งถิ่นฐานในประเทศที่สาม ทิ้งให้ไทยต้องแบกรับค่ายผู้ลี้ภัยขนาดใหญ่ เช่น ค่ายเขาอีด่าง ยาวนานนับสิบปี จนกระทั่งเกิดข้อตกลงสันติภาพปารีส (Paris Peace Agreements) ในปี 1991 โดยที่ไทยไม่เคยได้รับการชดเชยความเสียหายทางสิ่งแวดล้อมการสูญเสียโอกาสในการทำกินและวิถีชีวิตของประชาชนคนไทยตลอดแนวชายแดนและความมั่นคงในภูมิภาคที่สูญเสียไปอย่างเป็นธรรมเลย
บทที่ 2: รัฐบาลเฮง สัมริน–ฮุนเซน, หมากสงครามตัวแทน และรัฐบาลผสมเขมร 3 ฝ่าย (CGDK)
ความซับซ้อนของวิกฤตการณ์ชายแดนไทยไม่ได้มีเพียงมิติด้านมนุษยธรรม แต่ถูกขับเคลื่อนด้วยการเมืองอำนาจและสงครามตัวแทนอย่างเต็มรูปแบบ ภายหลังกองทัพเวียดนามเข้ายึดกรุงพนมเปญในเดือนมกราคม ค.ศ. 1979 มีการสถาปนารัฐบาล สาธารณรัฐประชาชนกัมพูชา (PRK) ขึ้น โดยมี เฮง สัมริน เป็นประธานสภาประชาชนปฏิวัติ และมี ฮุนเซน (อดีตผู้บังคับการระดับกรมของเขมรแดงที่แปรพักตร์ไปพึ่งเวียดนาม) ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศตั้งแต่อายุเพียง 26–27 ปี ก่อนจะขยับขึ้นควบรองนายกรัฐมนตรีในปี 1981 และก้าวสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในปี 1985
บนเวทีระหว่างประเทศ สมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UN General Assembly) รวมถึงสหรัฐฯ จีน และกลุ่มประเทศอาเซียน ต่างปฏิเสธที่จะให้การรับรองความชอบธรรมของรัฐบาลหุ่นเชิดเวียดนามที่นำโดยเฮง สัมริน และฮุนเซน เพื่อสกัดกั้นการแผ่อิทธิพลของสหภาพโซเวียตและเวียดนาม มหาอำนาจร่วมกับนานาชาติจึงผลักดันให้เกิดการรวมตัวของกลุ่มต่อต้านเวียดนาม กลายเป็น รัฐบาลผสมกัมพูชาประชาธิปไตย (Coalition Government of Democratic Kampuchea - CGDK) ในปี 1982 ซึ่งเป็นการผนึกกำลังระหว่าง:
-กลุ่มเขมรแดง ภายใต้การนำของเขียว สัมพัน (มีกำลังทหารแข็งแกร่งที่สุด)
-กลุ่มฟุนซินเปก (FUNCINPEC) นำโดยสมเด็จนโรดม สีหนุ
-แนวร่วมปลดปล่อยชาติเขมร (KPNLF) นำโดยซอน ซาน
นานาชาติและมหาอำนาจตะวันตกใช้ไทยเป็นรัฐกันชน และเป็นท่อน้ำเลี้ยงความช่วยเหลือทางทหาร เสบียง และการแพทย์ไปยังกองกำลังผสมเขมรเหล่านี้ตามแนวชายแดน ทำให้ไทยต้องตกเป็นหนังหน้าไฟ รับกระสุนปืนใหญ่และการรุกล้ำอธิปไตยจากกองทัพเวียดนามและกองกำลังฝ่ายเฮง สัมริน–ฮุนเซน ต่อเนื่องนับทศวรรษ
ความช่วยเหลือและการสนับสนุนทางการทูตที่ประชาคมโลกและไทยมีต่อกลุ่มต่อต้านเวียดนามในยุคนั้น ได้กลายมาเป็นแผลในใจและข้ออ้างทางการเมืองอันดับหนึ่งของฮุนเซนตลอดหลายทศวรรษต่อมา ภายหลังสามารถกวาดล้างและควบรวมอำนาจเบ็ดเสร็จผ่านรัฐประหารนองเลือดในปี 1997 ชนชั้นนำตระกูลฮุนได้นำปมประวัติศาสตร์สงครามตัวแทนนี้มาบิดเบือน เพื่อชี้หน้าไทยว่าเป็นผู้สนับสนุนเขมรแดง โดยจงใจลบภาพความจริงที่ว่า ตนเองและเฮง สัมริน ต่างก็เคยเป็นนายทหารเขมรแดงมาก่อน และละเลยข้อเท็จจริงที่ว่าวิกฤตทั้งหมดเกิดขึ้นเพราะเวียดนามรุกรานยึดครองกัมพูชาจนกลายเป็นสมรภูมิสงครามเย็น
/มีต่อ
ตลกหรอวะ ออกรายการพูดภาษาจีนบอกไทยขโมยข้าวซอย บอกไทยพูดภาษาพม่าไม่ชัดเรียกเพี้ยนเสียง ชื่อ ข้าวซอย รากศัพท์มาจากภาษาพม่าบลาๆ อันนี้บทกูอะ555555 มึงมีพหุสังคมกับมุสลิม จีน ดึมาก ฆ่ามุสลิมเผาสับ กล้าออกทีวีด่าไทยตัวขโมยไรงี้ พักมากก 10/10
Replying to @RobertRamspcxi
this chart is at least 20 years out of date.





































