เทพฤทธิ์ ภาษี retweeted
พร้อมวิ่งหรือยัง?
หนทางยังอีกยาว แต่เราไม่วิ่งคนเดียว
#ประชาชนรันประเทศ
เทพฤทธิ์ ภาษี retweeted
เมื่อวานนี้ ผมได้รับทราบจากการให้สัมภาษณ์ในรายการ The Standard ว่า สว. สรชาติ ได้ไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ดำเนินคดีกับผมในความผิดฐานหมิ่นประมาท เมื่อวันที่ 9 ส.ค. ทีผ่านมา
.
เท่ากับว่าตอนนี้ จากข้อมูลที่ปรากฎต่อสาธารณะ ผมถูกแจ้งความฐานหมิ่นประมาทสืบเนื่องจากการตรวจสอบคดีโกง สว. แล้ว จากนักการเมือง 3 คน:
.
1. รองนายกฯ ทรงศักดิ์ ทองศรี (จ.บึงกาฬ)
2. รัฐมนตรี สุขสมรวย วันทนียกุล (จ.อำนาจเจริญ)
3. สว. สรชาติ วิชย สุวรรณพรหม (จ.หนองบัวลำภู)
.
ในการทำหน้าที่ในฐานะผู้แทนราษฎร ผมยืนยันว่าผมได้ดำเนินการและจะเดินหน้าตรวจสอบประเด็นต่างๆต่อไปบนพื้นฐานของข้อมูลและเหตุผล ซึ่งรวมถึงการนำเสนอชัดเจนว่าอะไรเป็นข้อเท็จจริงที่ได้รับการยืนยันแล้ว อะไรเป็นข้อมูลที่หน่วยงานสามารถยืนยันหรือพิสูจน์ได้ อะไรเป็นคำถามที่ต้องการคำชี้แจง และอะไรเป็นความเห็นหรือคำบอกเล่าจากบุคคลที่ให้ข้อมูล
.
หากเรื่องเหล่านี้ไปถึงชั้นศาล ผมเชื่อว่าความจริง หลักฐานเอกสารที่จะเรียกได้เพิ่มเติมในชั้นศาล และ เจตนาที่ชัดเจนของผมในการทำหน้าที่ตรวจสอบเพื่อประโยชน์สาธารณะ จะปกป้องและให้ความเป็นธรรมกับผม
.
นอกจากนั้น หากกระบวนการดังกล่าวทำให้ผมต้องเดินทางไปที่จังหวัดต่างๆ ผมก็จะขอใช้โอกาสนี้ในการเดินหน้ารับฟังปัญหาและจัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนความเห็นกับประชาชนในพื้นที่นั้นๆ
- ตั้งแต่ผมมาร่วมทำงานกับพรรคก้าวไกล ผมมีการเก็บบันทึกไว้ส่วนตัว ว่าผมได้เดินทางไปทำงานหรือร่วมกิจกรรมที่จังหวัดไหนแล้วบ้าง
- ล่าสุด ผมค้นพบว่าผมได้เดินทางไปร่วมงานแล้วใน 62 จังหวัด โดยในบรรดา 15 จังหวัดที่ยังไม่ได้มีโอกาสไป มีทั้ง บึงกาฬ อำนาจเจริญ และหนองบัวลำภู รวมอยู่ในนั้นพอดี!
.
เดินหน้าต่อครับ
เทพฤทธิ์ ภาษี retweeted
เมื่อวานมีคนส่งข้อความมาถามเรื่องการส่ง อ.เดชรัต สุขกำเนิด @decharut114 ลงชิงนายก อบจ. นนทบุรี กันหลายคน
ผมมีโอกาสทำงานใกล้ชิดกับ อ.เดชรัต ในรอบ 2-3 เดือนที่ผ่านมา เพราะอยู่ในคณะอนุกรรมาธิการศึกษาเรื่องห่วงโซ่อุปทานผลไม้ไทย ที่มีผมเป็นประธาน และ อ.เดชรัต เป็นรองประธาน และมีโอกาสร่วมทริปไปดูวงการผลไม้ไทยในเชียงใหม่-ลำพูน ถึง 2 ครั้ง จึงอยากขอเล่าถึงประสบการณ์ทำงานกับ อ.เดชรัต ดังนี้ครับ
1. ถ่อมตัว
ถ้าใครเคยทำงานกับ อ.เดชรัต จะสังเกตเห็นคุณสมบัติเด่นข้อนี้ของ อ. ได้แทบจะทันที เพราะวิธีทำงานของ อ. เดชรัต คือทุกอย่างคือการเรียนรู้ อ. ไม่เคยเป็นน้ำเต็มแก้ว (แม้จริงๆ รู้เยอะมาก) แต่ก็จะยังศึกษา เรียนรู้ สอบถาม ในประเด็นต่างๆ จากทุกคนเสมอ ด้วยความกระหายใคร่รู้ สุภาพ ถ่อมตน ให้เกียรติทุกคน
อ. เป็นคนง่ายๆ กินง่าย อยู่ง่าย ทำอะไรคล่องตัว ไม่เจ้ายศเจ้าอย่างเลย คุยกับชาวบ้านได้รู้เรื่อง (แถมมีลักษณะเด่นคือชาวบ้านจะเปิดใจ เหมือนมีออร่าอะไรบางอย่าง)
ผมคิดว่าคุณลักษณะนี้ของ อ.เดชรัต จะช่วยให้ อ. เป็น "มือประสาน" ที่ดีมากๆ ในการเชื่อมต่อกับหน่วยงานต่างๆ จำนวนมากมายที่เกี่ยวข้องกับชาวนนทบุรีได้เป็นอย่างดี
2. รอบรู้
อ.เดชรัต ทำงานด้านเศรษฐศาสตร์การเกษตรมาตลอด มีความรู้ด้านสายงานเกษตรในระดับสุดยอดมาก เรียกว่าถ้าพูดถึงผลผลิตทางการเกษตรขึ้นมาสักตัวหนึ่ง อ. จะสามารถอธิบายได้ทันทีว่า ปัญหาคืออะไร สาเหตุมาจากอะไร และแนวทางการแก้ปัญหา (ที่มัน make sense) คืออะไร
ผมอาจไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญสายงานเกษตรนัก แต่ อ.เดชรัต เป็นคนที่พูดเรื่องการแก้ปัญหาเกษตรไทยในเชิงระบบได้ดีมากที่สุดคนหนึ่งที่เคยฟังมา
แต่ความรู้ของ อ. ไม่ได้จำกัดแค่วงเกษตรเท่านั้น เพราะ อ. รับผิดชอบดูแลปัญหาคุณภาพชีวิตคนไทยในภาพรวมด้วย จึงต้องรู้เรื่องรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาการศึกษา สาธารณสุข แรงงาน สิ่งแวดล้อม เด็กและเยาวชน ผู้ด้อยโอกาส ฯลฯ
อ. ทำงานร่วมกับ ส.ส. และบุคลากรที่เกี่ยวข้องมากมาย และได้รับเสียงชื่นชมเสมอมา ถ้า อ.เดชรัต ได้เป็นนายก อบจ. นนทบุรี การยกระดับคุณภาพชีวิตของคนนนท์ ย่อมเป็นหนึ่งในสิ่งที่ อ. จะทำได้ดีอย่างไม่ต้องสงสัย
3. ขยันขันแข็ง
อ.เดชรัต เป็นคนที่ขยันมากครับ ถ้าได้สัมผัสใกล้ชิด จะเห็นว่า อ. มีประชุมเยอะมาก เพราะต้องรับผิดชอบงานมากมาย โดยอาวุธสำคัญของ อ. คือมี iPad mini หนึ่งตัวพกพาไปทุกที่ พร้อมประชุมงานได้ทันที แต่ก็มีความรับผิดชอบสูง ประชุมงานตรงเวลา ไม่มีหลุดงานที่รับผิดชอบ
ผมเองในฐานะ ส.ส. บางครั้งมีประชุมซ้อนกันหลายคณะ ก็ได้ อ. เดชรัต ช่วยเป็นประธานในที่ประชุมแทนให้ ซึ่ง อ. ก็ทำหน้าที่นี้ได้เป็นอย่างดี สมาธิดี ตั้งใจฟังประชุมไม่มีหลุดครับ
หลายคนอาจมีคำถามว่า ทำไมต้องเป็น อ.เดชรัต มาลงที่นนทบุรี ผมทราบมาว่า อ. มีบ้านสวนอยู่ที่นนทบุรี และพูดถึงเรื่องนี้อยู่บ่อยครั้ง (ติดตามในโพสต์ของ อ. ได้) แต่ก็เพิ่งทราบจากข่าวเหมือนกันว่า อ. เป็นคนนนท์โดยกำเนิดด้วย ในเรื่องของความ "อิน" รับรองจัดเต็มแน่นอน
ผมเองเคยอาศัยอยู่ที่นนทบุรี แถวปากเกร็ดอยู่นานพอสมควร รับรู้ปัญหาของชาวนนทบุเรี่ยน ว่ามีทั้งโซนที่อยู่ติดกรุงเทพ มีวิถีชีวิตแบบกรุงเทพ กับโซนที่อยู่ห่างไกลออกไป ยังมีความเป็นต่างจังหวัดอยู่มาก แต่ทั้งสองโซนมีจุดร่วมกันคือ ไม่ได้รับความสนใจและทรัพยากรเท่ากับกรุงเทพ ดังนั้นเรื่องการขนส่ง คมนาคม การศึกษา สาธารณูปโภคต่างๆ กำลังกลายเป็นปัญหาที่ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ตามจำนวนประชากรของนนทบุรีที่เพิ่มขึ้นทุกวัน
อ.เดชรัต เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดในความคิดของผมแล้ว มีทั้งความรู้เกี่ยวกับนนทบุรี ความรู้ในด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพชีวิตของชาวนนทบุรี และสไตล์การทำงานที่เป็นมือประสาน ดังนั้นก็อยากขอคะแนนเสียงของชาวนนทบุรี มาช่วยกันผลักดัน อ.เดชรัต ให้ไปถึงเป้าหมาย นายก อบจ. นนทบุรี กันครับ
ป.ล. ขุดภาพตอนไปดูงานวงการผลไม้ที่เชียงใหม่-ลำพูนมา ชอบภาพสุดท้ายมาก เพราะดูเป็นตัวจริงของ อ.เดชรัต ดีมากๆ
เทพฤทธิ์ ภาษี retweeted
กำแพงที่ปกป้องคนไทยไม่ได้ และมิหนำซ้ำยังปิดกั้นคนไทยไม่ให้เจริญ
คำว่า "กำแพง" กลายเป็นวาระร้อนของวันนี้ คำถามที่เราควรต้องมาทบทวนดีๆ คือ "กำแพง" หมายถึงอะไรกันแน่
เมื่อพูดถึงกำแพงแล้ว ผมนึกถึงการ์ตูนเรื่อง Attack on Titan ที่มนุษย์สร้างกำแพงเพื่อป้องกันภัยคุกคามจากข้างนอก บริบทของไทยอาจดูคล้ายๆ กัน
แต่ถ้าลองมานั่งคิดกันให้ดีแล้ว กำแพงของไทยนั้นง่อนแง่น เปราะบางมาก มันช่วยป้องกันภัยคุกคามจากภายนอกไม่ได้เลย เราเจอปัญหาคนต่างชาติ ทุนต่างชาติ อาชญากรรมข้ามชาติเข้ามาเอาเปรียบ เข้ามาใช้ประโยชน์จากแผ่นดินไทย โดยที่คนไทยแทบไม่ได้อะไร (แถมเป็นทุกข์อีกต่างหาก)
ในอีกด้าน กำแพงอันเดียวกันนี่แหละ ที่กดทับคนไทยไว้ไม่ให้เจริญ คนไทยถูกฉุดรั้งด้วยปัญหาภายในมากมาย ทุจริตคอรัปชั่น โกงเลือกตั้ง โกง ส.ว. โกงสอบข้าราชการ ไปจนถึงปัญหางบประมาณ รัฐไร้ประสิทธิภาพ คนไทยไม่สามารถออกไปแข่งขันกับชาวโลกได้เหมือนในอดีต ความภูมิใจในความสามารถของคนไทยด้วยกันเองหดหายไปหมดแล้ว
มันเป็นเรื่องน่าเศร้าที่คนระดับนายกรัฐมนตรี กลับภูมิใจกับกำแพงเน่าๆ อันนี้ และมองด้วยซ้ำว่าควรจะทำให้มันสูงขึ้น หนาขึ้นไปอีก ทั้งที่มันไม่มีประโยชน์อะไรเลย
ผมเชื่อว่าคนไทยจำนวนมากรู้สึกว่า "ไม่ไหวแล้ว" ผมก็เป็นหนึ่งในคนจำนวนนั้นที่ลาออกจากงานเดิมเข้ามาทำงานการเมือง เพื่อเปลี่ยนแปลงสิ่งเหล่านี้ เพื่อมาทุบกำแพงที่กดทับคนไทยเอาไว้ ในขณะเดียวกันก็สร้างกำแพงใหม่ที่แข็งแรง ปลอดภัย ป้องกันคนไทยจากภัยข้างนอกได้
ผมทราบดีว่าการเดินทางของเรามันเหน็ดเหนื่อยและยาวนาน แต่มีเพียงเส้นทางนี้เส้นทางเดียวที่เราจะต้องเดินไป
สิ่งที่ผมรับรู้ได้ในรอบไม่กี่เดือนที่ผ่านมาคือเสียงบ่น "ไม่ไหวแล้ว" มันดังขึ้นเรื่อยๆ และหวังว่าอีกไม่นานเราจะได้มาร่วมทุบกำแพงไปด้วยกัน
ระหว่างนี้ เหนื่อยได้ ท้อได้ แต่อย่าเพิ่งหมดหวัง หายเหนื่อยแล้วกลับมาเดินหน้าทำลายกแพงไปด้วยกันครับ
เทพฤทธิ์ ภาษี retweeted
เล่มนี้สำคัญมาก !!!
ใครไม่มีลูก 👉🏻 อ่านเพื่อตัวเองและคนที่เรารัก
ใครมีลูกเล็ก 👉🏻 อ่านและลงมือเตรียมลูกเลยค่ะ
ใครมีลูกโต 👉🏻 อ่านเดี๋ยวนี้ เตรียมทันที
“ความยินยอม” เป็นหัวใจสำคัญของความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ ทุกรูปแบบความสัมพันธ์เลยก็ว่าได้ เป็นต้นทางของความเคารพตัวเองและเคารพคนอื่น
❎ Disclaimer: โพสต์นี้ต้องการโปรโมทความสำคัญของ Consent ไม่ใช่เพิ่มยอดขายหนังสือนะคะ โนสปอนเซอร์ค่ะ 🙂
#consent
เทพฤทธิ์ ภาษี retweeted
[ 10 ผลงานเพื่อประชาชน ทั้งในและนอกสภาฯ โดย สส.พรรคประชาชน ]
.
หลังจบสมัยประชุมแรก แม้ ‘พรรคประชาชน’ จะไม่ได้เป็นรัฐบาลหรือมีอำนาจในการบริหารประเทศโดยตรง แต่ในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติ พรรคประชาชนยังคงทำหน้าที่อย่างเต็มที่ ทั้งการเสนอร่างกฎหมาย ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลและหน่วยงานของรัฐ รวมถึงติดตามปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนอย่างต่อเนื่อง
.
ตลอดสมัยประชุมที่ผ่านมา สส.พรรคประชาชนหลายคนมีบทบาทสำคัญในการตรวจสอบการใช้อำนาจ ผลักดันประเด็นสาธารณะ และติดตามความคืบหน้าของปัญหาต่างๆ เพื่อให้เกิดความโปร่งใส ความรับผิดชอบ และการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม
.
และนี่เป็นเพียง ‘ส่วนหนึ่ง’ ของผลงานล่าสุดจาก สส.พรรคประชาชน ทั้งในระดับพื้นที่และขับเคลื่อน ผลักดันนโยบายระดับชาติ รวมทั้งตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลในฐานะฝ่ายค้าน และยังมีอีกหลายภารกิจที่กำลังอยู่ในระหว่างการดำเนินการ โดยมีเป้าหมายสำคัญคือสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับประเทศนี้
เทพฤทธิ์ ภาษี retweeted
เหตุฝนตกหนักทำให้กองขยะโฟมทะลักท่วมถล่มกำแพงหมู่บ้านรักษาวิลล์ 2 ที่ตำบลบ่อวิน อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2569 ทำไมถึงมีกองขยะอุตสาหกรรมอยู่ใกล้ชุมชน?
.
นฤมาศ เปี่ยมบัณฑิต สส.ชลบุรี เขต 6 พรรคประชาชน และ สหัสวัต คุ้มคง สส.ชลบุรี เขต 7 พรรคประชาชน ลงพื้นที่รวบรวมข้อเท็จจริง พร้อมประสานคณะกรรมาธิการป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากภัยธรรมชาติและสาธารณภัย (กมธ.ปภ.) ซึ่ง กมธ. ได้เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าประชุมเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 โดยมี กฤช ศิลปชัย สส.ระยอง พรรคประชาชน ในฐานะรองประธาน กมธ.การอุตสาหกรรม ร่วมสังเกตการณ์ด้วย
.
เศษขยะโฟมที่กองสูงจนทำให้รั้วหมู่บ้านรักษาวิลล์ 2 พัง อยู่ภายใต้การดำเนินการของ บริษัท ฟางซาง เซอร์คูลาร์ อีโคโนมี แมเนจเม้นท์ จำกัด รับจ้างคัดแยกของเสียจำพวกโครงตู้เย็นและฝาตู้เย็น ใช้แรงงานคน 10 คน ไม่มีการใช้เครื่องจักร จึงไม่เข้าข่ายองค์ประกอบการเป็นโรงงานตาม พ.ร.บ.โรงงานฯ แต่ยังนับเป็นกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ จึงต้องมีการขออนุญาตและมีกฎหมายในการควบคุม
.
นอกจากนี้ วัสดุต่างๆ ที่กองอยู่ข้างหมู่บ้านรักษาวิลล์ 2 ถูกขนมาจาก บริษัท ไมเดีย อินเทลลิเจนท์ แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย จำกัด ในเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ จังหวัดระยอง จึงถือว่าโรงงานต้นทางลักลอบนำของเสียออกนอกพื้นที่โดยไม่ได้รับอนุญาต ตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่องการจัดการสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว พ.ศ. 2566
.
ทั้งนี้ การขจัดหรือจัดการขยะหรือกากอุตสาหกรรมจากโรงงานในเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ ต้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยมุ่งเน้นการคัดแยกต้นทาง การนำกลับมาใช้ใหม่ และกำจัดผ่านผู้รับบำบัดที่ได้รับอนุญาต
กฤช ศิลปชัย รองประธาน กมธ.การอุตสาหกรรม เปิดเผยความคืบหน้าหลังการลงพื้นที่ว่า พบกากอุตสาหกรรมของ บริษัท ฟางซาง เซอร์คูลาร์ อีโคโนมี แมเนจเม้นท์ จำกัด นำมาลักลอบทิ้งบนที่ดินที่เช่า และตรวจสอบที่ตั้งที่สองของบริษัทฯ พบวัสดุไม่ใช้แล้วจากโรงงานอุตสาหกรรม และไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานจำนวนมาก นอกจากนี้ยังเข้าตรวจสอบสถานที่ได้รับใบอนุญาตโรงงาน พบเป็นโกดังเล็กๆ ไม่มีการประกอบกิจการ
.
ผลจากการประชุมคือ บริษัทฯ จะรับผิดชอบเงินชดเชยเยียวยาความเสียหายทั้งหมด โดย อบต.บ่อวิน จะทำการสำรวจ ประเมินความเสียหาย และจะตกลงกับนิติบุคคลของหมู่บ้านในวันที่ 13 กรกฎาคม
.
ส่วนการดำเนินการ มีคำสั่งให้บริษัทฯ หยุดประกอบกิจการ มีคำสั่งให้ส่งกากอุตสาหกรรมไปกำจัดยังสถานที่ที่ได้รับอนุญาต และดำเนินคดีฐานลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรม ประกอบกิจการโรงงานโดยไม่ได้รับอนุญาต และสร้างเหตุเดือดร้อนรำคาญ
.
“ข้อสังเกตเรื่องนี้ ทั้งรัฐมนตรีและหน่วยงานชี้แจงว่าสถานที่เกิดเหตุไม่เข้าข่ายโรงงาน จึงยังไม่สามารถดำเนินคดีได้ แต่ทาง กมธ.อุตสาหกรรม ลงพื้นที่ พบความผิดเพียบ ฝากความห่วงใยถึงท่านรัฐมนตรีอุตสาหกรรม ท่านอย่าฟังแต่รายงาน ท่านต้องลงพื้นที่ด้วยตนเอง” กฤชทิ้งท้าย
เทพฤทธิ์ ภาษี retweeted
ศิริกัญญา ตันสกุล @SirikanyaTansa1 สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายงบประมาณปี 2570 แสดงให้เห็นปรากฏการณ์ ‘ฝีแตก’ ทางการคลัง เมื่อการขาดดุลงบประมาณเกิน 3% ต่อ GDP ได้กลายเป็นความปกติใหม่ รัฐบาลกำลังเผชิญปัญหาแผลเรื้อรัง
“มันสะท้อนว่าวันนี้แผลเรื้อรังของงบประมาณไทยเอาอะไรมาปกปิดไว้ไม่อยู่แล้ว ฝีที่ถูกบ่มมาหลายปีมันแตกแล้วในปีงบประมาณ 2570”
เมื่อมีข้อจำกัดทางงบประมาณ จึงไม่มีโครงการใหม่ๆ เกิดขึ้นในงบประมาณปี 2570 แม้จะมีโครงการที่ถูกเปลี่ยนชื่อ แต่ก็ยังคงเป็นโครงการเดิมอยู่ราว 300 โครงการ งบประมาณเพียงหลักหมื่นล้านบาทเท่านั้น
“ที่เราเห็นก็คือว่าคำว่า AI หรือว่าปัญญาประดิษฐ์กลายเป็นรหัส ATM ใหม่ของปี 2570 ถ้ามีโครงการที่ชื่อว่า AI หรือว่ามีคำว่าปัญญาประดิษฐ์หรือว่ามีอะไรที่เกี่ยวข้องกับ AI นั้น ก็จะได้รับงบประมาณเพิ่มขึ้นมากเป็นพิเศษ ปีที่แล้วยังมีไม่ถึง 1,000 ล้าน โครงการที่เกี่ยวข้องกับ AI ปีนี้เพิ่มขึ้นมา 2 เท่า นะคะ ประมาณ 2,000 กว่าล้าน 176 โครงการ”
เทพฤทธิ์ ภาษี retweeted
“ดิฉันและพรรคประชาชนเสนอว่าให้ยกเลิกคำสั่ง คสช. ที่ดึงอำนาจการสอบท้องถิ่นเข้าสู่ส่วนกลาง เพื่อประสิทธิภาพในการจัดหาบุคลากรที่เหมาะสมกับกำลังคนและอัตราที่ท้องถิ่นต้องการ ที่สำคัญคือ เพื่อริเริ่มรีเซ็ตระบบการทุจริตที่มันเกิดขึ้น วันนี้เห็นชัดแล้ว ว่าส่วนกลางจัดสอบเองก็ไม่สามารถแก้ปัญหาการทุจริตได้”
วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ในการอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 ภคมน หนุนอนันต์ @SaPukkamon สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายมหากาพย์ทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น สะท้อนความล้มเหลวของมรดก คสช. รวบอำนาจไปจาก อปท. โดยอ้างความโปร่งใส แต่ผลลัพธ์กลับกลายเป็นการเปิดช่องทุจริต TOR ให้เกิดขบวนการโกงสอบระดับประเทศ ทั้งการแก้คะแนน คอมพิวเตอร์ บัญชี VIP นามสกุลดัง พรรคประชาชนจึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกคำสั่ง คสช. คืนอำนาจสอบให้ท้องถิ่น
เทพฤทธิ์ ภาษี retweeted
วันที่ 29 มิถุนายน 2569 ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ได้พิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 โดย อิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ @markpeak สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ร่วมอภิปรายในส่วนของงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับดิจิทัล
.
อิสริยะระบุว่า งบประมาณด้านดิจิทัลทั้งหมดเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดในรัฐบาลชุดนี้ ตัวเลขรวมกันสูงกว่า 33,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ 2569 ถึง 28% โดยในภาพรวมทุกกระทรวงถูกลดงบประมาณเกี่ยวกับดิจิทัลลงไปกันเกือบหมด มีกระทรวงเดียวที่ได้รับงบประมาณด้านดิจิทัลเพิ่มขึ้นอย่างมากถึง 114% นั่นคือกระทรวงดิจิทัลฯ (ดีอี)
.
ตั้งแต่รัฐบาลชุดนี้เข้ามาบริหารประเทศ โครงการเกี่ยวกับดิจิทัลที่คนสนใจมากที่สุดหนีไม่พ้นโครงการด้าน AI โดยเฉพาะโครงการ TH-AI Passport ซึ่งเต็มไปด้วยข้อกังขามากมาย แต่ที่ผ่านมารัฐบาลก็ยืนยันแข็งขันว่าสัญญาแก้ไม่ได้ ยกเลิกไม่ได้ แต่เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาก็เริ่มมีการปรับแก้สัญญากับทางเอกชนแล้ว นับเป็นสัญญาณที่ดี แต่โครงการเฟสแรกยังไม่ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการด้วยซ้ำ ปลัดกระทรวงดีอีก็พูดไว้ก่อนแล้วว่าเตรียมงบประมาณสำหรับเฟสสองไว้แล้ว 900 ล้านบาทในงบประมาณปี 2570
.
“นอกจากโครงการ TH-AI Passport ที่ทุกคนจับตา แผนในปี 70 ก็เป็นไปตามคาด เรามีงบประมาณที่แปะชื่อ AI อยู่เต็มไปหมด 81 หน่วยงาน 176 โครงการ งบประมาณราวๆ 2,200 ล้านบาท ถ้าลองดูรายชื่อที่ยกมา จะเห็นว่า ไม่ว่าคุณจะเป็นหน่วยงานกรมกระทรวงใดก็ตาม คุณมีโปรเจกต์มา คุณแปะคำว่า AI เข้าไปต่อท้ายเสร็จเรียบร้อย เหมือนกับเป็นคำว่าซอฟต์พาวเวอร์ในอดีต ปีนี้เปลี่ยนมาเป็นคำว่า AI”
.
อิสริยะชี้ว่า มีบางโครงการที่จั่วหัวมาเป็น AI แต่ของจริงคืองบประมาณก่อสร้างอาคาร โครงการที่ใหญ่ที่สุดมูลค่า 164 ล้านบาท ของมหาวิทยาลัยมหิดล อีกโครงการหนึ่งที่น่าสนใจคือ ‘โครงการการบูรณาการเอไอสองระบบ (มนุษย์และปัญญาประดิษฐ์) เพื่อพัฒนาระบบฮาลาลบล็อกเชนสร้างกลไกการทวนสอบย้อนกลับผลิตภัณฑ์ฮาลาลเพิ่มความเชื่อมั่นผู้บริโภคระดับท้องถิ่นและนานาชาติ’ ซึ่งอิสริยะบอกว่า อ่านจบแล้วก็ยังไม่เข้าใจว่าจะใช้มนุษย์หรือปัญญาประดิษฐ์กันแน่
.
อิสริยะกล่าวต่อไปว่า อย่างไรก็ตาม งบประมาณด้านดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดในประเทศก็คือเรื่องพื้นฐานอย่างครุภัณฑ์คอมพิวเตอร์ มูลค่ารวม 11,000 ล้านบาท คิดเป็น 1 ใน 3 ของงบประมาณดิจิทัลทั้งประเทศ
.
“มีหน่วยงานขอซื้อคอมพิวเตอร์ 254 หน่วยงาน หลายหน่วยก็ขอเงินเป็นหลักหลายร้อยล้านบาท มันก็พอเข้าใจได้ว่าชื่อหน่วยที่ออกมาเป็นหน่วยงานที่มีสาขาทั่วประเทศ ให้บริการประชาชนจำนวนมาก อาจจะต้องใช้คอมพิวเตอร์เยอะ แต่มีอยู่หน่วยงานหนึ่ง คือรัฐสภาแห่งนี้ ขอเงินค่าไอทีรวมกัน ทั้งฝั่ง สส. ทั้งฝั่ง สว. มากกว่า 500 ล้านบาท แทบจะเทียบเท่ากับหน่วยงานอื่นขอซื้อทั้งประเทศ”
.
และอิสริยะตั้งข้อสังเกตด้วยว่า บริษัทที่ประมูลงานไอทีของรัฐสภาได้ อยู่ในเครือข่ายเดียวกับที่ได้งาน TH-AI Passport
.
“รัฐบาลมีนโยบายเกี่ยวกับดิจิทัลเขียนไว้ตอนแถลงนโยบายต่อรัฐสภาอย่างสวยหรู ต้องการยกระดับเศรษฐกิจดิจิทัล พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน บูรณาการข้อมูล มียุทธศาสตร์ด้าน AI แต่พอไปดูงบประมาณจริง งบประมาณซ้ำซ้อน ไร้ทิศทาง ต่างเป็นเบี้ยหัวแตก” อิสริยะกล่าว
.
อิสริยะยังระบุอีกว่า ถึงเวลาแล้วหรือยังที่เราจะมาพูดเรื่องประสิทธิภาพของการใช้เงินซื้อเทคโนโลยีของประเทศไทย ในบริษัทเอกชนทั่วไปมีตำแหน่งที่เรียกว่า Chief Technology Officer (CTO) ไว้คอยกำหนดทิศทางทางเทคโนโลยีว่าจะใช้ จะซื้อ และจะทำอะไร ถ้าเป็นประเทศไทยก็คงจะเป็นรัฐมนตรีดีอี ที่มีความพยายามผลักดัน AI อยู่หลายครั้ง แต่อย่าลืมว่า ปัจจุบันยังไม่มีการตั้งบอร์ด AI ถ้าจริงใจกับเรื่อง AI ก็ขอให้รีบเร่งตั้งบอร์ด AI แห่งชาติขึ้นมาโดยเร็ว
.
“รัฐบาลในอดีตอาจจะมีวิธีการทุจริตผ่านโครงการก่อสร้าง เพราะหาเงินทอนส่วนต่างง่าย โลกกำลังเปลี่ยน สิ่งที่น่ากลัวกว่านั้นคือรัฐบาลยุคใหม่อาจจะหาขุมทรัพย์ใหม่เจอจากงบดิจิทัล ที่หาส่วนต่างง่ายกว่า ราคากลางไม่ชัดเจนตายตัว ประเมินความคุ้มค่ายาก ขอฝากถึงรัฐบาลให้มองดิจิทัลเป็นเครื่องมือในการยกระดับประสิทธิภาพของประเทศ ขอให้ลงทุนให้คุ้มค่า ถ้าใช้อย่างไม่ระมัดระวัง เน้นเงินทอน งบดิจิทัลจะเปลี่ยนจากก่อสร้าง+ มาสู่ดิจิทัล+” อิสริยะกล่าว
เทพฤทธิ์ ภาษี retweeted
ประเทศไทยไม่ได้ขาดงบประมาณ แต่ขาดยุทธศาสตร์ในการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์
‘วีระยุทธ’ @Ton_Veerayooth 2570 รัฐบาลอุดหนุนค่ายรถยนต์ 3,500 ล้านบาท แต่ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานแค่ 343 ล้านบาท พัฒนาทักษะแรงงานเพียง 68 ล้านบาท
หากยังจัดงบแบบนี้ ไม่ลงทุนสร้างคนสร้างอุตสาหกรรม สุดท้ายประเทศไทยอาจเสียทั้งขึ้นทั้งล่อง รักษาอุตสาหกรรมเดิมไม่ได้ สร้างอุตสาหกรรมใหม่ก็ไม่ได้
เทพฤทธิ์ ภาษี retweeted
พรรคประชาชนขอขอบคุณ ‘ประชาชน’ ชาวกรุงเทพฯ และชาวพัทยา ที่ได้ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ ส.ก. รวมทั้งนายกเมืองพัทยาและ ส.ม. ในวันนี้ ทุกคะแนนที่มอบให้พรรคประชาชนคือความไว้วางใจและเป็นการแสดงเจตจำนงที่จะเดินหน้าสร้างความเปลี่ยนแปลงพร้อมกับเรา
.
หลังจากนี้ เราจะร่วมติดตามการนับคะแนนในทุกหน่วยเลือกตั้งอย่างใกล้ชิด เพื่อให้มั่นใจว่าทุกสิทธิและทุกเสียงของประชาชนได้รับการคุ้มครองอย่างดีที่สุด แม้ผลการเลือกตั้งในวันนี้ยังไม่เป็นไปตามที่คาดหวังไว้ แต่พรรคประชาชนจะมุ่งมั่นทำงานในระดับท้องถิ่น นำคำสัญญาของเราไปปฏิบัติเพื่อยกระดับมาตรฐานการดูแลคุณภาพชีวิตประชาชน รักษาความเชื่อมั่นจากทุกคะแนนที่ท่านมอบให้เราอย่างดีที่สุด
เทพฤทธิ์ ภาษี retweeted
🟢 [ ชัดเจนแล้ว! สสร.จากการเลือกตั้งของประชาชน ไม่ขัดคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ]
.
วันนี้ (19 มิ.ย. 2569) พริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เปิดเผยความคืบหน้าสำคัญจากวงหารือระหว่างคณะกรรมาธิการของ สว.-สส. กับตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งนำไปสู่ข้อสรุปที่ชัดเจนว่า ‘สภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ไม่ขัดกับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 18/2568
.
เนื่องจากพรรคประชาชนยืนยันมาตลอดว่า การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ควรดำเนินการโดยสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ที่มาจากการเลือกตั้ง 100% และเคยยื่นร่างที่มีเนื้อหาดังกล่าวเข้าสู่รัฐสภาในปี 2567
.
แต่คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ 18/2568 เมื่อ 10 กันยายน 2568 มีการระบุท้ายคำวินิจฉัยว่า
.
“รัฐสภาไม่อาจให้ประชาชนเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญได้โดยตรง”
.
จึงเป็นข้อจำกัดที่คลุมเครือ และทำให้ฝ่ายต่างๆ ต้องหาแนวทางในการแก้ไขปัญหา ซึ่งพริษฐ์แยกการทำงานเป็น 2 ส่วน ที่อาจจะไม่ได้เป็นไปในแนวทางเดียวกัน นั่นคือ
.
> พรรคประชาชน: พยายามออกแบบกระบวนการที่เปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการเลือก สสร. ให้ได้มากที่สุด โดยที่ไม่ถูกมองว่าขัดคำวินิจฉัยฯ เช่น ประชาชนเลือก สสร. 150 คน และให้รัฐสภาโหวตรับรอง หรือ ประชาชนเลือก สสร. 300 คน และให้รัฐสภาคัดเหลือ 150 คน
.
> สมาชิกรัฐสภาส่วนอื่น: มีบางพรรคและบางท่านนำคำวินิจฉัยดังกล่าว มาเป็นเหตุในการสรุปว่าประชาชนไม่สามารถเข้าคูหาเพื่อเลือก สสร. ในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งได้เลย
.
วันนี้ กมธ.พัฒนาการเมืองฯ วุฒิสภา และ กมธ.กิจการศาลฯ สภาผู้แทนราษฎร จึงเดินทางไปเข้าพบประธานศาลรัฐธรรมนูญและตุลาการบางท่าน เพื่อขอความชัดเจนเกี่ยวกับคำวินิจฉัยดังกล่าว
.
บทสรุปสำคัญจากการหารือกับประธานศาลรัฐธรรมนูญวันนี้ คือ
.
1. ทางตุลาการในที่ประชุมได้ยืนยันว่า คำวินิจฉัยดังกล่าวหมายความถึงการห้ามไม่ให้ประชาชนเลือก ‘คณะกรรมาธิการยกร่าง’ หรือคณะที่เป็นคนร่างข้อความของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดยตรง
.
2. ทางตุลาการในที่ประชุมยืนยันว่า คำวินิจฉัยดังกล่าวไม่ได้ห้ามหรือตัดสิทธิการที่รัฐสภาจะเสนอให้มี ‘สภาร่างรัฐธรรมนูญ’ ที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรง
.
> เมื่ออ้างอิงขอบเขตการทำหน้าที่ของสภาร่างรัฐธรรมนูญในอดีต สภาร่างรัฐธรรมนูญที่ว่านี้ก็สามารถมีอำนาจที่รวมถึงการ (1) แต่งตั้ง ‘คณะกรรมาธิการยกร่าง’ เพื่อยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และ (2) พิจารณาให้ความเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่คณะกรรมาธิการยกร่างขึ้นมา
> การมีสภาร่างรัฐธรรมนูญที่มาจากการเลือกตั้ง 100% จึงไม่ขัดกับคำวินิจฉัย เพราะคณะกรรมาธิการยกร่างที่มาจากการแต่งตั้งของสภาร่างรัฐธรรมนูญ จะถือได้ว่ามาจากการเลือกตั้งโดยอ้อม ไม่ใช่โดยตรง
.
3. อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมเห็นตรงกันว่า การออกแบบและอภิปรายถึงข้อดี-ข้อเสีย ของ สสร. รูปแบบต่างๆ เป็นภาระหน้าที่และความรับผิดชอบของฝ่ายการเมืองในรัฐสภา
.
บทสรุปนี้ มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพราะจะช่วยคลายข้อกังวลของสมาชิกรัฐสภาทุกคน และทำให้พรรคการเมืองและสมาชิกรัฐสภามีทางเลือกและความเป็นไปได้มากขึ้นในการออกแบบ สสร. ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน
.
บทสรุปดังกล่าวเป็นการยืนยันว่า ข้อเสนอของพรรคประชาชนที่เสนอให้มี ‘สภาร่างรัฐธรรมนูญ’ ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน 100% ไม่ขัดกับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ 18/2568 โดยพริษฐ์ย้ำว่าจะนำเรื่องดังกล่าวเข้าที่ประชุม สส.พรรคประชาชนครั้งถัดไป เพื่อหารือว่าพรรคจะดำเนินการต่ออย่างไรเกี่ยวกับร่างที่ยื่นเข้าสู่รัฐสภาไปแล้ว
เทพฤทธิ์ ภาษี retweeted
🌾 จะให้เกษตรกรหยุดเผา ต้องไม่ทิ้งเกษตรกรให้แบกต้นทุน เสนอนโยบายส่งเครื่องจักรช่วยเกษตรกร พร้อมแจก ‘คูปองไม่เผา’ เปลี่ยนเศษข้าว-ฟางให้เป็นรายได้แทน! 🚜💨
ติดตามฟัง “PPLE’s Talk Podcast คุยเรื่องประชาชนกับพรรคประชาชน Special” EP3 "ถอดพิมพ์เขียวสู้ฝุ่น PM2.5 และปฏิรูประบบขยะ กทม. แบบครบวงจร" คุยกับ อ.เดชรัต สุขกำเนิด @Decharut114 ได้แล้วใน YouTube พรรคประชาชน - People’sParty - youtu.be/WUE27I_5xMQ
#pplestalkpodcast
เทพฤทธิ์ ภาษี retweeted
และที่สำคัญที่สุด งานนี้ไม่ได้มีแค่นโยบาย แต่มีคนกรุงเทพทุกคนที่เป็นเจ้าของเมืองนี้
อย่าลืมลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ที่ forms.gle/h5JTQkY2o3zDFR8H8
เทพฤทธิ์ ภาษี retweeted
[งบประมาณฝีแตก สำนักงบปล่อยไหล ใส่ตัวเลขจริง งบบำนาญ-จ่ายดอกเบี้ยพุ่ง]
.
รายละเอียดเบื้องต้นงบปี 70 ที่เพิ่งผ่านการรับฟังความเห็น ร่าง พ.ร.บ.กำลังจะเข้าครม.นัดพิเศษ 18 มิ.ย.
.
งบ 70 3.788 ล้านล้านบาท ประมาณการรายได้ 3 ล้านล้าน ตั้งงบขาดดุล 788,000 ล้าน งบเพิ่มขึ้นจากปี 69 นิดเดียว ประมาณการรายได้เพิ่มขึ้นมาก ลดการขาดดุลไปได้เกือบแสนล้าน
.
รายจ่ายประจำ 2.78 ล้านล้าน เพิ่มขึ้น 122,799 ล้าน คิดเป็น +5%
.
รายจ่ายลงทุน 788,000 ล้าน ลดลง 73,736 ล้าน คิดเป็น -9%
.
เงินชดใช้เงินคงคลัง 71,038 ล้าน เพราะปีงบ 68 ตั้งบไม่พอต้องไปใช้เงินคงคลังสำหรับเงินบำนาญ ค่ารักษาพยาบาล เงินเดือน และจ่ายดอกเบี้ย (อีกแล้ว!) ปี 70 เลยต้องมาตั้งงบไปใช้คืนตามระเบียบ
.
ที่ปีนี้รายจ่ายประจำพุ่งขึ้น ในขณะที่รายจ่ายลงทุนลดลง สะท้อนถึงอาการฝีแตกได้เป็นอย่างดี
.
เพราะถ้าเจาะดูรายละเอียดจะพบว่า ในงบปีนี้มีการเพิ่มงบชำระดอกเบี้ยสูงถึง 40,000 ล้านจนตอนนี้ งบชำระหนี้ทะลุ 400,000 ล้านเรียบร้อยแล้ว
.
งบเบี้ยหวัด บำเหน็จ บำนาญ เพิ่ม 25,000 ล้าน เป็น 389,090 ล้านทำสถิติสูงที่สุด
.
ที่ปีนี้ งบบำเหน็จบำนาญที่พุ่งสูง ชำระดอกเบี้ยพุ่งสูง ไม่ใช่ว่าเราเพิ่มบำนาญ หรือต้องจ่ายดอกเบี้ยเพิ่ม
.
แต่แค่เป็นการตั้งให้ใกล้เคียงกับที่ใช้จริงมากขึ้น ซึ่งที่ผ่านมาตั้งไว้ไม่เพียงพอมาโดยตลอด เพียงเพื่อให้รายจ่ายประจำดูต่ำ และรายจ่ายลงทุนสูง รวมถึงเพื่อตั้งงบขาดดุลได้มากขึ้นตามเกณฑ์ (ขาดดุลได้ไม่เกินรายจ่ายลงทุน)
.
พอจะใช้รายจ่ายประจำจริงแล้วงบไม่พอ แล้วค่อยไปโอนงบกลาง เงินสำรองมาจ่าย
.
หรือไม่ถ้าหมุนเงินไม่พอจริงๆ ก็ควักเงินคงคลังออกมาใช้ เป็นแบบนี้ทุกปีต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 67
.
จนกระทั่ง ปี 69 ที่น่าจะหมุนเงินไม่ไหวแล้วจริงๆ เพราะเงินสำรองจ่ายที่ตั้งไว้ 99,000 ล้านใช้ไปจนเกือบหมด เงินคงคลังก็ร่อยหรอ ทั้งๆ ที่เพิ่งผ่านปีงบไปได้ครึ่งทาง
.
สำหรับงบปี 70 จึงยอมแพ้ ไม่บิดตัวเลขรายจ่ายประจำให้ต่ำเกินจริง ยอมลดรายจ่ายลงทุนลง ยอมขาดดุลลดลง
.
ปีนี้ เราจึงได้เห็นภาระการคลังที่ใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากขึ้น
.
เราพบว่างบเกือบ 4 ล้านล้าน เหลืองบประมาณที่รัฐบาลสามารถมาจัดสรรเองได้จริงๆ เพียง 680,000 ล้าน หรือ 18% เท่านั้น
.
ส่วนที่เหลือเป็นค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่าย และปรับลดได้ยาก
.
ไม่ว่าจะเป็นเงินเดือน บำนาญ ค่าน้ำ ค่าไฟ งบผูกพันเก่า หรือสวัสดิการตามกฎหมายต่างๆ รวมแล้ว 3.1 ล้านล้าน
.
เมื่อมาดูรายละเอียดเป็นรายหน่วยงาน หน่วยงานเพียงหนึ่งในสามเท่านั้นที่ได้งบเพิ่มขึ้น
.
อันดับ 1 สำนักบริหารหนี้สาธารณะ กระทรวงการคลัง ได้งบเพิ่มขึ้นสูงสุด 44,000 ล้าน เงินส่วนนี้ คือ นำไปจ่ายดอกเบี้ย
.
รองลงมาคือ เงินสมทบ เงินสะสม และเงินชดเชยข้าราชการ เพิ่มมา 46,500 ล้านบาท สำหรับกองทุนกบข.ให้เป็นไปตามกฎหมาย
.
อันดับ 3 คือ บำเหน็จบำนาญ เพิ่มขึ้นมาเกือบ 25,000 ล้าน ทำให้ปีนี้งบบำเหน็จ บำนาญสูงถึง 389,090 ล้านบาท
.
อันดับ 4 คือ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษา เพิ่มมา 6,000 ล้าน แต่เป็นผลจากงบบุคลากรเพิ่ม น่าจะมาจากการปรับสถานะครู “จ้างเหมาบริการ” เป็น “ลูกจ้างชั่วคราว” 7,588 อัตรา
.
อันดับ 5 คือ ประกันสังคม เพิ่มมา 4,000 ล้าน ยังไม่เห็นรายละเอียด แต่ถ้าเป็นเงินสมทบผู้ประกันตนจะเป็นข่าวดีมาก
.
อันดับ 6 คือ กรมควบคุมมลพิษ งบพุ่งเกือบ 3,000 ล้าน! ว่าน่าจะเป็นงบจัดการหรือฟื้นฟูพื้นที่ปนเปื้อนมลพิษที่ไหนซักแห่ง
.
อันดับ 7 คือ สดช. แห่งกระทรวง DE เจ้าของโครงการ TH-Ai น่าสนใจมากในแง่ที่เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว อยู่ในแผนบูรณาการรัฐบาลดิจิทัล ต้องติดตามดูว่ามีโครงการอะไรใหม่เพิ่มขึ้นมา
.
ฝั่งหน่วยงานที่งบลดลง มี 170 หน่วยงานระดับกรม ส่วนใหญ่เป็นโครงการลงทุน โครงการก่อสร้างต่างๆ ทั้งถนน และตึก
.
อันดับ 1 คือ กรมทางหลวง ลดลง 14,000 ล้านบาท ลด 11%
.
อันดับ 2 คือ สำนักปลัดสาธารณสุข ลดลง 9,700 ล้านบาท ลด 7.7%
.
อันดับ 3 คือ กรมชลประทาน ลดลง 8,750 ล้าน ลดลง 10%
.
อันดับ 4 คือ กรมทางหลวงชนบท ลดลง 7,600 ล้าน ลดลง 14%
.
อันดับ 5 คือ กรมโยธา ลดลง 7,200 ล้าน ลดลง 17%
.
นี่เป็นแค่รายละเอียดเบื้องต้นจากมติครม. ยังมีรายละเอียดระดับโครงการที่ต้องวิเคราะห์เจาะลึกกันต่อไป
.
เอกสารงบประมาณเต็มจะมาถึงสภา และเปิดเผยต่อสาธารณะวันที่ 23 มิ.ย.
.
อย่าลืมติดตามการอภิปรายงบประมาณที่จะเกิดขึ้น 29 มิ.ย. - 1 ก.ค. นี้ค่ะ
🤖 Made with AI
เทพฤทธิ์ ภาษี retweeted
[ จี้สอบอธิบดีกรมการปกครอง สั่งการ “ช่วยน้ำเงินด้วย” ช่วงเลือกตั้ง ท้าอนุทินตั้งกรรมการสอบ ]
.
จากกรณีอดีตปลัดจังหวัดภูเก็ตเปิดหลักฐานแชท LINE หนึ่งเดือนก่อนการเลือกตั้ง เนื้อหาเป็นการรายงานผลโพลของการเลือกตั้งในพื้นที่ โดย นฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง ได้พิมพ์ข้อความสั่งการว่า “ช่วยน้ำเงินด้วย” และอดีตปลัดจังหวัดภูเก็ตตอบกลับว่า “100% ครับนาย”
.
วันนี้ (9 มิ.ย.) วิโรจน์ ลักขณาอดิศร @wirojlak รองหัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมด้วย เฉลิมพงศ์ แสงดี สส.ภูเก็ต เขต 2 พรรคประชาชน จึงเดินทางไปยื่นหนังสือร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. และ กกต. เพื่อตรวจสอบกรณีนี้
.
โดยกล่าวหาว่าอธิบดีกรมการปกครอง ใช้ตำแหน่งหน้าที่โดยมิชอบสั่งการผู้ใต้บังคับบัญชาให้ช่วยเหลือพรรคภูมิใจไทยในการเลือกตั้ง อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ฝ่าฝืน พ.ร.บ.ข้าราชการพลเรือน มาตรา 82(9) ว่าด้วยการวางตนเป็นกลางทางการเมือง และผิด พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่ง สส. มาตรา 78 รวมถึงละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 172 ของ พ.ร.ป. ป.ป.ช. โดยขอให้ ป.ป.ช. ดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริง และขอให้ กกต. ตั้งคณะกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงและดำเนินคดีตามกฎหมายจนกว่าคดีจะถึงที่สุด
.
วิโรจน์กล่าวว่า ประเด็นดังกล่าวมีนัยสำคัญอย่างแน่นอน สาระสำคัญคืออธิบดีได้มีการพิมพ์คุยกับข้าราชการในบังคับบัญชาจริงหรือไม่ และปรากฏว่ามีการพิมพ์ข้อความว่า “ช่วยน้ำเงินด้วย” จริงหรือไม่ ซึ่งไม่ต้องตีความเลยว่าคำว่า “ช่วยน้ำเงินด้วย” ในช่วงการเลือกตั้งนั้น หมายถึงช่วยพรรคการเมืองใด ซึ่งผิดกฎหมายอย่างชัดเจน
.
ข้าราชการนั้นต้องวางตนเป็นกลางทางการเมืองในการปฏิบัติหน้าที่ ไม่อิงหรือใช้อำนาจรัฐในการเอื้อให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้ประโยชน์ โดยเฉพาะในช่วงของการเลือกตั้ง
.
ด้านเฉลิมพงศ์กล่าวว่า ในช่วงการเลือกตั้ง ตนรู้สึกถึงระบอบสีน้ำเงินในการสั่งการต่าง ๆ ตั้งแต่ระดับรองผู้ว่าฯ ที่มีข้อสงสัยว่ามีการนำเงินไปซื้อเสียงในพื้นที่ รวมไปถึงอธิบดีกรมการปกครองที่มีการสั่งให้ “ช่วยน้ำเงินด้วย” ถึงปลัดจังหวัดภูเก็ต รวมถึงกรณีปลัดอำเภอถลางที่มีการบอกให้ช่วยผู้สมัคร สส. จากพรรคภูมิใจไทย
.
กรณีดังกล่าวแสดงให้เห็นชัดว่าการเลือกตั้งที่ผ่านมามีความไม่โปร่งใส มีการสั่งการที่เป็นขั้นตอนและเป็นระบบ หากข้าราชการคนใดไม่ทำงานตามที่สั่ง ก็จะถูกกลั่นแกล้งและโยกย้าย ซึ่งจะต้องขอความเป็นธรรมให้กับข้าราชการชั้นผู้น้อยด้วย
.
ปัญหาเหล่านี้เป็นระบอบที่กัดกินประเทศไทยของพวกเราอยู่ ถ้าเราเปิดแชตไลน์ของทั้ง 77 จังหวัด ก็คงทราบว่ามีการสั่งการจริงหรือไม่ และแชตไลน์ที่มีการพูดคุยกันนั้นเป็นของจริงหรือไม่ โดยสามารถตรวจสอบเบอร์โทรศัพท์ ตรวจสอบไอดีไลน์ได้ ข้อมูลทั้งหมดสามารถขอออกมาเพื่อนำมาเป็นพยานหลักฐานที่จะใช้ในชั้นศาลต่อไป
.
เฉลิมพงศ์ทิ้งท้ายฝากถึง อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ว่าทำไมจนถึงตอนนี้ยังไม่มีการตั้งคณะกรรมการสอบในกรณีนี้ ทั้งที่นายกฯ เป็นคนสั่งการเองว่าข้าราชการควรวางตนเป็นกลางและเก็บความรู้สึกส่วนตัวไว้เบื้องหลัง
เทพฤทธิ์ ภาษี retweeted
🔔เชิญชวนพี่น้องผู้ประกันตนและประชาชน แสดงความคิดเห็นต่อร่าง พ.ร.บ.ประกันสังคม ฉบับพรรคประชาชน
.
🟠ช่วงที่ผ่านมา พรรคประชาชนได้เปิดแคมเปญ #ทวงคืนประกันสังคม มีเป้าหมายเพื่อปฏิรูปกองทุนประกันสังคมซึ่งมีมูลค่ากว่า 2.9 ล้านล้านบาท มาจากการร่วมจ่ายของลูกจ้าง-นายจ้าง-รัฐบาล ในทุกๆ เดือน ถูกบริหารอย่างโปร่งใส มีความเป็นมืออาชีพ มีความยั่งยืน และยึดโยงกับผู้ประกันตน
.
📚ในวันแรงงาน 1 พฤษภาคม 2569 พวกเราได้ร่วมกันสร้างหมุดหมายสำคัญของการปฏิรูปประกันสังคม ด้วยการยื่นร่าง พ.ร.บ.การประกันสังคม ฉบับพรรคประชาชน เข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร เพื่อผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรม
.
🔥วันนี้ร่างที่พวกเราได้ยื่นเข้าสู่สภา กำลังเข้าสู่กระบวนการเปิดรับฟังความคิดเห็นผ่านเว็บไซต์สภาผู้แทนราษฎร จึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชน คนทำงานทุกท่าน ร่วมกันแสดงความคิดเห็นต่อร่างดังกล่าว ขั้นตอนไม่ยุ่งยาก ใช้เวลาเพียง 5 นาที เสียงของทุกคนจะเป็นพลังหนุนหลังให้ร่างกฎหมายฉบับนี้ผ่านความเห็นชอบในสภาผู้แทนราษฎร
.
👉ร่วมแสดงความคิดเห็นได้ที่ parliament.go.th/section77/s…
⏰ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 7 กรกฎาคม 2569


























