
Vet | Data analyst | Mod @TalusThailand | Member of @FFF_fdn | 2nd Place @grvt_io Thailand Competition
Joined March 2020
- Tweets2K
- Following1.3K
- Followers1.3K
- Likes1.1K
Zloth retweeted
⛳️ We’re so BACK! — Give Me Alpha 👀
Ready to Putt | Play | Win with the MEXC Ventures Golf Putting Challenge! 🏌️♂️🔥
มาร่วมทดสอบสกิลของตัวเอง และลุ้นรับ Exclusive MEXC Merch 🎁💙
📅 22 Sep 2026
⏰ 7:00–10:00 PM
📍 PHILL CLUB, Bangkok
👀 พบกันที่งานของ @PlearnOfficial
Putt it. Play it. Win it. ⛳️🏆
#MEXCVentures #MEXCEventRocks📷
Maximus Ai Web-extension บน Hyperliquid
ไปลองใช้เป็น AI แบบ chat แล้วก็เทรดได้เลย
ตีเทรนไลน์ บอกแนวรับแนวต้าน
ดู indicator RSI, MACD, ADX, BB
Compare หลายๆคู่เหรียญ
ใครสนใจไปโหลดมาลองเล่นกันดูได้ครับ สั่งออก position ในนั้นได้เลย ยังมีหลอนๆบ้าง
Maximus ยังมีแคมเปญให้คนไทยไปร่วมทดสอบการใช้งานและช่วย feedback ไม่ว่าจะเป็นด้านประสบการณ์ใช้งาน, feature ที่อยากได้ หรือข้อเสนอแนะทั่วไป
มีสุ่มแจกรางวัลตอบแทนผู้เข้าร่วมทุกคน 💸
> อันดับ 1 = $150
> อันดับ 2 = $100
> อันดับ 3 = $50
ขั้นตอนง่ายๆเพียง
1. Download Maximus
2. Follow @MaximusTradeX และเข้ากลุ่ม TG
3. ให้คะแนน Maximus บน Chrome Store
4. ส่ง feedback การใช้งานต่างๆลงกลุ่ม TG
หมดเขตวันที่ 15 June 2026
มาร่วมทดลองใช้งานกันนะครับ
ดูความเทพของ @ChatGPTapp image 2.0
อันนี้ MT แค่ prompt สั้นๆ
“ทำภาพ donal trump มาออกรายการเรื่องเล่าเช้านี้กับสรยุทธ์ที”
คู่แข่ง Gemini Banana Pro มาแล้ว
Chatgpt เปิดตัว image 2.0
- คุณภาพภาพดีขึ้นอย่างมาก การ render ข้อความในภาพชัดเจนขึ้น รองรับหลายภาษา และสร้างภาพได้ละเอียด สวยงามกว่าเดิม
- ฟีเจอร์ Thinking สามารถสร้างภาพหลายแบบพร้อมกัน เช่น สร้างได้ถึง 8 ภาพในครั้งเดียว
- เชื่อมต่อกับเครื่องมืออย่าง Web Search เพื่อช่วยให้การสร้างภาพมีบริบทสมจริง
ตัวอย่าง ทำภาพการ์ตูน shonen jump ได้, ภาพถ่าย iphone, ภาพถ่าย candit
มีหลายคนถามเรื่องหนังสือที่ผมอ่านช่วงเปลี่ยนจากเป็น dev เป็นสาย product ส่วนมากเป็นหนังสือที่ CEO, CPO แนะนำให้ผมอ่าน
ถ้าเป็นเริ่มต้นเลย
- Build: An Unorthodox Guide to Making Things Worth Making
- High Output Management
- Good Strategy Bad Strategy
- Hooked: How to Build Habit-Forming Products
- The Lean Startup
อ่านเล่นเพลินๆ
- Zero to One
- Principles: Life and Work
- Building a Second Brain
*บางเล่มลองหาฟังใน youtube หรืออ่านสรุปก็ได้ครับมีตาม blog ต่างๆ แต่ก็แนะนำให้ลองหาซื้อมาอ่าน
แชร์เส้นทางสาย IT
- อายุ 23 ได้งานแรกเป็น dev เงินเดือน 50,000 ที่ทำงานการแข่งขันสูง ทำงานจริงจังมาก แต่โชคดีได้ senior ใจดีประกบสอนทุกเรื่องและช่วยเหลือตลอด ทำงานไป 1 ปีได้เงินขึ้นมา 10% พร้อมโบนัสเดือนกว่า
- อายุ 25 ย้ายงานที่ 2
จาก junior ขยับไปเป็น tech lead เงินประมาณ 80,000 ตอนสัมคิดว่าเป็น senior แต่หัวหน้าคิดว่าเอาอยู่เลยให้ลองเป็น lead เลย คุมคนจาก อินโด, มาเล, อินเดีย 3 timezone นัดประชุมทีเล็งเวลายากมาก
ช่วงนั้นหนักสุดในชีวิตทำงานแทบทุกวัน 9.00-22.00 วันหยุดก็ทำ ที่นี้ให้ทำงานหนักแล้วสิ้นปีตบด้วย performance bonus + ขึ้นเงินเดือน แต่ก็ไม่ไหว
- อายุ 27 มาสาย start up เปลี่ยนจาก dev มาทำ product (build from scratch เลย)
เป็นจุดที่เรียนรู้เยอะมากๆ จากคนเขียน code มาเรียนรู้ user และ business อ่านหนังสือที่ manager แนะนำและเรียน course เพิ่มเยอะมาก
เป็นช่วงที่สนุกที่สุด ไม่เคยคิดว่าอยากตื่นมาแล้วไปทำงานขนาดนี้ เงินเดือนแตะ 6 หลัก
- ปัจจุบัน งานที่ 4 ยังอยู่สาย product เหมือนเดิม เงินเพิ่มขึ้นไม่เยอะมาก แต่ก็แลกมาด้วย package ที่โอเครในหลายๆเรื่องที่ไม่ใช่แค่เรื่องเงินเดือน
[Minana]
1/
ต้องยอมรับว่าทุกวันนี้ crypto หรือแม้กระทั่ง BTC ที่เป็น leader
ยังถูกมองเป็น risk asset อยู่
และด้วยความที่ตลาดเปิด 24 ชม.
มันเลยมักจะ react ต่อข่าวเร็วกว่าสินทรัพย์อื่น
ช่วงหลังเวลาวิเคราะห์อะไร
MT ต้อง consume information หลายมิติมากขึ้น
ทั้ง macro, fiscal policy, Trump speech และอีกหลายอย่าง
บางทีใช้เวลานานมากกว่าจะกลั่นออกมาได้
ถึงจะมี AI ช่วย แต่ตอนนี้
AI ก็ยังไม่ได้เข้าใจ crypto และการเงินลึกเท่าคน
จนวันนึง MT ไปสะดุดกับ project นึง
ที่ revenue เริ่มโตใน Hyperliquid
แม้จะยังไม่มาก
แต่ก็น่าสนใจพอให้ MT ลอง dive เข้าไปดูข้อมูล
อาทิตย์ที่ผ่านมาไปกินซูชิโระ เผื่อลุ้นได้กินฟรีกับเค้าบ้าง (ลุ้นปิกาจูสรุปเกลือ 555)
กินไปแล้วคิดว่าโมเดลซูชิสายพานนี้เป็นโมเดลธุรกิจที่ฉลาดมากๆเลยเทียบกับโมเดลร้านอาหารประเภทอื่น
1. Modular Production: อาหารประกอบแบบเป็นส่วนๆปลา 1 ส่วน ข้าว 1 ส่วนแล้วมาประกอบร่างกัน ทำให้ใช้เครื่องจักรทำได้ (ข้าว + ปลา) ซึ่งซับซ้อนน้อยกว่าอาหารประเภทอื่นและทำได้ไวกว่า
2. Portion: ร้านอาหารปกติเฉลี่ย 1 จานเท่ากับ 1 อิ่ม
แต่ 1 อิ่ม ของแต่ละคนไม่เท่ากัน บางคนอาจจะเกือบอิ่ม แต่บางคนก็คิดว่าอยากสั่งอีกจานแต่ก็กินไม่ไหว = จริงๆลูกค้าอยากจ่ายเงินเพิ่มอีก แต่กลัวกินไม่หมด
โมเดลแบบซูชิ 1 จานไม่เท่ากับ 1 อิ่ม คนมากินก็เหมือนค่อยๆเติมจนเต็มทำให้ได้เต็มจำนวนมากขึ้นทำให้กำไรมากขึ้น (เผลอๆทนไม่ได้ไหวสั่งกันไปหลักพัน + ก็เห็นบ่อยๆ)
3. Passive Selling: สายพานทำหน้าที่ Present อาหารตลอดเวลา พอเห็นปุ๊ปสมองคนกินทำงานทำให้ถ้าหิวก็กินรอก่อนได้เลย ไปกินร้านอาหารบางอย่าง ต้องรอ 10-20 นาที
แต่การที่มาร้านสายพานทำให้หยิบได้ทันที ระหว่างที่รอจานอื่นๆที่สั่งไป (ปกติถ้าเป็นแบบอื่น ก็จะมีช่วงรอ โมเดลสายพานทำให้สามารถหยิบได้เลย มีการหมุนเวียนตลอด)
4. Resource Efficiency: แก้ปัญหาเรื่องพนักงานได้ การมีสายพานอยู่ข้างๆตัว ก็เหมือนมีเด็กเสิร์ฟรออยู่ทุกโต๊ะ ลดปัญหาเรื่องพนักงานรับลูกค้าไม่ทันหรือปัญหา Human error แบบเสิร์ฟผิดไปได้
พอลองนึกดูจริงๆ ก็นึกไม่ออกเลยว่าจะมีอาหารชาติไหนที่เอาโมเดลสายพานมาใช้ได้ลงตัวเท่าซูชิ
อย่าง 'หม่าล่าสายพาน' ของจีน แม้จะใช้ระบบเดียวกัน แต่ก็มีข้อเสียเปรียบสำคัญคือมันไม่ใช่ Ready-to-eat แต่เป็น Ready-to-cook พอลูกค้าต้องเสียเวลาต้มเองก็นั่งนานขึ้น ทำให้รอบการหมุนเวียนลูกค้า (Table Turnover) ต่ำลง ร้านก็เก็บเงินได้ช้ากว่า
ส่วนของไทยที่เห็นชัดที่สุดคือ 'ก๋วยเตี๋ยวปากหม้อ' แม้จะเป็น Ready-to-eat เหมือนซูชิ แต่ความนิยมกลับสู้ไม่ได้ ส่วนหนึ่งเพราะมันยังเป็นงาน Craft ที่ต้องใช้ทักษะคนทำสูง (Manual Labor) ความละเอียดในการสะบัดและห่อแป้งทำให้สเกลระบบ Automation ได้ยาก แถมหน้าตาอาหารอาจจะดูเข้าใจยากสำหรับตลาดโลกเมื่อเทียบกับซูชิ
สุดท้ายเลยมองว่า "ซูชิสายพาน" คือความลงตัวทั้งจากธรรมชาติของตัวอาหารเองที่หยิบกินได้ทันที ความหลากหลายของหน้าปลาที่ใช้ฐานการผลิตเดียวกัน และระบบสายพานที่ออกแบบมาเพื่อรีดประสิทธิภาพธุรกิจให้ถึงขีดสุด
Zloth retweeted
นี่เชื่อมากๆในเรื่อง “คุณคือค่าเฉลี่ยของคน 7 คนที่คุณใช้เวลาด้วยมากที่สุด”
ลองมองรอบตัว
ถ้าคุณอยากพัฒนาตัวเอง แต่เพื่อนคุณไม่เคยคุยเรื่องพัฒนาชีวิตเลย
ถ้าคุณอยากเก่ง แต่สภาพแวดล้อมไม่เคยพาให้โต
ถ้าคุณอยากมีความสุขแต่มีแต่การนินทาพูด negative toxic
สุดท้ายเราจะไหลไปตามค่าเฉลี่ยนั้นๆโดยไม่รู้ตัว
ยิ่งโตขึ้น ยิ่งเข้าใจว่า
การเลือก “คนรอบตัว” สำคัญมากแค่ไหน
My Price Prediction for $WC : 1 WC =$?
.
As everyone know $WC will listing on March 26th (tradeable on Arbitrum)
Allocation:
- community: 100% (No vc dumping)
- Team: 0%
- Investors: 0%
- Founders: 0%
.
Let's break down the $WC Price Prediction Table:
✅ Total Supply: 88,888,888M
✅ Circulating at TGE: ~62.2M (70% of total supply)
✅ Supply Burned: 1.5M+ $WC already burned based on Franchise Asset demand.
(Spend $WC -> $USDC mimimum burn 50%)
.
Based on settiment in the market, I see a fair launch valuation between $20M-$75M (Mkt Cap), placing $WC price at roughly $0.32-$1.2
What's your price prediction for $WC?
Check the table below! 👇🏻
#wildcard #Web3 #Tokenomics #WC
🎮 Web3 Gaming is about to change forever!
.
Why?
.
let me introduce you to an ecosystem that perfectly blends a AAA-quality game, creator rewards, and a sustainable economy: Wildcard & Thousands Protocol.
#Wildcard $WC
(@PlayWildcard)(@Thousandsxyz )
🧵 (1/14)
พรุ่งนี้จะปิดกิจกรรมแล้ว
แจก Claude Pro 1 month
ใครยังไม่ไปทำไปด่วน
facebook.com/share/p/1Gh8T21…
ช่วงนี้ AI Agent เริ่มน่าสนใจขึ้นเรื่อยๆ ผมไปเจอโปรเจกต์หนึ่งชื่อ Dexter ที่คอนเซปต์ค่อนข้างแตกต่างจาก AI ทั่วไป
Dexter ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้เป็น chatbot ที่ตอบคำถามทันที แต่ถูกสร้างมาให้เป็น AI ที่ทำ financial research เหมือน analyst จริงๆ
เวลาถามคำถาม เช่น
“Tesla ปีนี้ cashflow เป็นยังไง”
Dexter จะไม่รีบตอบทันที
แต่จะทำเป็นขั้นตอนแบบนี้ก่อน
1.สร้าง research plan ว่าต้องไปหาอะไรบ้าง
2.ดึง financial data จริง
3.วิเคราะห์ข้อมูล
4.ตรวจสอบคำตอบตัวเอง (self-validation)
5.แล้วค่อยสรุปคำตอบออกมา
Architecture ของมันเลยน่าสนใจมาก เพราะไม่ได้มี AI ตัวเดียว แต่เหมือนมี “ทีม analyst” ขนาดเล็กอยู่ข้างใน
•Planning agent
•Action agent
•Validation agent
•Answer agent
อีกจุดที่ผมคิดว่าสำคัญมากคือ Self-validation
AI ส่วนใหญ่ในปัจจุบันจะตอบทันที ซึ่งทำให้บางครั้งมี hallucination ได้ง่าย
แต่ Dexter จะให้ AI ตรวจคำตอบตัวเองก่อน ว่าข้อมูลที่ใช้และเหตุผลที่สรุปออกมานั้นสมเหตุสมผลจริงไหม ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญมากสำหรับงานด้าน finance
ที่สำคัญคือ Open Source
ใครสนใจลองไปดูได้ที่
github.com/virattt/dexter
Hibachi (@hibachi_xyz ) - Points valuation $Hibachi
TGE : คาดว่าภายมาภายใน 6 เดือนหน้า (ประมาณ 24 สัปดาห์มีเเจกเเต้มราย week) คิดว่าน่าจะมาพร้อม Arc Mainnet @arc
Points distribution (เเจกไปเเล้วทั้งหมด 43M pts)
*estimate total points (total 55m)*
* Pre-season (March-Oct 2025) → ~34.0M pts
* Season 1 (Oct-Now ) → ~9.0M pts
* Weekly Distribution: แจก 500k ต่อสัปดาห์ (24 สัปดาห์ที่เหลือ) → 12.0M
Allocation %
- อ้างอิงจากมาตรฐาน Perp DEX (เช่น Hyperliquid, Paradex ตัวอื่นๆ) จะอยู่ที่ 15–25% ของ Supply
Points Valuation (ราคา/ 1 Pts)
หากอิงตามAllocation ที่สัดส่วน 20% และ 25%:
* Worst Case (FDV $50M): ~ $0.18 – $0.23
* Base Case (FDV $100M): ~ $0.36 – $0.45
* Best Case (FDV $300M): ~ $1.09 – $1.36
* Bull Case (FDV $500M-1B): ~ $1.88-$4.55
(โอกาสยากมากที่จะถึง เเต่อะไรก็เป็นไปได้ในโลกคริปโต XD )
FYI
- ทีมเคยทำ @hashflow มาก่อน Airdrop ก็เบิ้มถ้าใครยังจำได้
( background ทีมเคยทำ morgan stanley, NASA, Google, Meta, Bank of america)
- Low Competition: มีactive trader เเค่ 2.3K-3K คนต่อสัปดาห์ถือว่าน้อยมาก
-ตัวนี้เพิ่งประกาศ backed by @circle_ventures กับ @cbventures ไปอาทิตย์ก่อน ( รอบ seedก่อนหน้านี้ 5m led Dragonfly)
#DYOR #NFA #PerpTools #Perpdex #Arc #coinbase #Circle #Hibachi
Gooddddddddd
เพิ่งอ่านรายงาน Big Ideas 2026 ของ @ARKInvest จบ และคิดว่าเป็นประโยชน์เลยเอามาแชร์ให้อ่านกันครับ (อยากให้ไปอ่านเอกสารในต้น Post กันด้วยดีมากๆ)
1. The Great Acceleration
ARK มองว่าเราไม่ได้เจอเทคโนโลยีเปลี่ยนโลกทีละตัว แต่เจอพร้อมกัน 5 ตัว (AI, Blockchain, Robotics, Energy, Multiomics) จะเห็นได้ว่า AI เป็นตัวเร่งให้ทุกอย่างโตเร็วขึ้นแบบก้าวกระโดด
2. AI Infrastructure
ต้นทุนความฉลาดของ AI กำลังถูกลงอย่างมาก ปีที่ผ่านมาค่า Inference หรือการประมวลผลของ AI ลดลงกว่า 99%
แปลว่าจากนี้เราจะเห็น AI เข้าไปสิงอยู่ในทุกที่เพราะต้นทุนมันแทบจะเป็นศูนย์ โดยเงินลงทุนทางด้าน AI Infrastructure กำลังไหลไปที่ Data Center (ปล. Google ก็พึ่งเปิดตัว Data Center ในไทย)
ARK คาดว่าตัวเลขการลงทุนจะพุ่งไปแตะ $1.4 Trillion ภายในปี 2030 ใครที่ถือหุ้นกลุ่มโครงสร้างพื้นฐานหรือชิป น่าจะยังเห็น Demand ที่แข็งแกร่งต่อไปอีกยาว
3. The AI Consumer Operating System
พฤติกรรมผู้บริโภคกำลังเปลี่ยน เรากำลังจะเลิกเข้าแอปฯ แล้วหันมาสั่งงานผ่าน AI Agent แทน ARK ทำนายว่า AI จะไม่ได้แค่คุยเก่ง แต่จะเริ่ม "ซื้อของ" แทนเราได้ นี่คือโอกาสใหม่ของตลาด E-commerce มูลค่าหลายแสนล้าน
4. AI Productivity
รายงานระบุตัวเลขที่น่าตกใจมาก คือต้นทุนการพัฒนาซอฟต์แวร์ลดลงถึง 91% ภายในเวลาแค่ 8 เดือน เมษาถึงธันวา 2025 จาก $3.50 เหลือแค่ $0.32 ต่อ 1 ล้าน Token นี่คือเหตุผลว่าทำไมเราถึงเห็น Apps และ Services ใหม่ๆ ผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ด
คนทำงานที่ใช้สมองเป็นหลัก หรือ Knowledge Worker จะไม่ได้ตกงาน แต่จะกลายเป็น "ผู้คุมกองทัพ AI" มูลค่าทางเศรษฐกิจที่จะถูกปลดล็อกออกมาจากการที่คนกับ AI ทำงานร่วมกัน อาจสูงถึงหลายล้านล้าน Dollar
5. Bitcoin
มาฝั่ง Crypto บ้าง ตอนนี้ $BTC ไม่ใช่แค่เรื่องของรายย่อย แต่เป็นสินทรัพย์ระดับสถาบันเต็มตัว ตัวเลขที่น่าสนใจคือ ในปี 2025 ETF และบริษัทต่างๆ ถือครอง Bitcoin รวมกันถึง 12% ของ Supply ทั้งหมดแล้ว
6. Tokenized Assets (RWA)
นี่คือ Big Wave Trend ของจริง ARK มองว่าสินทรัพย์ในโลกจริงจะถูกย้ายขึ้นมาอยู่บน Blockchain มากขึ้นเรื่อยๆ จากมูลค่าตลาดหลักหมื่นล้าน จะกระโดดไปเป็นหลัก $11 Trillion ภายในปี 2030 ใครมองหา Use Case จริงของ Crypto ต้องจับตา RWA ให้ดี
7. Decentralized Finance (DeFi)
เทรนด์ปีนี้คือ Application over Chain คนจะเลิกสนใจว่าใช้ Chain อะไร แต่จะสนว่า App ไหนใช้งานลื่นและค่าธรรมเนียมถูก
รายได้ของ DeFi กำลังทำจุดสูงสุดใหม่ แย่งส่วนแบ่งตลาดจากพวก Centralized Exchange ไปเรื่อยๆ
8. Multiomics
เมื่อมนุษย์เริ่ม Hack ร่างกายตัวเองได้ ลืมภาพการกินยาแก้ปวดไปได้เลย อนาคตเรากำลังพูดถึงการ "ตัดต่อยีน" เพื่อรักษาโรคที่เคยรักษาไม่ได้ ARK บอกว่าตลาด "ยืดอายุขัย" (Longevity) มีมูลค่ามหาศาลระดับ $1.2 Quadrillion หรือ พันล้านล้านดอลลาร์ซึ่งมหาศาลมากเพราะทุกคนยอมจ่ายไม่อั้นเพื่อแลกกับเวลาที่เหลืออยู่
อนาคตจะมี AI ด้านการ Research ยา ปกติการคิดยาใหม่ใช้เวลาเป็นสิบปีและเงินมหาศาล แต่ AI จะเข้ามาลดเวลาและต้นทุนลงฮวบฮาบ ARK ประเมินว่ายาที่คิดค้นโดย AI จะสร้างกระแสเงินสดได้มากกว่ายาแบบเดิมถึง 4 เท่า แถมยังมีโอกาสรักษาโรคหายขาด ได้มากกว่าแค่ประคองอาการ
9. Reusable Rockets
SpaceX ทำให้ต้นทุนส่งของขึ้นอวกาศถูกลง 95% เหลือต่ำกว่า $1,000 ต่อกิโลกรัม ลองนึกภาพว่าค่าส่งของไปดวงจันทร์เริ่มถูกลงเรื่อยๆ จนธุรกิจต่างๆ กล้าขึ้นไปลงทุน ARK มองว่ารายได้จาก Satellite Connectivity หรือการเชื่อมต่อดาวเทียมจะแตะ $1.6 Billion ต่อปี เร็วๆ นี้
10. Robotics
Humanoid) ไม่ได้มาเล่นๆ แต่มาเพื่อทำงานแทนคนทั้งในโรงงานและ "ในบ้าน" ARK ประเมินโอกาสทางธุรกิจนี้ไว้สูงถึง $26 Trillion และตอนนี้ต้นทุนหุ่นยนต์เริ่มถูกลงจนจุดคุ้มทุนมันสั้นกว่าการจ้างคนในหลายๆ งานแล้ว
11. Energy Distribution
พลังงานยุค AI AI ใช้พลังงานไฟฟ้ามากก็จริง แต่เทคโนโลยีพลังงานก็วิ่งตามทัน ต้นทุน Battery และ Solar cell ลดลงต่อเนื่องตามกฎ Wright’s Law ARK เชื่อว่าถ้าไม่มีกฎระเบียบมาขัดนิวเคลียร์ยุคใหม่ (SMR) และพลังงานทางเลือกจะทำให้ค่าไฟถูกลงกว่านี้ได้อีก 40%
12. Autonomous Vehicles
นี่คือบ่อน้ำมันใหม่ของยุคหน้า โดย ARK ให้มูลค่ากิจการของอุตสาหกรรม Robotaxi ไว้ที่ $34 Trillion ในปี 2030 เพราะรถยนต์ทั่วไปจอดเฉยๆ 95% ของเวลา แต่ Robotaxi วิ่งทำเงินตลอดเวลา ค่าโดยสารจะถูกกว่ารถที่คนขับเองจนคนเลิกซื้อรถส่วนตัว
13. Autonomous Logistics
การส่งของด้วย Drone ถูกกว่า ใช้คนขับรถกระบะหลายเท่าตัว
ARK คาดว่ารายได้จากการขนส่งอัตโนมัติจะพุ่งไปแตะ $ 480B
โดยสรุป ถ้าถอยออกมามองภาพกว้างจากรายงาน Big Ideas 2026 ทั้งหมด เราจะเห็น "แก่น" เรื่องเดียวที่ซ่อนอยู่
นั่นคือ "ต้นทุนของความเป็นไปไม่ได้กำลังลดลงจนเหลือศูนย์"
ถ้าเป็นเมื่อก่อน
- การจ้างผู้ช่วยส่วนตัวฉลาดๆ = แพง (ตอนนี้ AI ทำให้ฟรี)
- การสร้าง Asset การเงินระดับโลก = ยาก (ตอนนี้ Crypto ทำได้ในคลิกเดียว)
- การรักษาโรคร้ายที่รักษายาก = เป็นไปไม่ได้ (ตอนนี้ Multiomics กำลังจะทำได้)
- การมีคนขับรถส่วนตัว = หรูหรา (ตอนนี้ Robotaxi จะทำให้ถูกกว่านั่งรถเมล์)
บ่งบอกเลยว่าสำหรับ คนและธุรกิจที่ยังยึดติดกับ Model การสร้างมูลค่าแบบเก่า (ขายแรงงาน, เก็งกำไรผ่านตัวกลาง, ผูกขาดความรู้) จะถูก Disrupt อย่างรุนแรง
ปี 2026 ไม่ใช่ปีของการนั่งดู แต่เป็นปีของการกระโจนเข้าไปเป็น ผู้เล่นในระบบเศรษฐกิจใหม่นี้ครับ
ขอให้ทุกคนโชคดีกับการเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่นี้ครับ


























