kanwara retweeted
มึง คนไทยสุดยอดมาก พี่เขากับทีมไทยเป็นทีมช่างรถบรรทุก กำลังจะไปแข่งขัน 1-1 grand prix ที่ญี่ปุ่นแล้ว ส่งกำลังใจกันให้ด้วยนะครับ สุดยอดมากจริงๆ !!!!!!
kanwara retweeted
Thank you Ben Woolliss for sharing some of your time and wisdom! Ben’s one of my favourite fighters to watch, speed, power, precision, focus and a true gent 👊🤙
kanwara retweeted
2026.10.29💿 ถ่ายรายการ #CrushOfMusic
🥰💜ละมุนหนิงเกอ
©️Sherry Ning
#หลิวอวี่หนิง #LiuYuning #刘宇宁
#音乐缘计划
kanwara retweeted
"ฉันไม่เคยเห็นด้วยกับการกระทำของรุ้ง แต่ถ้าฉันไม่มีรุ้ง ฉันก็คงจะเป็นคนไข้อีกคนหนึ่งของหมอ"
มธุสรพูดประโยคนี้กับจิตแพทย์ในละครเรื่อง #ล่า หลังจากหมอค้นพบว่า ผู้หญิงที่นั่งอยู่ตรงหน้าไม่ได้มีเพียงบุคลิกของมธุสรที่เธอคุ้นเคย แต่ยังมีอีกบุคลิกหนึ่งชื่อ “รุ้ง”
ฉากนี้น่าสนใจมาก เพราะหมอไม่ได้ถามเพียงว่า "รุ้งเป็นใคร" แต่พยายามทำความเข้าใจว่ารุ้งเข้ามามีบทบาทในชีวิตมธุสรได้อย่างไร
เมื่อหมอถามว่ารุ้งจะออกมาตอนไหน รุ้งตอบอย่างไม่สะทกสะท้านว่า
“เวลาที่อีสรมันทนไม่ได้ ฉันก็ออกมาแค่นั้นเอง”
เธอยกตัวอย่างเวลาที่มธุสรตกใจมาก เจอสุนัขตัวใหญ่ หรือพบคนแปลกหน้าที่น่ากลัว
คำตอบนี้ทำให้รุ้งน่าสนใจขึ้นมาทันที เพราะรุ้งไม่ได้ปรากฏเฉพาะเวลามธุสรต้องการแก้แค้น แต่ยังออกมาในสถานการณ์ที่มธุสรรู้สึกกลัวหรือรับมือไม่ไหว
คนที่เคยดู ล่า คงจำฉากที่มธุสรพูดคุยกับรุ้งผ่านกระจกได้ รุ้งเป็นผู้หญิงที่แข็งกร้าว มั่นใจ และพร้อมทำสิ่งที่มธุสรไม่กล้าทำ เธอตำหนิความอ่อนแอของมธุสร และพยายามโน้มน้าวว่าคนที่ทำร้ายสองแม่ลูกสมควรได้รับการแก้แค้น
แต่ฉากพบจิตแพทย์ทำให้เราเห็นว่า รุ้งอาจไม่ได้เป็นเพียงด้านมืดหรือความพยาบาทที่ถูกเก็บกดไว้
ลองย้อนกลับไปดูสิ่งที่มธุสรเผชิญ
เธอพยายามพาลูกออกจากชีวิตคู่ที่มีความรุนแรง แต่กลับต้องเผชิญเหตุการณ์ที่ 2 แม่ลูกถูกทำร้ายอย่างโหดร้ายแบบที่ชีวิตผู้หญิงคนนึงเกินจะรับไหว แม้พยายามเรียกร้องความยุติธรรม เธอก็ยังไม่สามารถกลับไปใช้ชีวิตอย่างปลอดภัยได้
ในอีกช่วงหนึ่งของฉากพบแพทย์ มธุสรเล่าทั้งน้ำตาว่า
“ทุกวันนี้ฉันยังได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือของลูกอยู่ทุกคืน แล้วฉันก็ช่วยอะไรลูกไม่ได้”
เหตุการณ์ผ่านไปแล้ว แต่ความทรงจำในวันที่เธอไม่สามารถช่วยลูกได้ยังตามรบกวน
ในทางจิตวิทยา ความทรงจำที่ย้อนกลับมารบกวนเช่นนี้อาจสัมพันธ์กับผลกระทบจากบาดแผลทางใจ (psychological trauma) โดยเฉพาะความทรงจำที่ไม่ต้องการให้กลับมาแต่ยังเกิดขึ้นซ้ำ ๆ
เมื่อมองจากสิ่งที่มธุสรเผชิญ คำพูดของรุ้งที่ว่า “เวลาที่อีสรมันทนไม่ได้ ฉันก็ออกมา” จึงมีความหมายมากขึ้น
รุ้งอาจเป็นวิธีที่ละครใช้แสดงตัวตนซึ่งออกมารับมือกับความกลัวและความเจ็บปวดที่มธุสรรู้สึกว่าตัวเองไม่อาจทนได้
แต่ปัญหาคือ รุ้งไม่ได้เพียงเผชิญความกลัวแทนมธุสร เธอยังพยายามเปลี่ยนความกลัวและความเจ็บปวดให้กลายเป็นเหตุผลสำหรับการใช้ความรุนแรงด้วย
รุ้งจะตำหนิมธุสรว่าอ่อนแอ และผลักดันให้เธอตอบโต้คนที่ทำร้าย
สิ่งที่เกิดขึ้นจึงไม่ใช่แค่การปลุกความโกรธ แต่เป็นการเปลี่ยนความหมายของคำว่า “เข้มแข็ง” และ "ความอดทนและพยายามปกป้องลูก" ให้กลายเป็นความตอบสนองกลับด้วยความรุนแรง
ในทางจิตวิทยา สิ่งนี้เชื่อมโยงกับแนวคิด Moral Disengagement โดยเฉพาะการสร้างเหตุผลให้การกระทำที่ขัดกับคุณค่าทางศีลธรรมของตัวเองดูเป็นสิ่งที่ยอมรับได้
รุ้งไม่ได้พยายามทำให้มธุสรเชื่อว่าการฆ่าคนเป็นเรื่องถูกต้องเสมอไป แต่พยายามทำให้เชื่อว่าคนกลุ่มนี้สมควรได้รับการแก้แค้นและควรได้รับผลจากการกระทำเช่นกัน และทำให้ความรุนแรงถูกอธิบายใหม่ให้ดูเหมือนเป็นการทวงคืนความยุติธรรม
แต่ละครไม่ได้ทำให้มธุสรยอมรับเหตุผลของรุ้งทั้งหมด
เมื่อหมอถามว่ามธุสรเกี่ยวข้องกับคดีฆาตกรรมสามีเก่าและคนในแก๊งร่วมอาสาหรือไม่ มธุสรพูดถึงความเจ็บปวดที่เธอเผชิญ ก่อนยอมรับว่าไม่เคยเห็นด้วยกับการกระทำของรุ้ง
ความน่าสนใจคือ "ความขัดแย้งในตัวเองของมธุสร" เธอรู้ว่ารุ้งทำอะไร และยังตัดสินได้ว่าสิ่งนั้นผิด แต่ในเวลาเดียวกันกลับรู้สึกว่าตัวเองขาดรุ้งไม่ได้
มธุสรไม่ได้สูญเสียความสามารถในการแยกถูกผิด แต่เธอรู้สึกว่ารุ้งช่วยให้ตัวเองรับมือกับชีวิตที่เต็มไปด้วยความกลัวและความเจ็บปวดได้
การมีรุ้งหมายความว่า..มธุสรเป็นโรคหลายอัตลักษณ์ หรือ Dissociative Identity Disorder (DID) หรือไม่?
การวินิจฉัย DID ต้องพิจารณาองค์ประกอบอื่นร่วมด้วย รวมถึงช่องว่างของความทรงจำที่เกิดซ้ำ ซึ่งข้อมูลจากฉากเหล่านี้ยังไม่เพียงพอจะยืนยันโรคดังกล่าว และผู้มี DID ก็ไม่ได้จำเป็นต้องมีพฤติกรรมรุนแรงเหมือนที่ละครนำเสนอ
สิ่งที่ทำให้ฉากพบแพทย์สะเทือนใจจึงไม่ใช่เพียงการเปิดเผยว่ามธุสรมีรุ้งอยู่ด้วย แต่เป็นช่วงที่มธุสรกลับมาเป็นตัวเอง ร้องไห้ และพูดถึงเสียงร้องขอความช่วยเหลือของลูกที่ยังตามหลอกหลอนเธอทุกคืน
เราจึงเห็นทั้งผู้หญิงที่พยายามทำตัวให้แข็งแกร่งจนพร้อมฆ่าคน กับแม่คนหนึ่งที่ยังเจ็บปวดกับวันที่ตัวเองช่วยลูกไม่ได้ในฉากเดียวกัน
มธุสรเชื่อว่ารุ้งช่วยให้เธออยู่รอด แต่การแก้แค้นของรุ้งกลับกำลังพาเธอออกห่างจากชีวิตที่เธออยากกลับไปมี
และนี่อาจเป็นความเจ็บปวดอีกชั้นหนึ่งของมธุสร ที่ฉากพบจิตแพทย์ทำให้เราเห็นได้ชัดกว่าฉากแก้แค้นเสียอีก
#ละครล่า #จิตวิทยา #บาดแผลทางใจ #พฤติกรรมมนุษย์ #มธุสร #DID
kanwara retweeted
มึง ไอ้หมามันโตมากับไอ้เหมียว คิดว่าตัวเองเป็นแมว เจอพี่ๆ แมวแล้วรีบเข้าไปนั่งด้วยกันเลย น้องเล็กมาแล้วคับพี่ๆ น่ารักมากจริงๆ 5555555555
kanwara retweeted
Tan Jianci Interview: Returning as Shen Yi & Balancing Acting with His Concert Tour ☺️
‘แน่นอนว่ามันเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญสำหรับผม และยังเป็นจุดเริ่มต้นอีกด้วย หากจะพูดให้เห็นภาพก็คือซีรีส์เรื่องนี้ ทำให้คนจำนวนมากเริ่มรู้จักตัวผม และทำให้ผมได้รับโอกาสในการทำงานเพิ่มขึ้น รวมถึงโอกาสในการเลือกบทบาทต่าง ๆ ด้วย ซึ่งเมื่อมีโอกาสได้เลือกมากขึ้นแล้ว สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าก็คือ การพิจารณาและตั้งใจเลือกบทอย่างจริงจัง’ แล้วพี่ถานก็พิถีพิถันในการเลือกบทมากจริงๆ ตัวละครทุกตัวของพี่ถาน ล้วนมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวทั้งหมดเลยด้วย
แต่แอบเม้าส์สักหน่อย ช่วงนั้นงานซีรีส์พี่ถานกำลังพีคเลย แต่หยุดรับงานแสดง เพราะจะจัดคอนเสิร์ตไปครึ่งปี เป็นคนที่ใส่ใจ ทุ่มเทและละเอียดในการทำทุกผลงานของตัวเองจริงๆ พี่ถานเก่งมากกก 🥰
#ถานเจี้ยนซื่อ #檀健次 #TanJianci
kanwara retweeted
เห็นข่าว
ยุโรป
อังกฤษ
ญี่ปุ่น
เตือนให้ประชาชนสำรองเสบียง 3-7 วัน เขากำลังจะเจออะไรเหรอ
แล้วทำไมไทยเราเงียบ
หรือเราเอาอยู่ 🤔


























