Pinned Tweet
มอตโต้ชีวิตอันใหม่
#UndercoverHighSchool
นอกจากอยากจะเหนอิพูแบดมาเคลัยร์ปันหาห่ารากนี่แล้ว กุอยากเหนข้อความในอพชแบบเต่มๆ อะ เอาจิงคนในอพชเปนคนดีกันมาก ที่ไม่มีใครแคปอพชพูแบดออกมาเลย และคนที่ดูว่าน่าจะยุในอพช ส่วนใหญ่ดูยืนอีกฝั่งอะ
weirdo n'fishchip ดูโฮปละ retweeted
อ่านเรียงไทม์ไลน์ดูแล้วก็รู้สึกว่าเรื่องนี้มันไม่ควรมาไกลขนาดนี้ถ้าสมาคม ออกมาชี้แจงตั้งแต่แรกไม่ใช่ปล่อยให้กรรมการและสมาชิก จัดการกันเอง แล้วก็เข้าใจผิดกันไปเรื่อยๆ รู้สึกว่าสมาคม ปัดความรับผิดชอบมากๆ รู้สึกว่าเรื่องมันมาถึงจุดนี้แล้วอ่ะสมาคมก็ไม่ควรเงียบแล้วป่ะ ควรออกมาพูด มาชี้แจงสิ่งที่เคยเป็นความเข้าใจผิด ให้มันชัดเจน
ความขัดแย้งกรณีผมและ J (เพิ่มเติม)
1. ผมกับ J ทะเลาะกันมาก่อนเกิดเหตุ เนื่องจาก J พิมพ์วิจารณ์การทำงานของส่วนงานผมรุนแรง พูดว่าถ้าทำงานไม่เป็นก็ให้ลาออกให้คนอื่นมาทำ ผมไปตอบว่างั้นผมลาออกให้ J มาทำแทนไหม J บอกว่าไม่สะดวก ทะเลาะเสร็จ แยกย้าย
2. J และเพื่อนวิจารณ์การทำงานของสมาคม ผมไม่ตอบ จนกระทั่งใช้คำระบุตัวผมโดยตรง และพูดว่า "เป็นกรรมการได้อะไรมากกว่าที่คิด"
3. J ไม่ได้ตั้งคำถาม ไม่ได้ตั้งข้อสังเกต แต่เลือกจะพิมพ์เข้ามาในที่สาธารณะ J เคยร้องเรียนกรรมการสมาคมแล้ว เคยยื่นตรวจสอบแบบทางการแล้ว แต่กับผม J เลือกจะพิมพ์เข้ามาลอย ๆ
4. กรรมการสมาคมมี 15 คน ผมโดนหาใช้หน้าที่ในทางเอื้อผลประโยชน์ตัวเองคนเดียว ผมจึงเข้าไปตอบในประเด็นต่าง ๆ ดังนี้
4.1 J ถามว่าทำไมใช้หลักการจัดสรรให้บูธได้มากกว่าหรือเท่ากับตุลาคม แต่น้อยกว่าหรือเท่ากับมีนาคม ผมตอบว่าเป็นมติกรรมการ ตัวเลขบูธแสดงถึงการเติบโตที่เกิดขึ้นแล้ว เป็นมาตรฐานของการวิเคราะห์ธุรกิจ
4.2 J ถามว่าทำไมไม่จัดสรรบูธตามจำนวนปกใหม่ที่ออก ผมบอกว่าวิธีการดังกล่าวไม่ยุติธรรมสำหรับร้านหนังสือที่รับหนังสือคนอื่นมาขาย มันเป็นหลักที่เอื้อกับสำนักพิมพ์เกินไป
4.3 J ถามว่าทำไมถึงจัดสรรบูธให้คนอื่นไม่พอใจ ผมตอบกลับว่าพื้นที่ไม่พอ ความต้องการมีมากกว่าเป็นร้อยบูธ จัดสรรยังไงก็มีคนไม่พอใจ ผมถาม J กลับว่าให้ J ช่วยลองคิดวิธีที่ทุกคนพอใจหน่อย J ตอบไม่ได้
4.4 J ถามว่าทำไมผมได้บูธเท่ากับมีนา แต่ J โดนลด ความจริงคือบูธไม่พอ สมาคมจึงต้องใช้วิธีจับสลาก และถ่ายวิดีโอไว้ทุกขั้นตอน แต่ J เพิ่งถามมาทันที คำตอบนี้ยังไม่มีมติกรรมการให้เผยแพร่ข้อมูลได้ ผมจึงตอบไม่ได้ ผมบอกว่าผมยังตอบไม่ได้ ต้องรอมติกรรมการให้เปิดเผย (หลังจากนั้นสมาคมได้พื้นที่เพิ่ม โทรหา J เพื่อเพิ่มให้จำนวนบูธเท่ามีนาแล้ว แต่ J ไม่เอา)
4.5 กรรมการสมาคมมาบอกให้ผมเลิกทะเลาะกับ J ในพื้นที่สาธารณะ เพราะทำให้ภาพดูไม่ดี ผมเลิกโต้เถียงด้วย
5 J นำรูปบูธของผม นำตัวเลขบูธของผมไปโพสต์ในพื้นที่ส่วนตัว ผมไม่พอใจ เพราะข้อความที่ใช้ส่อไปในเชิงไม่ซื่อสัตย์ ผมเห็นว่าเป็นพื้นที่ปิด และประเด็นเกี่ยวข้องกับผมโดยตรง ผมเข้าไปแสดงความเห็นถามว่าหมายความว่าอะไร
6 J แคปข้อความผมไปเผยแพร่ในกลุ่มสาธารณะ บอกว่าผมในฐานะกรรมการคุกคาม กลายเป็นผมทำพฤติกรรมไม่เหมาะสม ทั้งที่โพสต์ของเขาระบุชื่อสำนักพิมพ์ผมโดยตรง
7 ทุกอย่างมาเข้าลูปเดิม ผมพูดไม่ได้ เพราะสมาคมไม่อยากให้ภาพลักษณ์ไม่ดีว่ากรรมการทะเลาะกับสมาชิก
8 ผมพยายามเรียกร้องให้กรรมการสมาคมมีมติแก้ไขความเข้าใจผิด และหาแนวทางให้ J เลิกพูดจาใส่ร้ายกรรมการสักที ผมมาทำงานฐานะกรรมการ สมาคมควรปกป้องผม
9 J ฝากบุคคลที่สามว่าบอกผมว่าผมพูดคุยอะไรในกลุ่มกรรมการเขารู้หมด เป็นเชิงว่าเขามีพรรคพวกอยู่ในกรรมการสมาคม รู้เห็นทุกอย่าง เวลาผมพูดอะไร ไม่นานคำพูดเหล่านั้นก็จะถูกเผยแพร่ออกมา แม้คุยกันในที่ลับ
10 กรรมการสมาคมมีมติไม่ยุ่งเกี่ยวกับความขัดแย้ง บอกว่าเป็นปัญหาระหว่างบุคคลกับบุคคล สมาคมไม่เกี่ยวข้อง แม้ผมจะโดนกล่าวหาในฐานะกรรมการ แต่สมาคมก็จะไม่ออกแถลงการณ์อะไร
11. เวลาผ่านไปนาน ความเข้าใจผิดที่ J พูดไม่เคยถูกแก้ไข อะไรที่ผิดก็ไม่เคยแก้ไข J ไม่เคยยื่นสอบในฐานะกรรมการใด ๆ ใช้วิธีพูดลอย ๆ เท่านั้น
- ผมเถียงในที่สาธารณะ สมาคมก็บอกว่าอย่าเถียงกับสมาชิก
- ผมเถียงในที่่ส่วนตัว J ก็แคปมาโพสต์บอกว่าผมคุกคาม
- ผมขอให้สมาคมจัดการ สมาคมก็ไม่จัดการอะไร
12. ผมไม่มีทางเลือกอะไรเลย ข่าวลือแพร่กระจายไปในวงกว้าง มีคนบอกว่าจะเอาเรื่องราวของผมไปพูดต่อในงานหนังสือให้คนเกลียดผม มีคนบอกว่าจะเอาหนังสือผมไปเผา ความเข้าใจผิดลุกลามต่อไป ไม่มีใครช่วยเหลือเลย
13. ผมตัดสินใจลาออกแสดงความบริสุทธิ์ใจมาสู้คดี ตอนผมประกาศฟ้อง ผมบอกทุกคนว่าขออย่าแสดงความเห็นโจมตี J ปล่อยให้เป็นเรื่องของกฎหมาย
14. ต่อไป J เขียนข้อความอีกว่า นายกสมาคม "ลงชื่อ" ไปเป็นพยานฝ่ายโจทย์ ทั้งที่นายกสมาคมไม่เคยลงชื่ออะไร ทนายแค่ระบุชื่อเป็นพยานอ้างอิงเฉย ๆ (เราระบุชื่อพยานอ้างอิงเป็นใครก็ได้ เจ้าตัวไม่จำเป็นต้องยินยอม J จะลงชื่อนายกสมาคมก็ได้เช่นกัน)
15. หลังจาก J โพสต์ นักเขียนและสำนักพิมพ์ที่สนิทสนมกับ J ออกมาโพสต์ข้อความจำนวนมากอย่างรวดเร็ว คนทั่วไปเข้าใจว่าผมกับสมาคมร่วมกันฟ้องปิดปาก J ทั้งที่ความจริงสมาคมไม่เคยช่วยเหลืออะไรผมเลย แถมกรรมการสมาคมบางคนยังคอยเอาสิ่งที่ผมทำไปรายงาน J อีก
16. ผมโดนด่าเป็นวงกว้าง ข้อความจำนวนมากดูถูกด่าทอไปยังเรื่องส่วนตัว บางคนบอกว่าจะไม่สนับสนุนหนังสือของผมอีก ทั้งที่ผมก็ต่อสู้กันไปตามกฎหมาย
17. ข้อพิพาทระหว่างผมกับ J เป็นข้อพิพาทระหว่าง "เจ้าของสำนักพิมพ์" กับ "เจ้าของสำนักพิมพ์" มูลค่าความเสียหายก็ล้อไปตามขนาดของธุรกิจสำนักพิมพ์ของทั้งสองฝ่าย J ไม่ใช่คนตัวเล็ก บูธของเขาในงานหนังสือใหญกว่าผมอีก และสมาคมก็ไม่เคยช่วยเหลือในการแก้ไขความเข้าใจผิดอะไรเลย
18. จวบจนถึงตอนนี้ J ก็ไม่เคยแก้ไขความเข้าใจผิดใด สิ่งที่พิมพ์ไปโดยไม่มีหลักฐานก็ยังคงอยู่แบบนั้น ผมถามตามความสัตย์จริงว่าผมต่อสู้แบบนี้ผมผิดอะไร ผมก็ลองพยายามทำทุกวิธีแล้ว ผมก็ไม่มีทางเลือกอื่น
19. เรื่องที่ถามว่าทำไมสมาคมไม่ตอบคำถามสมาชิกสักที ผมก็ตอบไม่ได้ เพราะผมลาออกมาแล้ว ผมก็ไม่รู้ว่าทำไมไม่ตอบ ทั้งที่ความจริง มันก็เป็นการจับสลาก และมีคลิปวิดีโอทั้งหมด
20. ผมขอความกรุณาทุกท่านลดคำพูดที่ทำให้เกิดความเสียหาย ความเข้าใจผิด ความเกลียดชังกระจายไปในวงกว้าง เหตุการณ์ทั้งหมดไม่ใช่การฟ้องปิดปาก มันคือข้อพิพาทระหว่างเจ้าของสำนักพิมพ์ ผมคิดว่าควรปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการตามกฎหมาย
ขอบคุณครับ
อ่านจบละ เวทพรี่เบสที่อิพูแบดลอยตัวขนาดนี้
btw imo ก้อคิดว่าเปนการฟ้องที่ 😅 ยุดีคับ 55555555 หลักการของการฟ้องหมิ่นมันไม่ได้ declare ว่าความจิงเปนอย่างไร แต่มันแค่บอกว่าคุนเสียหายอย่างไร ซึ่งการตีเลขห้าสิบล้าน เพราะคิดไปว่าเราอาจจะโดนแบนจากงานหนังสือ จากเรื่องพวกนี้ก็ 😅
ความขัดแย้งกรณีผมและ J (เพิ่มเติม)
1. ผมกับ J ทะเลาะกันมาก่อนเกิดเหตุ เนื่องจาก J พิมพ์วิจารณ์การทำงานของส่วนงานผมรุนแรง พูดว่าถ้าทำงานไม่เป็นก็ให้ลาออกให้คนอื่นมาทำ ผมไปตอบว่างั้นผมลาออกให้ J มาทำแทนไหม J บอกว่าไม่สะดวก ทะเลาะเสร็จ แยกย้าย
2. J และเพื่อนวิจารณ์การทำงานของสมาคม ผมไม่ตอบ จนกระทั่งใช้คำระบุตัวผมโดยตรง และพูดว่า "เป็นกรรมการได้อะไรมากกว่าที่คิด"
3. J ไม่ได้ตั้งคำถาม ไม่ได้ตั้งข้อสังเกต แต่เลือกจะพิมพ์เข้ามาในที่สาธารณะ J เคยร้องเรียนกรรมการสมาคมแล้ว เคยยื่นตรวจสอบแบบทางการแล้ว แต่กับผม J เลือกจะพิมพ์เข้ามาลอย ๆ
4. กรรมการสมาคมมี 15 คน ผมโดนหาใช้หน้าที่ในทางเอื้อผลประโยชน์ตัวเองคนเดียว ผมจึงเข้าไปตอบในประเด็นต่าง ๆ ดังนี้
4.1 J ถามว่าทำไมใช้หลักการจัดสรรให้บูธได้มากกว่าหรือเท่ากับตุลาคม แต่น้อยกว่าหรือเท่ากับมีนาคม ผมตอบว่าเป็นมติกรรมการ ตัวเลขบูธแสดงถึงการเติบโตที่เกิดขึ้นแล้ว เป็นมาตรฐานของการวิเคราะห์ธุรกิจ
4.2 J ถามว่าทำไมไม่จัดสรรบูธตามจำนวนปกใหม่ที่ออก ผมบอกว่าวิธีการดังกล่าวไม่ยุติธรรมสำหรับร้านหนังสือที่รับหนังสือคนอื่นมาขาย มันเป็นหลักที่เอื้อกับสำนักพิมพ์เกินไป
4.3 J ถามว่าทำไมถึงจัดสรรบูธให้คนอื่นไม่พอใจ ผมตอบกลับว่าพื้นที่ไม่พอ ความต้องการมีมากกว่าเป็นร้อยบูธ จัดสรรยังไงก็มีคนไม่พอใจ ผมถาม J กลับว่าให้ J ช่วยลองคิดวิธีที่ทุกคนพอใจหน่อย J ตอบไม่ได้
4.4 J ถามว่าทำไมผมได้บูธเท่ากับมีนา แต่ J โดนลด ความจริงคือบูธไม่พอ สมาคมจึงต้องใช้วิธีจับสลาก และถ่ายวิดีโอไว้ทุกขั้นตอน แต่ J เพิ่งถามมาทันที คำตอบนี้ยังไม่มีมติกรรมการให้เผยแพร่ข้อมูลได้ ผมจึงตอบไม่ได้ ผมบอกว่าผมยังตอบไม่ได้ ต้องรอมติกรรมการให้เปิดเผย (หลังจากนั้นสมาคมได้พื้นที่เพิ่ม โทรหา J เพื่อเพิ่มให้จำนวนบูธเท่ามีนาแล้ว แต่ J ไม่เอา)
4.5 กรรมการสมาคมมาบอกให้ผมเลิกทะเลาะกับ J ในพื้นที่สาธารณะ เพราะทำให้ภาพดูไม่ดี ผมเลิกโต้เถียงด้วย
5 J นำรูปบูธของผม นำตัวเลขบูธของผมไปโพสต์ในพื้นที่ส่วนตัว ผมไม่พอใจ เพราะข้อความที่ใช้ส่อไปในเชิงไม่ซื่อสัตย์ ผมเห็นว่าเป็นพื้นที่ปิด และประเด็นเกี่ยวข้องกับผมโดยตรง ผมเข้าไปแสดงความเห็นถามว่าหมายความว่าอะไร
6 J แคปข้อความผมไปเผยแพร่ในกลุ่มสาธารณะ บอกว่าผมในฐานะกรรมการคุกคาม กลายเป็นผมทำพฤติกรรมไม่เหมาะสม ทั้งที่โพสต์ของเขาระบุชื่อสำนักพิมพ์ผมโดยตรง
7 ทุกอย่างมาเข้าลูปเดิม ผมพูดไม่ได้ เพราะสมาคมไม่อยากให้ภาพลักษณ์ไม่ดีว่ากรรมการทะเลาะกับสมาชิก
8 ผมพยายามเรียกร้องให้กรรมการสมาคมมีมติแก้ไขความเข้าใจผิด และหาแนวทางให้ J เลิกพูดจาใส่ร้ายกรรมการสักที ผมมาทำงานฐานะกรรมการ สมาคมควรปกป้องผม
9 J ฝากบุคคลที่สามว่าบอกผมว่าผมพูดคุยอะไรในกลุ่มกรรมการเขารู้หมด เป็นเชิงว่าเขามีพรรคพวกอยู่ในกรรมการสมาคม รู้เห็นทุกอย่าง เวลาผมพูดอะไร ไม่นานคำพูดเหล่านั้นก็จะถูกเผยแพร่ออกมา แม้คุยกันในที่ลับ
10 กรรมการสมาคมมีมติไม่ยุ่งเกี่ยวกับความขัดแย้ง บอกว่าเป็นปัญหาระหว่างบุคคลกับบุคคล สมาคมไม่เกี่ยวข้อง แม้ผมจะโดนกล่าวหาในฐานะกรรมการ แต่สมาคมก็จะไม่ออกแถลงการณ์อะไร
11. เวลาผ่านไปนาน ความเข้าใจผิดที่ J พูดไม่เคยถูกแก้ไข อะไรที่ผิดก็ไม่เคยแก้ไข J ไม่เคยยื่นสอบในฐานะกรรมการใด ๆ ใช้วิธีพูดลอย ๆ เท่านั้น
- ผมเถียงในที่สาธารณะ สมาคมก็บอกว่าอย่าเถียงกับสมาชิก
- ผมเถียงในที่่ส่วนตัว J ก็แคปมาโพสต์บอกว่าผมคุกคาม
- ผมขอให้สมาคมจัดการ สมาคมก็ไม่จัดการอะไร
12. ผมไม่มีทางเลือกอะไรเลย ข่าวลือแพร่กระจายไปในวงกว้าง มีคนบอกว่าจะเอาเรื่องราวของผมไปพูดต่อในงานหนังสือให้คนเกลียดผม มีคนบอกว่าจะเอาหนังสือผมไปเผา ความเข้าใจผิดลุกลามต่อไป ไม่มีใครช่วยเหลือเลย
13. ผมตัดสินใจลาออกแสดงความบริสุทธิ์ใจมาสู้คดี ตอนผมประกาศฟ้อง ผมบอกทุกคนว่าขออย่าแสดงความเห็นโจมตี J ปล่อยให้เป็นเรื่องของกฎหมาย
14. ต่อไป J เขียนข้อความอีกว่า นายกสมาคม "ลงชื่อ" ไปเป็นพยานฝ่ายโจทย์ ทั้งที่นายกสมาคมไม่เคยลงชื่ออะไร ทนายแค่ระบุชื่อเป็นพยานอ้างอิงเฉย ๆ (เราระบุชื่อพยานอ้างอิงเป็นใครก็ได้ เจ้าตัวไม่จำเป็นต้องยินยอม J จะลงชื่อนายกสมาคมก็ได้เช่นกัน)
15. หลังจาก J โพสต์ นักเขียนและสำนักพิมพ์ที่สนิทสนมกับ J ออกมาโพสต์ข้อความจำนวนมากอย่างรวดเร็ว คนทั่วไปเข้าใจว่าผมกับสมาคมร่วมกันฟ้องปิดปาก J ทั้งที่ความจริงสมาคมไม่เคยช่วยเหลืออะไรผมเลย แถมกรรมการสมาคมบางคนยังคอยเอาสิ่งที่ผมทำไปรายงาน J อีก
16. ผมโดนด่าเป็นวงกว้าง ข้อความจำนวนมากดูถูกด่าทอไปยังเรื่องส่วนตัว บางคนบอกว่าจะไม่สนับสนุนหนังสือของผมอีก ทั้งที่ผมก็ต่อสู้กันไปตามกฎหมาย
17. ข้อพิพาทระหว่างผมกับ J เป็นข้อพิพาทระหว่าง "เจ้าของสำนักพิมพ์" กับ "เจ้าของสำนักพิมพ์" มูลค่าความเสียหายก็ล้อไปตามขนาดของธุรกิจสำนักพิมพ์ของทั้งสองฝ่าย J ไม่ใช่คนตัวเล็ก บูธของเขาในงานหนังสือใหญกว่าผมอีก และสมาคมก็ไม่เคยช่วยเหลือในการแก้ไขความเข้าใจผิดอะไรเลย
18. จวบจนถึงตอนนี้ J ก็ไม่เคยแก้ไขความเข้าใจผิดใด สิ่งที่พิมพ์ไปโดยไม่มีหลักฐานก็ยังคงอยู่แบบนั้น ผมถามตามความสัตย์จริงว่าผมต่อสู้แบบนี้ผมผิดอะไร ผมก็ลองพยายามทำทุกวิธีแล้ว ผมก็ไม่มีทางเลือกอื่น
19. เรื่องที่ถามว่าทำไมสมาคมไม่ตอบคำถามสมาชิกสักที ผมก็ตอบไม่ได้ เพราะผมลาออกมาแล้ว ผมก็ไม่รู้ว่าทำไมไม่ตอบ ทั้งที่ความจริง มันก็เป็นการจับสลาก และมีคลิปวิดีโอทั้งหมด
20. ผมขอความกรุณาทุกท่านลดคำพูดที่ทำให้เกิดความเสียหาย ความเข้าใจผิด ความเกลียดชังกระจายไปในวงกว้าง เหตุการณ์ทั้งหมดไม่ใช่การฟ้องปิดปาก มันคือข้อพิพาทระหว่างเจ้าของสำนักพิมพ์ ผมคิดว่าควรปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการตามกฎหมาย
ขอบคุณครับ
weirdo n'fishchip ดูโฮปละ retweeted
สำนักพิมพ์มติชนขอแสดงความเห็นต่อกรณีข้อขัดแย้งในวงการหนังสือ
.
ต่อกรณีข้อขัดแย้งในพื้นที่สาธารณะช่วงที่ผ่านมา สำนักพิมพ์มติชนเห็นว่า ก่อนจะวินิจฉัยว่าฝ่ายใดถูกหรือผิด ข้อเท็จจริงต้องได้รับการพิจารณาผ่านกระบวนการที่เป็นธรรม และทุกฝ่ายต้องได้รับโอกาสชี้แจงภายใต้มาตรฐานเดียวกัน
weirdo n'fishchip ดูโฮปละ retweeted
คำถามแบบนี้จะไม่เกิดขึ้นถ้าpubat ตอบได้ว่าอะไรคือเกณฑ์การจัดสรรโควต้าบูธที่สมาชิกร้องขอ หลายสนพ.โดนลดพื้นที่จากที่เคยขอไปแล้วได้ หลายสนพ.ดูเหมือนจะได้ตามที่ขอไปโดยไม่โดนลดเลย ถ้าตอบตรงนี้ไม่ได้มันก็จะเป็นปัญหาค้างคาต่อไป – at Talat Bang Khen, Thailand
weirdo n'fishchip ดูโฮปละ retweeted
เรื่องมูลนิธิบริจาคที่ค่อยๆถูกแฉออกมาเรื่อยๆช่วงนี้แล้วย้อนกลับไปตอนที่คนไทยเฮโลเอาเงินไปบริจาคให้พวกนี้เป็น100ล้าน ตอนหนุนทำสงครามกับกัมพูชา แล้วมีแต่สมน้ำหน้า แต่ถามว่าคนไทยจะได้เรียนรู้อะไรจากสิ่งนี้ไหมก็คงไม่ แค่รอเจ้าลัทธิคนใหม่มาแล้วกราบไหว้โยนให้มันหลอกเอาเงินบริจาควนไป555
weirdo n'fishchip ดูโฮปละ retweeted
ตราบใดที่ยังไม่มีการชี้แจงจากสมาคมฯ ความสงสัยมันก็จะลามไปจนถึงบูธอื่นเรื่อย ๆ แบบนี้แหละ นี่คนเขาไม่โฟกัสแค่คู่กรณีละนะ เพราะพฤติการณ์หลายอย่างที่เป็นที่ประจักษ์ในงานก็สร้างความแคลงใจให้ผู้บริโภคได้จริง ๆ ไม่ต้องเป็นวงในก็สงสัยได้ 🤷
งานหนังสือคือ demand มากกว่า supply ค่ะ คนขายหนังสือที่อยากได้บูธแต่ไม่ได้เยอะเลย แต่รอบนี้ แม้กระทั่งเจ้าดังอย่าง bookscape ยังได้แค่สองบูธ แต่บูธแบบบูธหมอตัง ฟาโรห์กินพื้นที่ถึง 3-4 บูธ ก้อเลยสงสัยอะคับ
weirdo n'fishchip ดูโฮปละ retweeted
texas turned blue แล้ว แต่ชาตินี้พี่คงไม่ได้เห็นคนใต้โหวตอย่างอื่นนอกจาก blue
ฟังเรื่องชีบุ๋มทั้งวันวันนี้ แล้วก้อเอนะ เวนกำพวกหาแดกกับสงครามชายแดนดังเขาว่า กุสมน้ำหน้าอย่างเดียว ไม่มีความเหนใจใดๆ ได้แต่สงสารคนที่โอนไปเรื่องอื่นๆ
งานหนังสือคือ demand มากกว่า supply ค่ะ คนขายหนังสือที่อยากได้บูธแต่ไม่ได้เยอะเลย แต่รอบนี้ แม้กระทั่งเจ้าดังอย่าง bookscape ยังได้แค่สองบูธ แต่บูธแบบบูธหมอตัง ฟาโรห์กินพื้นที่ถึง 3-4 บูธ ก้อเลยสงสัยอะคับ



















