
multi fandom — #SUPERJUNIOR 💙#BUSbecauseofyouishine✨💕 and more.
Thailand
Joined January 2010
- Tweets317K
- Following2K
- Followers241
- Likes12.7K
พี่ รปภ หันมาถาม ยายถามว่าอะไร นี่เลยเล่าไป พี่ รปภ เลยหิ้วยายไปละบอก ไปยาย เดี๋ยวช่วยเอง หลายรอบแล้ว (กู🥲) กูเลยบอกซ้ำว่าให้เงินไปแล้วนะ พี่ รปภ บอก เดี๋ยวจัดการต่อเอง กูก็เออเอา ใครทำไรทำ จังหวะยายถามรู้แล้วว่าโดนแน่ แต่ก็แอบหงุดหงิดว่าทำไมต้องกูนะ แต่กูให้ๆ ไป ยายจะได้ไป (3)
เลยหยิบเงินสดออกมา 70 (เหลือในเป๋า20) ยายเห็นละบอกขออีก 20 ได้มั้ย (กูคิ้วกระตุกละ) เลยเออ เอาวะ หยิบให้ไปหมด 90 ยายรับละไหว้ๆๆๆๆ ละอวยพรสักพักหลบตาละพูดว่าห้องน้ำไปทางไหน แต่หางตากูไปเห็นพี่ รปภ เดินจับยายพอดี ละถามยายว่า ทำอะไร ยายบอกกำลังถามน้องว่าห้องน้ำไปทางไหน (2)
อยากจั่วหัวว่าเตือนภัย ก็ไม่แน่ใจว่าเป็นภัยมั้ย วันนี้มาเซ็นลาด นั่งรอน้องอยู่ฟู้ดคอร์ดมีคุณยายแต่งตัวดีคนนึงเดินมาหา ทำท่ากระซิบ กูก็คะ มีอะไรคะ ยายยกมือไหว้บอกโดนล้วงกระเป๋า ขอค่ารถกลับบ้านหน่อย กูก็เอาแล้ว กูโดนแน่แต่ใจก็แบบ เออ เผื่อจะเดือดร้อนจริง เงินสดก็มีไม่เยอะด้วย (ต่อ)
Replying to @Ing_salmon
แงงง คุณ ใช่เลยยยยยยยยยย🥹🥹
릴리미미🩵ไอ่ตูดหมึก retweeted
มึง ไอ้เจี้ยยยยยยยยยยย 🦖🦖🦖😭😭😭😭😭😭
สิ่งเดียวที่ขอร้องเป็นจริงแล้ว ฮือออออออ
ไดโนมาร์คจิ๊ดทั้ง 3 เวอร์ชั่นบนโต๊ะของท่าน
#MARCKRIS
พร้อมไปดูน้องสนทรรศน์วันที่ 19 นี้แย้วค้าบ 🫳🏻👼🏻🤏🏻 ปล. สมาชิก sf+ แอบเริ่ดน้าา ซื้อตั๋วหนังแล้วลุ้นรับทองด้วย566677777
#THAIchayanon
#คุณยายวรนาฏ
#INHERITmovie
เทคนิคไฮทัชชัดแจ๋ว : 4k 60fps ระยะ x1 ค่อยกดถ่ายตอนขึ้นเวทีแล้ว (แบบเห็นแสงจอข้างหลัง) ปรับ EV ประมาณ -0.7 ไม่ก็ -1.0 เพื่อป้องกันแสงจ้า
ไฮทัชมือที่ถึงดาราก่อน โทรศัพท์ถือมือข้างหลัง เพื่อป้องกันดาราหลุดเฟรมตอนแปะมือ
** ห้ามกดล็อคโฟกัสเด็ดขาด ***
ทริคตอนทำงานกับทีมต่างชาติ ถ้าอยากสร้างสีสันให้ทีมหรือลดระดับความตึงจะสับเป็น Thai accent สัมผัสได้ว่าร้อยละ 85 (คิดเอง) ทุกคนเอ็นดูแบบพร้อมช่วยเหลือ ไม่รู้ทำไม ขนาดคนเยอรมันยังอ่อนลงอ่ะ 555555
릴리미미🩵ไอ่ตูดหมึก retweeted
ชอบการพูดอังกฤษแบบไทย accent พี่เจฟมาก ฮีขอเป็นคนแรกที่พูดแบบนี้ในรายการ 555555 แต่นี่ก็ชอบพูดงี้กับเพื่อนร่วมงานคนอังกฤษ และเค้าก็พูดแบบนี้กลับเหมือนกันโคตรจะน่ารัก😆 ถูกแล้วที่พี่เจฟบอกมันเป็นเสน่ห์อย่างนึง
릴리미미🩵ไอ่ตูดหมึก retweeted
เอ็นดูมาเบลอ่ะ55555555555555555มาคนเดียวในgmmมบ.สนิทกับภูวินที่สุดละป่ะเพราะเล่นtaste ด้วยกัน ละพุไปแซวเค้าอีก “เหงาอะดิมาคนเดียว หาเพื่อนอ่อ” อร้ยยยยยยยละเสียงหัวเราะมาเบลซิกเนเจอร์มาก🤣
#phuwintang #Mabelz_PiXXiE
릴리미미🩵ไอ่ตูดหมึก retweeted
มอที่เอาใจนศมากที่สุด
릴리미미🩵ไอ่ตูดหมึก retweeted
เอาจริงๆนะ สิ่งที่ culture shock ที่สุดจากการติ่งเกาหลีแล้วมาติ่งศลปไทย คือชั้นรู้สึกว่าชั้นแทบไม่มีช่องทางที่จะจ่ายเงินเพื่อสนับสนุนผลงานศลปโดยตรงได้เลย
เริ่มเอ๊ะจากการที่อยากให้ซีรีส์เรื่องหนึ่งแมสมากๆ ซึ่งจริงๆก็มีคนดูนะ แต่การจะทำให้ซีรีส์แมสในวงกว้างมันยากด้วยแนวของซีรีส์เอง แล้วชั้นก็เริ่มถามตัวเองว่า ถ้าชั้นอยากสนับสนุนผลงานชิ้นนี้ให้ไปได้ไกลกว่านี้ แล้วไม่ใช่สายปั่นเทรนด์หรือผกกติ๊กต่อก ชั้นทำอะไรให้ผลงานชิ้นนี้ของดาราได้บ้าง คำตอบคือ แทบไม่มี
ชั้นติ่งเกาหลีมา มีอัลบั้ม มีสตรีมเพลง มีคอนเสิร์ต มีเมิช แต่ทุกอย่างเป็นจักรวาลของอัลบั้ม ถ้าชั้นอยากให้น้องมีผลงานไปเรื่อยๆ ชั้นแค่ซื้อบั้ม อยากซื้อเท่าไหร่ก็ได้ นั่นคือช่องทางการสนับสนุนโดยตรงที่ชั้นทำได้แล้ว
แต่พอมาติ่งดาราไทย กลับรู้สึกว่าช่องทาง monetization หลักๆ มันวนอยู่กับ Brand Deal, Event และการซื้อสินค้าเพื่อแลกกับโอกาสเข้าถึงดารา ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่ได้อาศัยแค่ผลงานที่ดี แต่มันต้องมี commercial appeal หรือกระแสที่ขายให้แบรนด์ได้ด้วย
นึกภาพง่ายๆ ศิลปินเกาหลีไม่มีแบรนด์เข้ามาจ้างก็ยังมีอัลบั้มใหม่ให้แฟนคลับซื้อ มีเพลงให้ฟัง มีคอนเสิร์ตให้ไป แต่สำหรับดาราไทยในโมเดลที่พึ่งพา Brand Partnership สูงๆ ถ้าไม่มีแบรนด์ ไม่มีงานอีเวนต์ ตาย ชั้นไม่รู้จะเจอดาราจากไหน ดาราเอาเงินไหนกินข้าว จะมีรายได้มั้ย แล้วซีรีส์เรื่องหน้าจะยังมีนายทุนมาลงบ่ จะเอาเงินทุนจากไหนมาสร้างงี้ ซึ่งปัญหาเดียวกันนี้เกิดขึ้นกับตลาด t-pop ด้วยเหมือนกันนะ
ชั้นเรียกสิ่งนี้ว่า celebrity value กับ artist value ในความมหายคือ celebrity value คือมูลค่าจากชื่อเสียง ภาพลักษณ์ และฐานผู้ติดตามที่สามารถดึงดูดผู้บริโภคให้แบรนด์ได้ ส่วน artist value คือมูลค่าจากผลงาน ความสามารถ และ IP ที่ศิลปินสร้างขึ้น ซึ่งแฟนคลับสามารถสนับสนุนและจ่ายเงินเพื่อบริโภคได้โดยตรง
คือไม่ได้บอกว่า celebrity monetization ผิด เพราะมันเป็นรายได้สำคัญของอุตสาหกรรม แต่ถ้าระบบพึ่งพาสิ่งนี้มากเกินไป ศิลปินก็ต้องรักษา commercial visibility และสร้างกระแสอยู่ตลอดเวลา เพราะไม่งั้นอยู่ไม่รอด กลายเป็นว่าแค่ทำผลงานดี มีคนดูรัก และมีแฟนคลับที่พร้อมติดตามผลงานต่อ ไม่เพียงพอที่จะทำให้มีโอกาสสร้างผลงานชิ้นต่อไป สุดท้ายมันเลยกลายเป็นว่าเราอาจกำลัง monetize ความนิยม มากกว่า monetize ผลงาน
คือในมุมคนเป็นแฟนคลับ ไม่ได้อยากให้ศิลปินมีแค่ brand deal มากขึ้น แต่อยากให้มีช่องทางที่แฟนคลับสามารถจ่ายเงินเพื่อสนับสนุนผลงานและการเติบโตของศิลปินได้โดยตรงด้วยงอะ aka ผลงาน เพราะสำหรับนี่fanbase ไม่ควรมีมูลค่าแค่ตอนที่แบรนด์อยากเข้าถึง แต่มันควรมีมูลค่าในตัวเองแบบวัดได้ ไม่ต้องผ่านยอดซื้ออะไรหรือยอดเอนเกจแบรนด์ใดอะ
การที่ไทยดูกำลัง monetize ความนิยม มากกว่า monetize ผลงาน สิ่งที่น่ากลัวคือ ศลปอาจไม่ได้รับโอกาสสร้างผลงานใหม่เพียงเพราะไม่มี Market buzz ที่ทำให้ผู้ลงทุนเชื่อว่าจะสร้างรายได้ได้ ทั้งๆที่ผลงานก่อนหน้าทำได้ดีอะ วงการบันเทิงควรมีทั้ง 2 ด้านเพราะ ทั้งสองอย่างสร้างรายได้ได้ แต่ถ้ารายได้จาก celebrity monetization เป็นช่องทางหลักมากเกินไป ตัวศลปก็จะผูกกับความต้องการของแบรนด์มากกว่าความต้องการของแฟนคลับ สิ่งที่กระทบต่อมาคือ power dynamic ระหว่างศิลปินกับแฟนคลับด้วยอะ... ฮือ...
*ดิสเคลม* ไม่ได้บอกว่าเกาหลีไม่ celebrity monetization แต่มันต้องบาลานซ์อะ..

































