◉ POLLUTION: สถานีต่อไป.. สระแก้ว? เจอแหล่งต้องสงสัยลอบทิ้งขยะอุตสาหกรรมกว่า 10 จุด และยังมีจุดต้องสงสัยเกิดติดๆ กัน ตอกย้ำขบวนการลอบทิ้งขยะพิษในภาคตะวันออก
.
ลักลอบทิ้งขยะอีกแล้วไม่ไหว! ล่าสุด พล.ต.ท.กิติพงศ์ วิเศษสงวน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสระแก้ว ได้เปิดเผยคดีลักลอบทิ้งขยะอุตสาหกรรมว่า มีการตรวจพบจุดต้องสงสัยรวม 10 จุด ในจังหวัดสระแก้ว แบ่งเป็นอำเภอเมืองสระแก้ว 4 จุด และอำเภอวัฒนานคร 6 จุด โดยพนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหาเจ้าของที่ดินแล้ว 6 ราย ฐานครอบครองวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 โดยไม่ได้รับอนุญาต ซึงล่าสุดยังมีการพบเคสต้องสงสัยเพิ่มขึ้นติด ๆ กัน
.
[ กำลังจะกลายเป็น 1 วันธรรมดาในสระแก้ว? พบ 2 เคสต้องสงสัยลักลอบใกล้ ๆ กัน ]
.
✱ กองขยะมีสายไฟปนมั่ว ส่งกลิ่นเหม็นฉุน
เมื่อ 22 ต.ค. มีชาวบ้านพบกองดินถูกนำมาทิ้งในบริเวณบ่อลูกรังเก่า ม.1 บ้านน้ำซับ ต.สระขวัญ อ.เมือง จ.สระแก้ว และมีสายไฟบดย่อยปะปนอยู่ในกองดิน ส่งกลิ่นฉุนคล้ายสารเคมี ซึ่งเป็นพื้นที่ใกล้กับพื้นที่บ้านใหม่ไพรวัลย์ จ.ฉะเชิงเทราที่เคยมีประเด็นการลักลอบทิ้งขยะเคมีก่อนหน้านี้ด้วย แต่ยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่า มีความเกี่ยวข้องกันหรือไม่ ล่าสุดเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ลงพื้นที่ และสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดสระแก้วได้เก็บตัวอย่างของเสียจำนวน 3 ตัวอย่างไปส่งตรวจวิเคราะห์ ณ ศูนย์วิจัยและเตือนภัยมลพิษโรงงานอุตสาหกรรมภาคตะวันออก จังหวัดชลบุรี ต่อ
.
✱ เจอรถพ่วงลักลอบขนขยะคล้ายกากอุตสาหกรรม
เมื่อ 23 ต.ค. มีการเข้าตรวจยึดรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ ในพื้นที่ ต.สระขวัญ อ.เมืองสระแก้ว ของเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองร่วมกับตำรวจ พร้อมประสานตำรวจภูธรภาค 2 ขยายผลสืบหาต้นทางในจังหวัดฉะเชิงเทราเพื่อดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องตามพยานหลักฐาน
.
นอกจากนี้ยังมีกรณีจับกุมรถบรรทุกต้องสงสัยลักลอบทิ้งขยะต้องสงสัย เป็นรถพ่วง 18 ล้อ ขับวนเวียนบริเวณบ่อขยะ หมู่ 21 ต.สระขวัญ อ.เมืองสระแก้ว ซึ่งเมื่อตรวจสอบกล้องวงจรปิดคาดว่าอาจใช้ขนย้าย #กากอุตสาหกรรม โดยคนขับรถให้ข้อมูลว่ามีการจ้างวานจากชายคล้ายต่างชาติ เที่ยวละ 8,000 บาท และไปรับมาจากโกดังใน ต.เขาหินซ้อน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา และระหว่างทางมีการขับจอด เปลี่ยนจุดทิ้ง เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบ
.
ทั้งนี้ เมื่อมองเป็นภาพรวมยิ่งทำให้เห็นความน่ากังวลในขบวนการลอบทิ้งขยะอุตสาหกรรมในดินแดนอุตสาหกรรมภาคตะวันออก ซึ่งเกิดทั้งการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรม สารเคมีตกค้างรอบ ๆ ฯลฯ จากข้อมูลของมูลนิธิบูรณะนิเวศ (EARTH) พบว่าในช่วงหลายปีนี้ มกราคม 2560 - 22 กรกฎาคม 2569 มีการลักลอบทิ้งน้ำเสียและกากขยะอุตสาหกรรม 153 ครั้ง
.
ที่มา
thaipbs.or.th/news/content/5…
pptvhd36.com/news/%E0%B8%AA%…
web.facebook.com/share/p/19T…
web.facebook.com/share/p/1Bk…
web.facebook.com/share/p/1Mm…
◉ CLIMATE CRISIS: โลกร้อนทำชี! จากน้ำประปาดื่มได้ในหมู่บ้านของนอร์เวย์ กลายเป็นน้ำที่เริ่มปนเปื้อนจนไม่สามารถดื่มได้อีกต่อไป เป็นผลจากภาวะน้ำแข็งละลาย เอ๊ะ.. แล้วว่าแต่ มันเกี่ยวอะไรกัน?
.
ในเมืองลองเยียร์เบียน (Longyearbyen) บนหมู่เกาะสฟาลบาร์ด คือหนึ่งในเมืองที่ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ร้อนเร็วที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยอุณหภูมิเพิ่มขึ้นเร็วกว่าค่าเฉลี่ยของโลกประมาณ 5–7 เท่า โดยหนึ่งในปัญหาที่กำลังเกิดขึ้นจากวิกฤตโลกร้อนต่อพื้นที่คือ น้ำประปาในพื้นที่ที่เคยสะอาดจนกระทั่งดื่มได้กำลังถูกประกาศห้ามดื่ม
.
แหล่งน้ำดื่มหลักของเมืองมาจากทะเลสาบอิสแดมเมน (Isdammen) ซึ่งเป็นทะเลสาบที่มีเขื่อนกั้นและมีความยาวประมาณ 2.5 กิโลเมตร กำลังเผชิญกับภาวะที่ชั้นดินเยือกแข็งถาวรเริ่มละลาย เผยให้เห็นชั้นหินที่เคยถูกปกคลุมโลหะหนักและกรดจากชั้นหินปนเปื้อนลงสู่แหล่งน้ำดื่ดมถูกชะล้างลงสู่แหล่งน้ำ
ซึ่งมาร์โจเลน เวอร์เรต์ (Marjolaine Verret) ผู้เชี่ยวชาญด้านดินเยือกแข็งถาวรและรองศาสตราจารย์ด้านธรณีวิทยาอาร์กติกจาก University Centre in Svalbard อธิบายว่า ปัญหานี้เกิดจากปัจจัยสองประการที่ทำงานร่วมกัน ได้แก่ การละลายของชั้นดินเยือกแข็งถาวร และลักษณะทางธรณีวิทยาของพื้นที่ซึ่งเคยเป็นเมืองเหมืองแร่
.
ชั้นหินดินดานในบริเวณดังกล่าวมีแร่ไพไรต์ เมื่อแร่ชนิดนี้สัมผัสกับน้ำและออกซิเจน จะเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันและสร้างกรดขึ้น กรดดังกล่าวสามารถชะโลหะหนักออกจากหินและพัดพาลงสู่ทางน้ำได้ โดยหนึ่งในสารปนเปื้อนที่ตรวจพบในแหล่งน้ำของเมืองคือแมงกานีส
.
ซึ่งเทศบาลลองเยียร์เบียนได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงนี้และมีการแจ้งเตือนประชาชนประมาณ 2,600 คนครั้งแรกเมื่อกันยายน 2025 หลังตรวจพบแมงกานีสในแหล่งน้ำสูงถึง 25 เท่าของระดับ 50 ไมโครกรัมต่อลิตร ซึ่งเป็นค่าที่สถาบันสาธารณสุขแห่งนอร์เวย์แนะนำไว้สำหรับน้ำดื่ม
.
แม้ระดับแมงกานีสจะลดลงในเวลาต่อมา แต่เมื่อต้นปี 2026 กลับตรวจพบซัลเฟตและนิกเกิลในระดับสูงเกินเกณฑ์แนะนำสำหรับน้ำดื่ม ทำให้คำแนะนำให้งดดื่มน้ำประปายังคงมีผลบังคับใช้
.
อ้างอิง
theguardian.com/environment/…
lokalstyre.no/engelsk/longye…
◉ NATURE: ป่าแอมะซอนถูกทำลายน้อยที่สุดในรอบ 40 ปี แต่ความน่ากังวลคคือเอลนีโญ่และผลเลือกตั้งบราซิลอาจกำลังทำให้คดีพลิก
.
โลกเราได้รับข่าวดีเมื่อบราซิลได้เปิดเผยข้อมูลว่า การตัดไม้ทำลายป่าของผืนป่าแอมะซอน ป่าฝนเขตร้อนที่ใหญ่ที่สุดในโลกนั้นลดลงสู่ระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่เริ่มเก็บสถิติในปี 1988 แต่ในขณะเดียวกัน สภาวะอากาศแห้งแล้งจากเอลนีโญที่รุนแรงก็อาจเพิ่มความเสี่ยงไฟป่า และการเลือกตั้งประธานาธิบดีบราซิลตอนนี้ก็อาจมีผลต่อการกำหนดทิศทางการอนุรักษ์ป่าในอนาคต
.
✱ ป่าแอมะซอนถูกทำลายลดลงเกือบ 42% ในหนึ่งปี
ข้อมูลจากภาพถ่ายดาวเทียมของสถาบันวิจัยอวกาศแห่งชาติบราซิล (INPE) ระบุว่า ระหว่างเดือนสิงหาคม 2025 ถึงกรกฎาคม 2026 พื้นที่ป่าแอมะซอนที่ถูกตัดทำลายอยู่ที่ประมาณ 3,335 ตารางกิโลเมตร ลดลง 41.8% จากช่วง 12 เดือนก่อนหน้า ซึ่งมีพื้นที่ป่าถูกทำลายประมาณ 5,731 ตารางกิโลเมตร
.
ตัวเลขนี้สะท้อนความคืบหน้าของการฟื้นมาตรการปกป้องป่าภายใต้รัฐบาลประธานาธิบดี ลูอิซ อินาซิโอ ลูลา ดา ซิลวา ซึ่งกลับมารื้อฟื้นแผนป้องกันและควบคุมการตัดไม้ทำลายป่า เสริมการตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมาย รวมถึงสนับสนุนหน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อม หลังการตัดไม้ทำลายป่าเพิ่มสูงขึ้นในช่วงรัฐบาลก่อนหน้า โดยมีมาตรการสำคัญ เช่น การนำบทลงโทษกรณีบุกรุกพื้นที่ป่าผิดกฎหมายกลับมาใช้ การเพิ่มเงินสนับสนุนให้พื้นที่ที่ลดการสูญเสียป่า ผลักดันกิจกรรมที่ช่วยให้คนมีรายได้เพื่อเลี่ยงการเผาป่า
.
✱ แต่ภัยคุกคามยังไม่จบ เมื่อไฟป่าและเอลนีโญเพิ่มความเสี่ยง
แม้อัตราการตัดไม้ทำลายป่าจะลดลง แต่แอมะซอนยังเผชิญความเสื่อมโทรมซึ่งสร้างความเสียหายให้ระบบนิเวศในอีกรูปแบบหนึ่ง ปรากฏการณ์เอลนีโญ ซึ่งทำให้อุณหภูมิและสภาพอากาศในหลายพื้นที่เปลี่ยนแปลง อาจทำให้แอมะซอนร้อนและแห้งแล้งขึ้นในช่วงปี 2026–2027 เพิ่มโอกาสเกิดไฟป่าและทำให้ไฟลุกลามได้ง่ายขึ้น
.
นอกจากนี้ ข้อมูลจากดาวเทียมบางชุดอาจยังประเมินจำนวนไฟที่เกิดขึ้นต่ำกว่าความเป็นจริง นักวิทยาศาสตร์ของ NASA พบจากการวิเคราะห์เบื้องต้นในบริเวณซานตาเรมว่า จำนวนไฟอาจสูงกว่าข้อมูลการตรวจจับไฟที่ใช้กันทั่วไปประมาณ 40% ขณะที่ไฟป่าและควันไฟเริ่มเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนในแอมะซอนตอนกลางและตะวันออกตั้งแต่เดือนกันยายน 2026
.
และอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญคือการเลือกตั้งประธานาธิบดีในวันที่ 25 ตุลาคม 2026 ซึ่งสองผู้สมัครหลักมีแนวทางด้านสิ่งแวดล้อมแตกต่างกัน ลูลาประกาศเป้าหมายยุติการตัดไม้ทำลายป่าสุทธิให้ได้ภายในปี 2030 โดยให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูพื้นที่ป่าและการลดการสูญเสียป่าทั้งที่ถูกกฎหมายและผิดกฎหมาย ขณะที่ฟลาวิโอประกาศว่าจะยุติการตัดไม้ทำลายป่าผิดกฎหมายภายในปี 2029 แต่กลุ่มอนุรักษ์กังวลว่า หากรัฐบาลชุดใหม่เปลี่ยนทิศทางนโยบาย มาตรการคุ้มครองป่าที่ทำให้ตัวเลขดีขึ้นอาจถูกลดทอนหรือย้อนกลับได้
.
ความกังวลนี้เกิดขึ้นท่ามกลางเสียงวิจารณ์ว่า สมาชิกรัฐสภาบราซิลบางส่วนพยายามผลักดันกฎหมายที่อาจทำให้การคุ้มครองสิ่งแวดล้อมอ่อนแอลง ขณะที่องค์กรอนุรักษ์เตือนว่า ผลเลือกตั้งจะมีผลอย่างมากต่อความต่อเนื่องของนโยบายป่าไม้
.
ทั้งนี้ ป่าแอมะซอนไม่ได้สำคัญแค่กับบราซิล เพราะพื้นที่แห่งนี้เป็นแหล่งกักเก็บคาร์บอนขนาดใหญ่ และมีบทบาทต่อการหมุนเวียนความชื้นในบรรยากาศ ซึ่งส่งผลต่อระบบภูมิอากาศในวงกว้า ซึ่งความเป็นไปของป่าแอมะซอนยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่เกี่ยวข้องต่อความพยายามลดภาวะโลกร้อนของทั้งโลก
.
ที่มา
euronews.com/2026/10/19/amaz…
theguardian.com/environment/…
gov.br/inpe/pt-br/assuntos/u…
◉ POLICY: เริ่มเลอ! สวนพฤกษศาสตร์โฮจิมินห์ เปลี่ยนผ่านการเก็บฐานข้อมูลต้นไม้สู่การเก็บบนฐานดิจิตัล ใช้ QR Code และ QGIS เป็นตัวเก็บข้อมูล หนุนการอนุรักษ์พันธุ์ไม้หายาก
.
สวนพฤกษศาสตร์ในนครโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม นำเทคโนโลยี QR Code และ QGIS มาใช้จัดการข้อมูลพืชพรรณ ตั้งแต่ชื่อวิทยาศาสตร์ ถิ่นกำเนิด ลักษณะการเติบโต ไปจนถึงพิกัดที่ปลูกและภาพถ่ายของต้นไม้แต่ละต้น
.
สวนพฤกษศาสตร์ในนครโฮจิมินห์แห่งเวียดนามนี้มีขนาด 250 ไร่ ปัจจุบันมีต้นไม้ 10,454 ต้น จาก 600 กว่าสายพันธุ์ ปัจจุบันสวนแห่งนี้อนุรักษ์และรวบรวมทรัพยากรพันธุกรรมหายากของพืชชนิดต่างๆ เช่น วงศ์ยางนา, ต้นหมาก, ต้นปรง , ไผ่, กล้วยไม้, ไม้ประดับ, กระบองเพชร, ไม้เถา และพืชเนื้อไม้ชนิดอื่น ๆ อีกมากมาย คอลเลดกชันนี้ประกอบด้วยสายพันธุ์หายาก 40 ชนิด และพบ 5 ชนิดที่อยู่ในรายชื่อบัญชีแดงเป็นต้นไม้คุ้มครองของเวียดนาม ใน 40 ชนิดที่หายาก ได้แก่ ต้นไม้ในสกุลไซเปรส, หูกวาง, สมอไทย, พะยูงบาเรีย, ต้นชา และชนิดอื่นๆ เป็นต้น
.
โดยเมื่อก่อนจะมีเพียงป้ายชื่อเพื่อช่วยระบุต้นไม้ แต่ตอนนี้เป็นรหัส QR ซึ่งมีข้อมูลเบื้องหลังของต้นไม้ทั้งหมด และผู้ชมสามารถเรียนรู้เกี่ยวกับต้นไม้ได้ ทั้งชื่อ ประเภท แหล่งกําเนิด ลักษณะ การเติบโต ระบบที่ใช้ในการตรวจสอบหรือลงข้อมูลทั้งหมดจบได้ในการคลิกครั้งเดียวผ่านกล้องมือถือ ผ่านการใช้เทคโนโลยี QR (ระบบสแกนเก็บข้อมูล) , QGIS (ซอฟต์แวร์ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์)
.
เจ้าหน้าที่สามารถใช้สมาร์ตโฟนสแกน QR Code ที่ติดอยู่กับต้นไม้ เพื่อดึงข้อมูลประวัติอิเล็กทรอนิกส์ของพืชแต่ละต้นได้ทันที เช่น ชื่อวิทยาศาสตร์, ชื่อภาษาเวียดนาม, วงศ์พืช, ถิ่นกำเนิด, ลักษณะทางสัณฐานวิทยา, คุณประโยชน์, วันเวลาที่นำมาปลูก, พิกัดตำแหน่งแปลงปลูก และภาพถ่ายจริง ตรวจสอบข้อมูลและประวัติพืชพรรณได้ทันที ช่วยระบุพิกัด แปลงปลูก และโซนลาดตระเวนได้อย่างแม่นยำ เปลี่ยนจากการพึ่งพาเอกสารกระดาษหรือจำจากประสบการณ์ส่วนบุคคล มาเป็นการจัดการด้วยฐานข้อมูลดิจิทัลที่สืบค้นง่ายและจัดเก็บได้ยาวนาน และเพื่อง่ายต่อการดูแล
.
[นโยบายที่จะสร้างสวนอนุรักษ์ของเวียดนาม]
.
แนวทางนี้จึงเป็นส่วนหนึ่งของแผนยกระดับสวนพฤกษศาสตร์โฮจิมินห์ให้มีบทบาทด้านการอนุรักษ์มากขึ้น โดยนครโฮจิมินห์มีแผนขยายพื้นที่เพิ่มเติมประมาณ 870.31 ไร่ ตั้งเป้าเพิ่มจำนวนชนิดพืชเป็น 1,200-1,500 ชนิด เพื่อพัฒนาสู่การเป็นสวนพฤกษศาสตร์ระดับชาติของภูมิภาค และเป็นแหล่งอนุรักษ์ทรัพยากรพันธุกรรมพืชของเวียดนาม
.
ซึ่งการพัฒนานี้ก็จะนำไปสู่การจัดการทรัพยากรพืชอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การบันทึกข้อมูล การติดตามตำแหน่ง ไปจนถึงการวางแผนดูแลและขยายพันธุ์พืชหายาก วางแผนอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพได้อย่างต่อเนื่องในระยะยาว
.
อ้างอิง
vietnamnews.vn/life-style/17…
vietnam.vn/tong-hop-thong-ti…
baotintuc.vn/so-hoa-vuon-thu…
ttbc-hcm.gov.vn/tong-hop-tho…
vietnam.vn/en/tham-khu-vuon-…
อาเซียนร่วมจายย มีความร่วมมือแก้ฝุ่นข้ามพรมแดนกันมากว่า 30 ปี แต่ยังเหมือนเดิม? 😮💨
.
#ฝุ่นpm25 #pm25 #อาเซียน #ข่าวการเมือง #ฝุ่นสิงคโปร์ #ไฟป่าอินโด
◉ ANIMAL: น้องผึ้งจะรักษาตัวเองเมื่อเป็นเชื้อรา ธรรมชาติคือยาที่ดีที่สุดอย่างก็สำหรับผึ้ง
.
เราหลายคนทราบกันดีอยู่แล้วว่าสัตว์ป่าบางชนิดสามารถรักษาตัวเองได้เมื่อเจ็บป่วย เช่น ลิงชิมแปนซีป่าที่ใช้พืชซึ่งมีคุณสมบัติบรรเทาปวดและต้านเชื้อแบคทีเรียได้ แต่สำหรับแมลงแล้ว นี่เป็นเรื่องที่น่าประทับใจมาก
.
ตามรายงานใหม่ที่เผยแพร่บนวารสาร Royal Society Open Science ชี้ให้เห็นว่า ผึ้งบัมเบิลบีหางสีเหลือ (buff-tailed bumblebees: Bombus terrestris) อาจหนีไปรักษาตัวเองเมื่อมันสัมผัสกับโรคเชื้อราที่สามารถฆ่าตัวอ่อนในรังได้
.
“พฤติกรรมนี้แสดงถึงรูปแบบหนึ่งของความยืดหยุ่นในการปรับตัว โดยที่สิ่งมีชีวิตปรับเปลี่ยนอาหารของตนเพื่อตอบสนองต่อแรงกดดันจากเชื้อโรค” ดร. María Pozo จากมหาวิทยาลัยบายาโดลิด ในสเปนกล่าว
.
ทีมวิจัยได้ตรวจสอบผึ้ง 18 ฝูงโดยแยกกันไปแต่ละเต็นท์ ซึ่งในแต่ละเต็นท์ก็จะมีดอกไม้ปลอม 8 ดอก (สีน้ำเงินสี่ดอกและสีเหลืองสี่ดอก) ผลิตน้ำหวานเทียมในปริมาณน้อย โดยมีส่วนผสมของน้ำตาลธรรมดาหรือน้ำตาลผสมเควอร์เซติน สารประกอบจากธรรมชาติชนิดนี้พบได้ในน้ำหวานและละอองเกสรของพืช ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่ามีคุณสมบัติในการต้านจุลชีพ
.
ก่อนการทดลอง ฝูงผึ้งจะถูกแบ่งออกเป็นสามกลุ่มเป็นเวลาสองสัปดาห์ บางกลุ่มสัมผัสกับเชื้อรา Ascosphaera apis ซึ่งเป็นเชื้อราที่ส่วนใหญ่ติดเชื้อและฆ่าตัวอ่อนของผึ้ง
.
ในขณะที่อีกกลุ่มสัมผัสกับแบคทีเรีย Serratia marcescens ซึ่งเป็นแบคทีเรียฉวยโอกาสในลำไส้ที่ติดเชื้อผึ้งตัวเต็มวัย กลุ่มควบคุมได้รับอาหารเป็นละอองเกสรผสมกับน้ำตาลที่ผ่านการฆ่าเชื้อแล้ว
.
เซ็นเซอร์ภายในรูให้อาหารตรงกลางของดอกไม้แต่ละดอกจะบันทึกการเข้าเยี่ยมชมแต่ละครั้ง และดอกไม้จะเติมน้ำหวานโดยอัตโนมัติหลังจากแต่ละครั้งที่ผึ้งเข้าเยี่ยมชม
.
ผลลัพธ์ชี้ให้เห็นว่าตลอดระยะเวลา 5 วันของการหาอาหารอย่างอิสระ กลุ่มผึ้งที่สัมผัสกับเชื้อรา Ascosphaera apis มีแนวโน้มที่จะไปเยี่ยมชมดอกไม้ที่มีสารเควอร์เซตินมากขึ้น และใช้เวลาดื่มน้ำหวานจากดอกไม้เหล่านั้นนานขึ้น
.
ขณะที่กลุ่มสัมผัสแบคทีเรีย Serratia marcescens และกลุ่มควบคุมไม่แสดงการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ นี่อาจเป็นหลักฐานว่าผึ้งอาจรู้ตัวว่ามันกำลังติดเชื้อ และต้องการยารักษา ทั้งนี้ทีมวิจัยไม่ได้วัดว่าน้ำหวานเควอร์เซตินช่วยลดระดับการติดเชื้อหรือช่วยให้ตัวอ่อนรอดชีวิตได้มากขึ้นหรือไม่
.
ที่มา
royalsocietypublishing.org/r…
phys.org/news/2026-08-bumble…
sci.news/biology/bumblebee-s…
◉ CLIMATE: ธารน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดแห่งแอนตาร์กติกากำลังถอยร่นอย่างเร็วขึ้นมากในช่วง 40 ปีที่ผ่านมา และคาดว่าจะถอยร่นอย่างรวดเร็วอีกจนระดับน้ำทะเลทั่วโลกจะสูงมากขึ้นกว่าที่เคยถูกคาดการณ์ไว้
.
ธารน้ำแข็งทเวทส์ (Thwaites Glacier) หนึ่งในธารน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดแห่งแอนตาร์กติกาหรืออีกชื่อ "ธารน้ำแข็งวันสิ้นโลก" เนื่องจากเป็นธารน้ำแข็งที่มีขนาดใหญ่และไหลเร็วที่สุดในแผ่นดินแอนตาร์กติกา และมีความไม่เสถียรอย่างยิ่ง ปัจจุบันมีการสูญเสียมวลน้ำแข็งไปแล้วมากกว่า 1 ล้านล้านตัน นับตั้งแต่ปี 2000 ซึ่งหากทลายลงมาก ๆ ก็จะทำให้ระดับน้ำทะเลทั่วโลกเพิ่มสูงขึ้นอย่างมหาศาล
.
งานวิจัยใหม่ที่เผยแพร่ในวารสาร Nature Communications เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2026 โดยทีมนักวิจัยจากห้องปฏิบัติการ Jet Propulsion Laboratory ของ NASA มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เออร์ไวน์ และ Dartmouth College ได้พัฒนาแบบจำลองเพื่อทำความเข้าใจกระบวนการละลายและการถอยร่นของธารน้ำแข็งให้แม่นยำขึ้น โดยพบว่าในบางสถานการณ์จำลองนั้น ธารน้ำแข็งแห่งนี้อาจมีส่วนทำให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้นได้มากกว่าค่าคาดการณ์ในปัจจุบันถึง ‘2 เท่า’
.
ในการศึกษายังระบุอีกว่า การละลายของธารน้ำแข็งนี้อาจส่งผลให้น้ำทะเลโลกเพิ่มขึ้นราว 30 มิลลิเมตร ภายในปี 2100 ซึ่งสูงกว่าแบบจำลองเดิมถึง 2 เท่า แม้จะไม่มีการสะสมความร้อนจากภาวะโลกร้อนเพิ่มก็ตาม
.
ซึ่งการถอยร่นนี้ก็มีส่วนจากน้ำแข็งบริเวณนี้ที่ยกตัวขึ้นตามรอบน้ำขึ้น-น้ำลง เป็นการเปิดช่องให้น้ำทะเลที่อุ่นกว่าไหลเข้าไปสัมผัสฐานน้ำแข็งและเร่งการละลายได้กว่าเดิม ซึ่งกระบวนการนี้อาจทำให้ธารน้ำแข็งไม่มั่นคงและถอยร่นเร็วขึ้นกว่าที่แบบจำลองเดิมคาดการณ์ไว้
.
ที่มา
science.nasa.gov/blogs/scien…
thwaitesglacier.org/
◉ DISCOVERY: แล้วก็ใช่จริงๆ! ค้นพบรอยตีนไดโนเสาร์ที่อุทยานแห่งชาติภูหินจอมธาตุ-ภูพระบาท บ้านผือ อุดรธานี ซากดึกดำบรรพ์รอยตีนไดโนเสาร์กลุ่มเทอโรพอดที่คาดตัวยาวราว 6.30 เมตร มีขนาดใกล้เคียงกับ “สยามโมไทรันนัส อีสานเอนซิส” ไดโนเสาร์เทอโรพอดที่เคยค้นพบในประเทศไทยจากยุคเดียวกัน
.
ล่าสุด กรมทรัพยากรธรณีได้ลงพื้นที่ตรวจสอบพร้อมยืนยันแล้วว่า รอยที่มีคนพบนั้นเป็นรอยตีนไดโนเสาร์ และเป็นไดโนเสาร์ชนิดกินเนื้อที่เดินด้วยขาหลัง 2 ข้างจำนวน 6 รอย บนชั้นหินทรายหมวดหินภูพาน อายุยุคครีเทเชียสตอนต้น (ประมาณ 120 ล้านปีก่อน) ซึ่งระบุว่า เป็นรอยตีนไดโนเสารกินเนื้อ ”แห่งแรก” ของอุดรธานี อายุกว่า 120 ล้านปี
.
รอยตีนมีลักษณะเด่นเป็นนิ้วเท้า 3 นิ้ว ปลายแหลม ขนาดรอยตีนยาว 29 เซนติเมตร กว้าง 26 เซนติเมตร การวิเคราะห์ขนาดลำตัวประเมินว่าไดโนเสาร์เจ้าของรอยตีนมีความสูงจากบริเวณสะโพกประมาณ 1.42 เมตร และมีความยาวลำตัวประมาณ 6.30 เมตร ซึ่งมีขนาดใกล้เคียงกับ “สยามโมไทรันนัส อีสานเอนซิส” ไดโนเสาร์เทอโรพอดที่เคยค้นพบในประเทศไทยจากยุคเดียวกัน
.
การพบครั้งนี้มีจุดเริ่มต้นมาจากนายพิชัย ประเทศเสนา ประชาชนที่เข้าไปเดินเล่นในอุทยานฯ พบรอยปริศนาบริเวณหน่วยพิทักษ์ที่ ภธ.3 (ภูพระบาท) ตำบลเมืองพาน อำเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี และนำมาโพสต์ถามในกรุ้ป #นี่ตัวอะไร ในเฟสบุคว่า ว่า "ใช่รอยเท้าไดโนเสาร์ไหมครับ เจอแถวลำธารในป่า อำเภอบ้านผือ อุดรธานี" จึงในไปสู่การลงพื้นที่ตรวจสอบและยืนยันข้อมูลออกมา
.
การค้นพบครั้งนี้ยังยืนว่าประเทศไทยเคยเต็มไปด้วยระบบนิเวศน์ที่อุดมสมบูรณ์ และเป็นถิ่นอาศัยของไดโนเสาร์หลากหลายสายพันธุ์
.
[ ต้นโพสต์การค้นพบ web.facebook.com/share/p/19F… ]
.
ที่มาข้อมูล
web.facebook.com/share/p/1Fr…
web.facebook.com/share/p/19n…
.
#ไดโนเสาร์ #อุดรธานี #ภูพระบาท
◉ NATURE HUG: ต้นไม้เก่ามีความสำคัญ และพื้นที่สีเขียวก็ช่วยลดอาชญากรรมในเมือง
.
“เราพบว่าสถานที่ที่มีพื้นที่สีเขียวมากที่สุด มีอาชญากรรมน้อยลง 52% อาชญากรรมเกี่ยวกับทรัพย์สินน้อยลง 48% และอาชญากรรมรุนแรงน้อยลง 56%”
.
เราทุกคนรู้ดีว่าต้นไม้และความเขียวจากธรรมชาติช่วยให้ผู้คนสุขภาพดีขึ้น ลดความเครียด และเพิ่มประสิทธิภาพให้ภูมิคุ้มกัน ซึ่งยืนยันด้วยผลการวิจัยที่มีมานานหลายสิบปีจากทั่วโลก แต่การศึกษาใหม่เผยให้เห็นว่าพื้นที่สีเขียวนั้นเป็นยิ่งกว่าสุขภาพ มันช่วยให้เมืองปลอดภัยมากขึ้น
.
“ดังนั้นเราจึงศึกษาว่าปริมาณเรือนยอดต้นไม้และอัตราการตาย เปลี่ยนแปลงไปอย่างไรในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งพบว่า เมื่อปริมาณต้นไม้ลดลง อัตราการตายก็จะเพิ่มขึ้น” Daniel Horton ผู้เขียนงานวิจัยอาวุโส กล่าว
.
ในการศึกษานี้ ทีมวิจัยได้วิเคราะห์ข้อมูลการวัดเรือนยอดต้นไม้จากดาวเทียมรายปีทั่วทุกเขตสำมะโนประชากรของเมืองชิคาโกตั้งแต่ปี 2011 ถึง 2021 เปรียบเทียบกับบันทึกการเสียชีวิจกว่า 220,000 รายของรัฐ โดยแยกแยะปัจจัยต่าง ๆ ออกมาผ่านการใช้สถิติ
.
พวกเขาพบว่า การเปลี่ยนแปลงต้นไม้ในแต่ละปีมีความสัมพันธ์อย่างสม่ำเสมอกับการเสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือด โรคระบบทางเดินหายใจ โรคเกี่ยวกับกระดูกและกล้ามเนื้อหลายชนิด และโรคที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพจิตที่ลดลง โดยพื้นที่สูญเสียต้นไม้มากกว่ามีอัตราการเสียชีวิตที่สูงกว่า
.
แต่สิ่งสำคัญก็คือ งานวิจัยอีกชิ้นหนึ่งที่ศึกษาในชิคาโกเช่นเดียวกันได้พบกับผลลัพธ์ที่น่าประหลาดใจยิ่งกว่า นั่นคือ ยิ่งเขตไหนมีพื้นที่สีเขียวมาก ก็ดูเหมือนจะมีการยิงกันจนเสียชีวิตน้อยลงไปตาม
.
“คุณไม่สามารถพูดได้อย่างแน่นอนว่าพื้นที่สีเขียวที่มากขึ้นเท่ากับไม่มีความรุนแรง” ศาสตราจารย์ William Sullivan จากมหาวิทยาลัยอิลลินอยส์ กล่าว “แต่เราพบว่าสถานที่ที่มีพื้นที่สีเขียวมากที่สุด มีอาชญากรรมน้อยลง 52% อาชญากรรมเกี่ยวกับทรัพย์สินน้อยลง 48% และอาชญกรรมรุนแรงน้อยลง 56%”
.
ทีมวิจัยเน้นย้ำว่า ผลลัพธ์เหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์เท่านั้น ไม่ใช่สาเหตุ-ผลลัพธ์ และการมีต้นไม้เยอะ ๆ ก็ไม่ใช่วิธีป้องกันเดียวที่ทำให้ชุมชนปลอดภัย แต่ทั้งหมดชี้ให้เห็นว่าต้นไม้เป็นปัจจัยสำคัญอย่างยิ่ง ดังนั้นพื้นที่สีเขียวควรเป็นสิ่งที่ต้องลงทุนเพื่อให้เมืองมีความรุนแรงน้อยลง
.
“เราเชื่อว่านี่เป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่ง สุขภาพจิต ความเป็นอยู่ที่ดี และผลกระทบทางจิตใจจากการรับรู้เหตุการณ์ร้ายแรงของผู้อื่นเป็นปัญหาที่ร้ายแรงมาก และเราคิดว่าพื้นที่สีเขียวมีบทบาทสำคัญในเรื่องนี้” Emmanuel Andre รองนายกเทศมนตรีฝ่ายความปลอดภัยชุมชน กล่าว
.
ยังไงก็ตามมีอีกสิ่งหนึ่งที่ต้องเข้าใจ นั่นคือ การปลูกต้นไม้และการเพิ่ม ‘เรือนยอดไม้’ ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน เนื่องจากต้นไม้เล็ก ๆ ที่เพิ่งปลูกนั้นต้องใช้เวลาหลายปีในการพัฒนา แต่เรามีต้นไม้ใหญ่ที่ให้ร่มเงาอยู่แล้ว ดังนั้น การปกป้องต้นไม้เก่า ๆ จึงมีความสำคัญที่สามารถลดช่องว่างการเติบโตหลายสิบปีของต้นไม้เล็กได้ในแทบจะทันที
.
“ต้นไม้ให้ประโยชน์มากมายนับไม่ถ้วน” Raed Mansou ผู้เขียนร่วมของการศึกษ กล่าว “การรักษาร่มเงาของต้นไม้ในเมืองและการปลูกต้นไม้ในที่ที่จำเป็นนั้นมีความสำคัญทั้งคู่ หลายคนมองต้นไม้เป็นเพียงองค์ประกอบด้านความสวยงามหรือสิ่งอำนวยความสะดวก แต่ควรตระหนักว่าพวกมันเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณสุขของเรา”
.
ที่มา
journals.sagepub.com/doi/10.…
agupubs.onlinelibrary.wiley.…
phys.org/news/2026-08-urban-…
cbsnews.com/chicago/news/pla…
livescience.com/health/savin…
◉ ANIMAL: รู้จักแมวสายพันธุ์ใหม่ในรอบ 100 ปี น้องลายจุดตัวเล็กตัวนี้จากโบลิเวียกลายเป็นสมาชิกใหม่ของ ‘ครอบครัวแมว’
.
เราทุกคนรู้จักแมว โดยเฉพาะแมวบ้านที่มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Felis catus แมวป่าอื่น ๆ และแมวใหญ่อย่างกลุ่มเสือและสิงโต ซึ่งที่ผ่านมาไม่เคยมีการค้นสายพันธุ์ใหม่ ๆ ของสิ่งมีชีวิตกลุ่มนี้เลย เราจึงคุ้นหน้าคุ้นตาพวกมันเป็นอย่างดีว่านี่คือ แงวววว
.
แต่แล้วในปี 2016 Paola Nogales-Ascarrunz นักชีววิทยาและนักสำรวจของ National Geographic ที่ทำงานในประเทศโบลิเวีย ได้รับโทรศัพท์จากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าในท้องถิ่นที่บอกว่าพวกเขาเพิ่งเจอว่าเป็น “แมวประหลาด” ซึ่งคนในพื้นที่แจ้งมาอีกทีหนึ่งโดยในตอนแรกชาวบ้านคิดว่าเป็นแมวบ้าน แต่เมื่อพวกเขาใช้ชีวิตกับสิ่งมีชีวิตตัวนี้ราว 1 ปีก็คิดว่ามันแปลกจนต้องติดต่อหน่วยงานอนุรักษ์
.
“ขนองมันเป็นสีน้ำตาลอ่อน มีลายรูปดอกกุหลาบที่แปลกทั่วตัว” Nogales-Ascarrunz บอก “ลักษณะของมันไม่ตรงกับคำอธิบายเลย ส่วนใหญ่มีพื้นฐานมาจากแมวบราซิล นี่ทำให้เราสงสัยว่าจริง ๆ แล้วเรามีแมวเสือแบบไหนบ้างในโบลิเวีย”
.
จากการตรวจสอบสิ่งมีชีวิตนี้ พวกเขาก็ตระหนักได้ว่า แมวตัวนี้เป็นสิ่งใหม่สำหรับวิทยาศาสตร์โดยสิ้นเชิง และมันถูกตั้งชื่อว่า Leopardus tilcayo
.
“เราไม่เคยคาดหวังว่าแมวเสือโบลิเวียตัวนี้จะเป็นสายพันธุ์ที่แยกจากกัน และไม่เคยมีใครเสนอให้เป็นสัตว์ชนิดย่อหรืออย่างอื่นเลย” Jonas Lescroart นักชีววิทยาเชิงวิวัฒนาการและผู้เขียนร่วมการศึกษา จากมหาวิทยาลัยแอนต์เวิร์ปในเบลเยียมกล่าว
.
ตามรายงานล่าสุดที่เผยแพร่บนวารสาร Current Biology ระบุว่ามันมีความยาวประมาณ 18 นิ้ว หนักประมาณ 1.4 กิโลกรัมทำให้มีขนาดเล็กกว่าแมวบ้านทั่วไป ขณะที่การวิเคราะห์ทางพันธุกรรมชี้ให้เห็นว่าแมวนี้แยกจากแมวเสือตัวอื่น ๆ เมื่อประมาณ 1.4 ล้านปีที่แล้ว
.
การค้นพบนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่ เนื่องจากหนึ่งคือ มันเป็นแมวตัวใหม่ตัวแรกที่ค้นพบนับตั้งแต่ตัวล่าสุดในปี 1923 และอีกเหตุผลสำคัญคือ มันเพิ่มกิ่งก้านตระกูลแมวให้หลากหลายยิ่งขึ้น ทำให้นักวิทยาศาสตร์มีความคิดว่าอาจค้นพบแมวใหม่ ๆ ที่กระจายอยู่ทั่วโลก
.
เช่นในปี 2013 นักวิทยาศาสตร์ได้แสดงหลักฐานว่าแมว Leopardus tigrinus นั้นแท้จริงแล้วประกอบด้วยสองสายพันธุ์ที่แตกต่างกันจากการวิเคราะห์ทางพันธุกรรม
.
“สิ่งที่เราเคยคิดว่าเป็นสายพันธุ์เดียว เราก็เริ่มพบว่าจริง ๆ แล้วมันเป็นสายพันธุ์ที่ซับซ้อน” Eduardo Eizirik นักพันธุศาสตร์จากมหาวิทยาลัย Pontifical Catholic University of Rio Grande do Sul ในบราซิล กล่าว
.
ที่สำคัญคือ แผนผังตระกูลแมวทั้งหมดต่างก็มีผลกระทบต่อการอนุรักษ์ในโลกแห่งความเป็นจริง เช่น แต่ละสายพันธุ์ต่างมีพฤติกรรมและการกระจายตัวทางภูมิศาสตร์แตกต่างกันไป ซึ่งต้องประเมินแต่ละรายการแยกกัน
.
“มีสัตว์หลายชนิดที่ยังไม่ถูกค้นพบบนโลกใบนี้ และพวกมันก็มีความเสี่ยงที่จะหายไปก่อนที่เราจะค้นพบพวกมันด้วยซ้ำ” Eizirik ทิ้งท้าย
.
ที่มา
cell.com/current-biology/ful…
nationalgeographic.com/anima…
theguardian.com/world/2026/s…
◉ POLLUTION: ทะเลเป็นแหล่งสารเสพติด? พบโคเคนและยาในฉลามบาฮามาสตั้งแต่โคเคน คาเฟอีน ยาแก้ปวด
.
ในเขตเกาะของบาฮามาส มีฉลามถูกค้นพบว่ามีสารเสพติดอยู่ในกระแสเลือดและกล้ามเนื้อ โดยรอบของหมู่เกาะ Eleuthera ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวและดำน้ำ มีการตรวจสอบพบว่ากระแสเลือดในฉลาม 85 ตัว 5 สายพันธุ์ พบว่า 28 ตัว มีสารเสพติดที่ถูกกฎหมายและผิดกฎหมาย ซึ่งมีถึง 3 สายพันธุ์ที่มี โคเคน คาเฟอีน ยาแก้ปวด เช่น ฉลามแนวปะการังแคริบเบียน, ฉลามพยาบาล และฉลามครีบโค้ง
.
[กิจกรรมในชีวิตประจำวันมนุษย์ส่งผลต่อระบบชีวภาพทางทะเลอย่างฉลาม]
.
ช่องทางที่สัตว์ทะเลเหล่านี้ได้รับสารพิษก็มาจากระบบบำบัดน้ำเสีย น้ำทิ้งจากชุมชน หรือการทิ้งยานั้นถูก กำจัดไม่ถูกวิธี นำไปสู่การตกค้างละลายหรือกระจายตัวในน้ำ และอาจเข้าสู่ห่วงโซ่อาหาร ซึ่งส่งผลกระทบต่อฉลาม สารอาจเข้าสู่ร่างกายผ่านเหงือกหรืออาหาร อาจจะร่วมถึงการลักลอบนำสารเสพติดและตกลงหรือตั้งใจทิ้งลงทะเล
.
ทั้งนี้ เคยมีการพบสารเสพติดในสัตว์ทะเลก่อนหน้านี้แล้วที่บริเวณนอกชายฝั่งริโอเดอจาเนโร ประเทศบราซิล ในปี 2024 โดยการศึกษาพบว่า มีฉลาม 13 ตัวในเขตนั้นที่มีการปนเปื้อนสารโคเคนในกล้ามเนื้อ
.
การปนเปื้อนสารเสพติดในสัตว์ทะเลเหล่านี้ยังส่งผลต่อพฤติกรรมของสัตว์ทะเล เคยมีการทดลองกับปลาแซลมอนโดยใช้แคปซูลบางส่วนบรรจุโคเคน ผลคือแซลมอนที่ได้รับโคเคนจะว่ายน้ำมากกว่าปลาปกติ ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่ทำให้ปลาเกิดความกลัวน้อยลงและนำไปสู่การถูกล่ามากขึ้น
.
.
อ้างอิง
sciencenews.org/article/coca…
sciencealert.com/sharks-are-…
cbsnews.com/news/cocaine-caf…
smithsonianmag.com/smart-new…
◉ CLIMATE CRISIS: ระบบสนับสนุนชีวิตบนโลกกำลังจะหมดลง รายงานฉบับใหม่ที่ชี้วัดสุขภาพของดาวเคราะห์ระบุว่าระบบช่วยชีวิตได้เสื่อมโทรมลงถึงระดับเลวร้ายที่สุดเท่าที่เคยบันทึกไว้แล้ว
.
ดาวเคราะห์โลกมีดัชนีที่เรียกกันว่า ‘ขีดจำกัดความปลอดภัยของโลก’ (Planetary Boundaries) 9 ประเภทที่นักวิทยาศาสตร์ระบุว่ามันคือปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนสิ่งมีชีวิตให้เจริญรุ่งเรืองอยู่ได้บนโลก แต่ปัจจุบัน 7 ใน 9 ประเภทนี้กำลังตกลงสู่ระดับที่ย่ำแย่สุด ๆ นับตั้งแต่การตรวจสุขภาพดาวเคราะห์ล่าสุดเมื่อปี 2009
.
7 อย่างที่ว่านี้คือ การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ ความสมบูรณ์ของชีวมณฑล ระบบที่ดิน น้ำจืด การไหลของชีวธรณีเคมี และกรดในมหาสมุทร ขณะที่มีเพียง 2 อย่างเท่านั้นที่ยังดูน่ากังวลน้อยกว่าคือ การสูญเสียชั้นโอโซนในชั้นบรรยากาศสตราโตสเฟียร์ และปริมาณละอองลอยในบรรยากาศ
.
“การตรวจสอบนั้นชัดเจน แรงกดดันเพิ่มสูงขึ้นทั่วทุกขอบเขตของดาวเคราะห์ว่าอยู่นอกพื้นที่ที่ปลอดภัย” Boris Sakschewski ผู้เขียนรายงานฉบับนี้กล่าว “มันหมายความว่าความเสี่ยงของการเปลี่ยนแปลงขนาดใหญ่ ถาวร และอาจเปลี่ยนแปลงกลับมาไม่ได้นั้นเพิ่มขึ้น ในขณะที่ขอบเขตของข้อผิดพลาดที่จะแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้ก็ลดลง”
.
สิ่งที่ถูกเน้นในรายงานก็เช่น ป่าแอมะซอนที่อยู่ในจุดที่ใกล้จะเป็นขอบเหวที่เมื่อตกลงไปแล้วก็จะไม่สามารถกลับมาได้ พื้นทะเลที่ได้รับความเสียหายจากอวนลากก้นทะเลและยังมีเหมืองทะเลลึกอีก เช่นเดียวกันกับการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ การสูญพันธุ์ และมลพิษที่รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ
.
ซึ่งทำให้รายงานเน้นย้ำอีกสถานการณ์นึงว่า ขอบเขตจำกัดของโลกในด้านต่าง ๆ กำลังวิกฤตมากขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งคลื่นความร้อนที่มีความถี่และรุนแรงเพิ่มขึ้น ธารน้ำแข็งสูญเสีย คลื่นความร้อนในมหาสมุทร และปะการังฟอกขาว ดังนั้นเราควรเร่งทำในสิ่งที่ทำได้
.
“เรายังมีหน้าต่างที่พอจะพลิกสถานการณ์เหล่านี้ แต่เราต้องเริ่มปรับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและความเสื่อมโทรมของธรรมชาติในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า” Niklas Kitzmann หัวหน้าบรรณาธิการของของรายงาน “เวลาของเรากำลังจะหมดลงอย่างรวดเร็ว”
.
ที่มา
planetaryhealthcheck.org/
theguardian.com/environment/…
livescience.com/planet-earth…
◉ ANIMAL: เพื่อนบ้านใหม่จ้า! หมีดำ 3 ตัว โผล่หลังบ้านของลอสแองเลลิส หลังพื้นที่เมืองเริ่มขยายเข้าไปใกล้พื้นที่ป่ามากขึ้น
.
มีหมีดําสามตัวเล่นน้ำในสระหลังบ้านของคู่สามีภรรยาทั้งคู่อาศัยอยู่ในลอสแอนเจลิสซึ่งตั้งอยู่ใกล้ป่าสงวนแห่งชาติแองเจลิส ซึ่งเป็นบ้านของหมีประมาณ 1,600 ตัว เนื่องจากเมืองมีการขยายตัวเข้าใกล้พื้นที่ธรรมชาติของเหล่าหมี จึงทำให้มนุษย์และหมีนั้นพบเจอกันบ่อยมากขึ้น ตามรายงานของ UCLA ระบุว่าพื้นที่เมืองและชานเมืองนั้นได้ขยายเข้าไปในเขตของพื้นที่หมี
.
[เพื่อนบ้านที่เป็นมิตรแบบห่างกันสักนิดชีวิตแจ่มใส]
มีการตั้งชื่อให้หมีแต่ละตัว เช่น Maddie แม่หมีที่พาลูกๆ มาเล่นน้ำ, Punky หมีวัยรุ่นสายลุยที่ชอบขึ้นไปนอนบนห่วงยาง และ Nappy หมีตัวใหญ่ที่ชอบนอนงีบในสระว่ายน้ำนานนับชั่วโมง ซึ่งทั้งคู่ได้ถ่ายคลิปความน่ารักและได้รับความสนใจอย่างมากบน Instagram
.
ในตอนแรกพวกเขาเคยพยายามขับไล่หมีด้วยแตรลมและปืนเพนต์บอลกระสุนโฟม แต่รู้สึกไม่สบายใจ จึงเปลี่ยนมาใช้วิธีสันติด้วยการเปิดโอกาสให้หมีใช้สระว่ายน้ำได้ ตราบใดที่หมีไม่บุกเข้าบ้านหรือรุกล้ำถังขยะ โดยพวกเขากำหนดระยะห่างที่ปลอดภัยและหลบอยู่ภายในบ้านเมื่อมีหมีมา
.
[การจะอยู่รวมกันต้องตระหนักถึงความปลอดภัยเป็นหลัก]
อันตรายจากการมองสัตว์ป่าเป็นสัตว์เลี้ยง Wilson Sherman จาก UCLA เตือนว่าภาพความน่ารักในโซเชียลมีเดียอาจทำให้คนลืมไปว่าหมีดำคือสัตว์ป่า และอาจเกิดอันตรายได้หากพวกมันรู้สึกถูกคุกคาม
.
สองสามีภรรยาและผู้เชี่ยวชาญเน้นย้ำว่า การอยู่ร่วมกันได้อย่างปลอดภัยต้องอาศัย ความระมัดระวังขั้นสูงสุด ทั้งการจัดการขยะอย่างเคร่งครัด (เช่น การขนขยะไปทิ้งที่ทำงาน) ปิดประตูหน้าต่างให้มิดชิด และรักษาขอบเขตความปลอดภัย เพื่อไม่ให้หมีคุ้นเคยกับคนมากเกินไป
.
การออกกฎหมายผังเมืองและการใช้ประโยชน์ที่ดิน (LA City Planning & Wildlife Ordinance) และมีการผลักดันบทบัญญัติ Wildlife Ordinance เพื่อควบคุมการก่อสร้างและพัฒนาที่ดินในพื้นที่เชิงเขาและอนุรักษ์ “พื้นที่คุ้มครองสัตว์ป่า” (Protection Areas for Wildlife) ที่มีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตและการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งในลอสเองเจลิสเองก็มีความร่วมมือของหลายองค์กรที่ศึกษาวิจัยพฤติกรรมและการปรับตัวของสัตว์ป่าในเขตเมืองอย่างต่อเนื่องเพื่อลดความขัดแย้งระหว่างคนกับสัตว์ป่าด้วย
.
ภาพ: poolbearlife
.
อ้างอิง
bbc.com/future/article/20260…
theguardian.com/us-news/2026…
planning.lacity.gov/node/133…
planning.lacity.gov/node/133…
planning.lacity.gov/odocumen…
planning.lacity.gov/odocumen…
planning.lacity.gov/odocumen…
◉ POLLUTION: ไฟป่าในอินโดนีเซียที่รุนแรงจากความแห้งแล้งของเอลนีโญส่งผลให้เกิดฝุ่นพิษไปทั่วอาเซียนใต้ ตั้งแต่คาบสมุทรมลายู สิงคโปร์ เกาะสุมาตรา กาลิมันตัน ไปจนถึงมาเลเซียบางส่วน
.
อินโดนีเซียกำลังเผชิญกับฤดูกาลไฟป่าที่รุนแรงที่สุดในรอบ 11 ปี ซึ่งมีสาเหตุมาจากสภาพอากาศแห้งแล้งอันเนื่องมาจากปรากฏการณ์เอลนีโญ และหนึ่งอุปสรรคคือไฟไหม้พื้นที่ป่าพรุซึ่งแม้จะดับลงแต่ก็ยังคุกรุ่นอยู่ใต้พื้นผิวดินและสามารถปะทุขึ้นมาใหม่ได้ทุกเมื่อ ทำให้ควบคุมได้ลำบาก
.
ข้อมูลจากกระทรวงสิ่งแวดล้อมระบุว่า เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ค่าดัชนีมลพิษทางอากาศ (ISPU) ของอินโดนีเซียในจังหวัดกาลีมันตันกลางพุ่งสูงเกิน 1,200 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ระดับ "อันตราย" (ที่ระดับ 300) ถึง 4 เท่า
.
จนล่าสุดสถานการณ์ได้ลุกลามไปในประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะมาเลเซียและสิงคโปร์ที่เจอค่าฝุ่นพุ่งสูงหนัก สลับกันขึ้นอันดับ 1 เมืองที่มีมลพิษทางอากาศสูงที่สุดในโลกตามการรายงานของ IQAir โดยตัวเลขเมื่อ 15 ตุลาคม สิงคโปร์อันดับ 1 อยู่ฝุ่นที่ 231 ตามด้วย กัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย อยู่ที่ 202 และจาการ์ต้า อินโดนีเซียอันดับ 3 อยู่ที่ 180 ซึ่งแม้ไฟป่าจะเกิดที่อินโดนีเซีย แต่หลายพื้นที่กลับค่ามลพิษไม่สูงนัก เนื่องจากได้รับอิทธิพลฝนตกต่อเนื่องมาช่วยชะล้างฝุ่น
.
เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาเอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมาเลเซียก็ได้ออกมาเรียกร้องให้เพื่อนบ้านเหล่าประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ออกมาทำการประท้วงทางการทูตต่อจาการ์ตาที่ไม่ดำเนินการอย่างเพียงพอในการควบคุมไฟป่าจนส่งผลกระทบลุกลามด้วย
.
สถานการณ์ปีนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดปัญหามลพิษฝุ่นข้ามพรมแดน เมื่อเดือนตุลาคมปี 2015 ไฟป่าในอินโดนีเซียได้ส่งผลให้ระดับฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ทางตะวันตกของสิงคโปร์พุ่งสูงขึ้นจน ‘ทำสถิติสูงสุดของประเทศ’ ที่ระดับ 471 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
.
หมอกควันที่เกิดขึ้นส่งผลให้มีผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจเพิ่มสูงขึ้นอย่างมากภายในประเทศ และทำให้คุณภาพอากาศทั่วทั้งภูมิภาคย่ำแย่ลงอย่างหนัก จนหลายรัฐในมาเลเซียต้องสั่งปิดโรงเรียนเช่นกัน
.
ที่มา
reuters.com/business/environ…
channelnewsasia.com/singapor…
◉ CLIMATE CRISIS : WMO เตือนเอลนีโญรุนแรงทำลายสถิติหนักที่สุดนับตั้งแต่ปี 1950 กินช่วงยาวถึงกุมภาพันธ์และเสี่ยงซ้ำเติมภัยแล้งกับน้ำท่วมทั่วโลก
.
รายงาน Global Seasonal Climate Update ประจำเดือนขององค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) ระบุว่า เอลนีโญจะยังคงทวีความรุนแรงขึ้นก่อนถึง ‘จุดสูงสุด’ ที่คาดการณ์ไว้ในเดือนธันวาคม โดยมีแนวโน้มทำให้อุณหภูมิสูงกว่าค่าเฉลี่ยในพื้นที่ส่วนใหญ่ของโลกและเปลี่ยนแปลงรูปแบบการกระจายตัวของฝน ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภัยแล้งและน้ำท่วมในภูมิภาคต่าง ๆ
.
เซเลสต์ เซาโล เลขาธิการ WMO กล่าวว่า ปรากฏการณ์เอลนีโญเกิดขึ้นอย่างชัดเจนแล้วและกำลังทวีความรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยการคาดการณ์ของ WMO ชี้ว่า 'มีความเป็นไปได้เกือบ 100% ที่ปรากฏการณ์นี้จะดำเนินต่อเนื่องไปจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2570 และอาจเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2493 เป็นต้นมา'
.
อีกทั้งยังอธิบายว่าเอลนีโญที่เกิดขึ้นนี้เป็นการปลดปล่อยความร้อนที่มหาสมุทรกักเก็บไว้ใต้พื้นผิวก่อนหน้านี้ ไม่ใช่การเพิ่มความร้อนใหม่ เมื่อโลกอุ่นขึ้น มหาสมุทรก็รับและสะสมความร้อนไว้ในน้ำไม่ได้ปล่อยความร้อนทั้งหมดออกมาทันที แต่ปรากฏการณ์เอลนีโญจะเปลี่ยนรูปแบบลมและการหมุนเวียนของน้ำทะเลในมหาสมุทรแปซิฟิกซึ่งทำให้ความร้อนบางส่วนที่สะสมอยู่ใต้ผิวน้ำถูกพาขึ้นมาและกระจายสู่ผิวน้ำมากขึ้น ซึ่งมหาสมุทรในปัจจุบันแบกรับความร้อนสะสมอยู่มากเป็นประวัติการณ์นำไปสู่ความร้อนที่จะถูกเทมาออกมามากขึ้นตามไปด้วย
.
ตัวเลขความเป็นไปได้ที่เกือบ 100% นี้ใช้แบบจำลองการพยากรณ์ที่ประเมินร่วมกันของศูนย์พยากรณ์ระดับชาติและนานาชาติ 13 แห่ง ซึ่งแลกเปลี่ยนข้อมูลแบบเรียลไทม์เกี่ยวกับทุ่นตรวจวัดในมหาสมุทร ดาวเทียม และเครื่องมือตรวจวัดบรรยากาศ โดยมี WMO ประสานงาน
.
นักวิทยาศาสตร์ใช้ดัชนี Niño 3.4 ในการติดตามความเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิผิวน้ำทะเลบริเวณเส้นศูนย์สูตรของมหาสมุทรแปซิฟิกตอนกลางถึงตะวันออก ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่สำคัญสำหรับประเมินความรุนแรงของปรากฏการณ์เอลนีโญ โดยพิจารณาว่าอุณหภูมิผิวน้ำทะเลสูงหรือต่ำกว่าค่าเฉลี่ยปกติมากเพียงใด
.
ข้อมูลระบุว่า ค่าความผิดปกติของอุณหภูมิในบริเวณดังกล่าวเพิ่มขึ้นจาก +1.6 องศาเซลเซียสในเดือนมิถุนายน 2569 เป็น +2.5 องศาเซลเซียสในเดือนสิงหาคม และคาดว่าค่าเฉลี่ยในช่วงเดือนตุลาคม-ธันวาคมจะสูงถึงประมาณ +3.7 องศาเซลเซียส ซึ่งสูงเป็นระดับสูงสุดของปีนี้ และหากเป็นไปตามการคาดการณ์ ตัวเลขนี้ก็จะสูงกว่าสถิติเดิมที่เคยเกิดขึ้นเดือนพฤศจิกายน 2558-มกราคม 2559 ที่ตัวเลข +2.6 องศาเซลเซียสด้วย
.
ที่มา
wmo.int/media/news/sea-surfa…
stateoftheocean.osmc.noaa.go…
◉ POLLUTION: ผลตรวจน้ำสีรุ้งที่ปราจีนฯยืนยันพบสารเคมีในน้ำสูง โดยเฉพาะจุดที่ 1 ที่ใกล้หลุมฝังกลบขยะอุตสาหกรรมของบริษัทเอกชน
.
ก่อนหน้านี้มีประเด็นที่ชาวปราจีนบุรีพบคราบสีรุ้งคล้ายน้ำมันหล่อลื่นใช้แล้วลอยเหนือผิวน้ำและไหลตามพื้นที่น้ำท่วมในต.หัวหว้า อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี ซึ่งอยู่ใกล้กับโรงงานและบ่อฝังกลบกากอุตสาหกรรมของบริษัท กรีน เอ็นไวรอนเม้นท์ เทคโนโลยี จำกัด
.
ล่าสุด กรมควบคุมมลพิษจับมือกรมโรงงานอุตสาหกรรมได้เข้าตรวจสอบแหล่งกำเนิดและพบว่า มีค่าสารกลุ่มปิโตรเลียม ไฮโดรคาร์บอนสูงผิดปกติ
.
โดยได้เก็บตัวอย่างน้ำเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2569 ในบริเวณที่พบการกระจายตัวของคราบสีรุ้งจากพื้นที่ติดกับบ่อฝังกลบกากอุตสาหกรรมที่ต้องสงสัยว่าเป็นแหล่งกำเนิดมลพิษดังกล่าว ซึ่งมีระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร จำนวน 3 จุด ได้แก่
.
✱ จุดที่ 1 ระยะห่างประมาณ 65 เมตร จากคันดินที่รั่ว (เป็นจุดที่อยู่ใกล้บ่อหลุมฝังกลบของกรีน เอ็นไวรอนเม้นท์ เทคโนโลยี ที่สุด)
-ค่าเหล็ก เท่ากับ 0.98 มก./ลิตร
-ค่าอะลูมิเนียม เท่ากับ 1.146 มก./ลิตร
-ค่าแบเรียม เท่ากับ 0.041 มก./ลิตร
-ค่าทองแดง เท่ากับ 0.01 มก./ลิตร
-ค่าปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอน เท่ากับ 114,860 มก./ลิตร
.
✱ จุดที่ 2 ระยะห่างประมาณ 435 เมตร จากคันดินที่รั่ว
-ค่าเหล็ก เท่ากับ 1.0 มก./ลิตร
-อะลูมิเนียม เท่ากับ 1.294 มก./ลิตร
-แบเรียม เท่ากับ 0.038 มก./ลิตร
-ค่าทองแดงปริมาณเล็กน้อย (น้อยกว่า 0.01 มก./ลิตร)
-ค่าปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอนในปริมาณเล็กน้อย (น้อยกว่า 3 มก./ลิตร)
.
✱ จุดที่ 3 ระยะห่างประมาณ 850 เมตร จากคันดินที่รั่ว
-เหล็ก เท่ากับ 0.70 มก./ลิตร
-อะลูมิเนียม น้อยกว่า 0.5 มก./ลิตร
-แบเรียม เท่ากับ 0.051 มก./ลิตร
-ค่าทองแดงปริมาณเล็กน้อย (น้อยกว่า 0.01 มก./ลิตร)
-ตรวจพบค่าปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอนในปริมาณเล็กน้อย (น้อยกว่า 3 มก./ลิตร)
.
โดยจากการตรวจสอบทั้งหมดพบว่า มีสารเคมีกลุ่มปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอนปนเปื้อนบริเวณพื้นที่ท้ายน้ำบ่อฝังกลบกากอุตสาหกรรมในปริมาณที่สูงนั่นคือจุดที่ 1
.
ในด้านการดำเนินการ วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 12 ตุลาคมว่า กระทรวงได้รับเรื่องร้องเรียนแล้วและได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ประสานงานและตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง โรงงานบางแห่งที่ตรวจพบว่าทำผิดก็ได้มีคำสั่งตามมาตรา 39 ให้หยุดดำเนินการแล้ว อีกทั้งระบุว่ากำลังอยู่ระหว่างผลักดันการแก้ไขพรบ.โรงงานในชั้นคณะกรรมาธิการเพื่อเพิ่มกลไกทางกฎหมายเพื่อจัดการกับทรัพย์สินของผู้กระทำผิด
.
ที่มา
-thairath
-กรมควบคุมมลพิษ
◉ HEALTH: สารเคมีในพลาสติกทั่วไป ‘อาจ’ เชื่อมโยงกับออทิสติกและ ADHD ในระหว่างตั้งครรภ์ ทั้งสองภาวะนี้เกิดจากหลายปัจจัย และงานวิจัยล่าสุดชี้ว่าเราอาจต้องพิจารณาปัจจัยใหม่เพิ่มเติม
.
ปัจจุบันเกิดขึ้นชวนงงให้กับนักวิทยาศาสตร์ว่า ทำไมถึงมีคนได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นภาวะออทิสติกและ ADHD สูงขึ้น ทำไมเด็กจำนวนมากทั่วโลกถึงประสบกับปัญหาด้านพฤติกรรมมากขึ้น และสารเคมีในพลาสติกส่งผลกระทบยังไงต่อสมองของเรารึเปล่า? นี่เป็นคำถามที่กำลังได้รับการศึกษามากขึ้นเรื่อย ๆ
.
งานวิจัยใหม่นี้ได้เผยแพร่บนวารสาร Med ซึ่งได้ศึกษาลักษณะพฤติกรรมของเด็กในช่วงอายุ 2 และ 4 ปี ระบุว่า เด็กที่ได้รับสาร DEHP ตั้งแต่ช่วงที่อยู่ในครรภ์ อาจมีความเชื่อมโยงกับภาวะออทิสติกและ ADHD แต่ยังมีข้อจำกัดของการศึกษาที่ควรได้รับการใส่ใจต่อไป
.
“สิ่งที่เราค้นพบคือคำอธิบายทางชีวภาพที่เป็นไปได้ และเป็นหลักฐานใหม่ที่ชี้ว่าการได้รับสาร DEHP ในระหว่างการตั้งครรภ์ อาจมีส่วนที่ทำให้เกิดภาวะออทิสติกและ ADHD ได้” Sam Tanner หัวหน้าคณะผู้วิจัยกล่าว
.
DEHP คืออะไร? DEHP ย่อมาจาก di-(2-ethylhexyl) phthalate มันเป็นสารเคมีสังเคราะห์ที่ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับพลาสติก มักพบในวัสดุหุ้มเฟอร์นิเจอร์ไวนิล สายยางรดน้ำต้นไม้ ม่านห้องน้ำ ท่อทางการแพทย์ และหนังเทียม (Vegan leather)
.
สิ่งที่น่าห่วงก็คือ สารเหล่านี้สามารถหลุดออกมาจากวัสดุที่ผสมอยู่ได้ง่าย ทำให้มันปนเปื้อนเข้าไปในอาหาร น้ำดื่ม และท้ายที่สุดก็เข้าไปในร่างกายของเรา ก่อนหน้านี้การศึกษาในสัตว์ทดลองและการศึกษาเชิงสังเกตในมนุษย์ พบความสัมพันธ์ทางสถิติ (ที่ไม่ใช่ความเป็นเหตุเป็นผลโดยตรง) ว่าสารนี้เชื่อมโยงกับภาวะดังกล่าว
.
งานวิจัยใหม่ได้เจาะลึกความสัมพันธ์นี้มากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัจจัยทางเอพิเจเนติกส์ (epigenetics) ที่มักศึกษาว่าปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมส่งผลต่อการทำงานของยีนยังไงบ้าง โดยที่ลำดับของดีเอ็นเอ (DNA sequences) ไม่ได้เปลี่ยนไป
.
เข้าสู่วิธีการศึกษา
ทีมวิจัยได้เก็บข้อมูลตั้งแต่ก่อนที่ทารกจะคลอดสู่โลก โดยจะเก็บตัวอย่างปัสสาวะของมารดาแต่ละคน 1 ครั้งเมื่อตั้งครรภ์ได้ 36 สัปดาห์ เพื่อตรวจหาสาร สารเมตาโบไลต์ (metabolites) ซึ่งช่วยให้สามารถประเมินปริมาณ DEHP ที่มารดาได้รับเข้าสู่ร่างกายในแต่ละวันได้ (เป็นผลผลิตพลอยได้ที่ร่างกายสร้างขึ้นเมื่อมีการย่อยสลายสารพทาเลต (phthalate) ชนิดนี้)
.
จากนั้นเมื่อทารกคลอดออกมา นักวิจัยได้สกัด DNA จากเลือดสายสะดือเพื่อวิเคราะห์หาลักษณะทางเอพิเจเนติกส์ที่อาจมีความเชื่อมโยงกับการได้รับสาร DEHP ผลลัพธ์ระบุว่ากลุ่มยีนจำนวน 531 ยีน ได้รับผลกระทบ และการสำรวจอีกครั้งที่ครอบคลุมตำแหน่งต่าง ๆ บนจีโนม 1,000 จุดก็ให้ผลไปในทิศทางเดียวกัน
.
“เด็กที่มี ‘ร่องรอยทางเอพิเจเนติกส์’ นี้ แสดงอาการที่เกี่ยวข้องกับออทิสติกและ ADHD มากกว่าเมื่ออายุ 2 และ 4 ขวบ โดยผลกระทบนั้นชัดเจนกว่าในเด็กผู้ชายเมื่อเทียบกับเด็กผู้หญิง” Tanner กล่าว
.
ข้อจำกัดที่ต้องพิจารณา
ประการแรก การเก็บตัวอย่างปัสสาวะเพียงครั้งเดียว ไม่ได้สะท้อนถึงระดับสารในร่างกายตามปกติของบุคคลนั้น ๆ ในระยะยาวเสมอไป และไม่ได้มาจากการวัดค่าโดยตรงเช่น ระดับ DEHP จากตัวทารก รก หรือมดลูกจริง ๆ
.
ต่อมา การศึกษานี้เป็นการศึกษาเชิงสังเกต (Observational study) ไม่ใช่การทดลอง (Experimental study) จึงไม่สามารถสรุปเป็นความสัมพันธ์เชิงสาเหตุและผลลัพธ์ได้ แต่มันก็ชี้ให้เห็นถึงประเด็นที่สำคัญว่าพลาสติกอาจสร้างผลกระทบต่อร่างกายของเรามากขึ้นเรื่อย ๆ
.
“สารเคมีในพลาสติกอย่าง DEHP มักเข้าสู่ร่างกายผ่านการรับประทานอาหาร ดังนั้น กฎระเบียบด้านความปลอดภัยของภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการผลิตอย่างบรรจุภัณฑ์อาหาร จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง” ศาสตราจารย์ Anne-Louise Ponsonby หัวหน้ากลุ่มวิจัยระบาดวิทยาทางประสาทวิทยา (Neuroepidemiology Research Group) ของสถาบัน The Florey กล่าว
.
พร้อมเสริมว่า ผลการศึกษานี้เรียกร้องให้มีการทบทวนเกณฑ์ความปลอดภัยสำหรับการได้รับสาร DEHP และสารเคมีในพลาสติกชนิดอื่น ๆ ในระหว่างตั้งครรภ์
.
ที่มา
cell.com/med/fulltext/S2666-…
◉ DISASTER: เมื่อวันอาทิตย์ที่ 11 ต.ค. ที่ผ่านมา ทางการเนปาลได้ประกาศให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำ Budhi Gandaki ในเมือง Arughat ซึ่งเป็นเมืองริมแม่น้ำบนถนนหลวงที่เชื่อมต่อระหว่างกรุงกาฐมาณฑุกับพื้นที่ส่วนอื่น ๆ ของประเทศ อพยพออกจากพื้นที่เสี่ยง
.
สาเหตุของน้ำป่าไหลหลากครั้งนี้ แผนกพยากรณ์น้ำท่วมของกรมอุทกวิทยาและอุตุนิยมวิทยาเนปาลระบุว่า อาจเกิดจากดินถล่มที่ปิดกั้นลำน้ำสาขา โดยมีความเป็นไปได้ว่าได้รับอิทธิพลจากฝนตกหนักในช่วงปลายเดือนกันยายน ซึ่งทำให้เกิดน้ำท่วมและดินถล่มในหลายพื้นที่ของเนปาล และอาจส่งผลต่อเหตุการณ์ครั้งนี้ด้วย
.
Binod Parajuli นักอุทกวิทยาประจำแผนกดังกล่าว เปิดเผยว่า ภาพถ่ายดาวเทียมแสดงให้เห็นร่องรอยดินถล่มขนาดใหญ่ใกล้พื้นที่ Chumchet ในอำเภอ Gorkha ซึ่งคาดว่าเกิดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยดินถล่มดังกล่าวอาจทำให้ลำน้ำสาขาถูกปิดกั้น ก่อนที่มวลน้ำจะไหลทะลักออกมาอย่างกะทันหัน อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังเป็นเพียงการคาดการณ์เบื้องต้น และต้องรอการตรวจสอบเพิ่มเติม
.
ในด้านความเสียหาย ข้อมูลจากสำนักงานบริหารและลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติแห่งชาติ (NDRRMA) ของเนปาล ระบุว่า มีผู้ได้รับการช่วยเหลือออกจากพื้นที่ประสบภัยแล้วอย่างน้อย 82 ราย ในจำนวนนี้เป็นชาวต่างชาติ 9 ราย ขณะที่กระแสน้ำได้พัดพาบ้านเรือนประมาณ 12 หลังและสะพานแขวน 2 แห่งเสียหาย นอกจากนี้ ยังสร้างความเสียหายแก่แคมป์ที่พักของโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำ และพัดพาอุปกรณ์ก่อสร้างบางส่วนสูญหายไปกับกระแสน้ำ
.
Laxmi Gurung เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นในพื้นที่ กล่าวว่า เหตุการณ์น้ำท่วมครั้งนี้มีลักษณะคล้ายคลึงกับเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นก่อนหน้านี้ แม้ครั้งนี้จะไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต แต่บ้านเรือนของประชาชนก็ถูกทำลาย หลายพื้นที่ไม่มีไฟฟ้าใช้ และเหตุการณ์ดังกล่าวยังคงเป็นภาพฝันร้ายที่ชัดเจนในความทรงจำพวกเขา
.
ขณะเดียวกัน ปริมาณน้ำในแม่น้ำยังคงผันผวน โดยระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นจนถึงเกณฑ์อันตราย ก่อนจะขึ้นลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้พื้นที่ตลอดแนวแม่น้ำ Trishuli ลงไปจนถึง Benighat ยังคงมีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดภัยพิบัติ
.
เหตุการณ์น้ำป่าไหลหลากในเนปาลครั้งนี้เกิดขึ้นห่างจากเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่บริเวณชายแดนทิเบต-เนปาล ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนไปกว่าพันรายเพียงประมาณสองเดือนเท่านั้น ขณะที่เนปาลยังอยู่ระหว่างการฟื้นฟูความเสียหายจากเหตุการณ์ครั้งก่อน และเพิ่งประกาศยุติปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยไปเมื่อไม่นานมานี้
.
ที่มา
cbc.ca/news/world/nepal-flas…
aljazeera.com/news/2026/10/1…
kathmandupost.com/gandaki-pr…




















