หลังจากปิด account ไปเดือนกว่าๆ ตัดสินใจกลับมากับโลกโดปามีนราคาถูกเพราะ
- ในอนาคตกำลังจะมี project ที่รับ Part-time จำนวนหนึ่ง เผื่อมีคนสนใจหลากหลายนอกจากวงลูกศิษย์เก่าตัวเอง
- อยู่ใน domain ที่ต้องเข้าใจคนรุ่นใหม่ แต่ตอนนี้เข้าใจน้อยมาก นอกจาก x/tiktok น่าจะต้องลอง roblox แล้ว
- อยากอ่านโพสต์ดีๆ ของคนในนี้และมีปฏิสัมพันธ์ด้วย แล้วโลกของ blog หรือ webboard มันตายไปแล้ว ที่มีติ๊กฟ้าไม่ใช่เพราะจะเอา engagement อะไรเลย แค่อยากเขียนยาวๆ ตอบคนได้ยาวๆ
- คิดว่าถ้าอยากรู้ว่าคนไทยชนชั้นกลางคิดอะไร บ่นอะไร มองหาอะไร คงต้องดูในนี้เป็นหลัก ณ วันนี้เราเป็น product manager คิดจริงๆ ว่ายังไงก็โดนเอไอ disrupt ถ้าจะต้อง pivot ตัวเอง (อีกรอบเรอะะะ) จะได้พอเห็นกลิ่นๆ บรรยากาศ ว่ามนุษย์เงินเดือนตอนนี้เป็นไงกัน
- เจอเพื่อนและแฟนในนี้ ยังไม่เคยเจอเคสรู้จักคนในเน็ตแล้วผิดคาด เป็นคนไม่ดีหรืออะไร ถึงลึกๆ จะคิดว่าโอกาสสร้างเพื่อนจะน้อยลงกว่าแต่ก่อน เพราะ x ไม่น่าอยู่แล้ว เราเองก็แก่แล้ว แต่ก็ยังอยากเจอคนใหม่ๆ ที่คุยด้วยได้
- สุดท้าย อยากดูรูปหมาโกลเด้น กับงานนักวาดหลายๆ คนงะ 555
ผมต้องการเพื่อนคู่คิด 555 อาจจะเพราะสมองน้อย อ่ะอ่ะอ่าว
เคยมีคนบอกให้แต่งงานจะได้มีเพื่อนคู่คิด ถ้าเป็นเหตุผลนี้คือไม่จำเป็นเลย เพราะคิดเองได้ ถ้าต้องคิดอะไรตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป ก็จะต้องหาจุดที่พึงพอใจทั้ง 2 ฝ่าย ซึ่งอาจจะเป็นไปไม่ได้ แล้วต้องอยู่กับการ compromise หลายๆเรื่องไปยาวๆ บางคนอาจจะรับได้แต่หลายคนรับไม่ได้เอาแค่เรื่องหารค่าข้าวใน X ไม่กี่วันนี้ก็ตีกันวุ่นแล้ว
Ploy: beating yesterday ผมกลับมาแล้ว retweeted
🇦🇺 Canva ประกาศเลย์ออฟและปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ กระทบพนักงาน 1,271 คน หรือ 22% ของบริษัท หลังธุรกิจเติบโตช้าลงเป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปี
Melanie Perkins ผู้ร่วมก่อตั้งและ CEO ของ Canva ยอมรับว่าปีนี้เป็นปีที่ยากที่สุดปีหนึ่งของบริษัท แม้ Canva จะเติบโตมาอย่างต่อเนื่อง แต่ความสำเร็จในอดีตก็ไม่ได้การันตีอนาคต
เกิดอะไรขึ้นกับ Canva?
- พนักงาน 1,271 คน หรือ 22% ได้รับผลกระทบ ทั้งถูกเลิกจ้าง เปลี่ยนตำแหน่ง และย้ายสถานที่ทำงาน (ยังไม่เปิดเผยจำนวนคนที่ถูกเลิกจ้างจริง)
- รวมทีม Product, Growth และ Platform เข้าด้วยกัน เพื่อลดขั้นตอนและการบริหารที่ซ้ำซ้อน
- ลดการแบ่งงานเป็นตำแหน่งเฉพาะทางย่อย ๆ ให้แต่ละทีมรับผิดชอบงานได้กว้างขึ้น
- Sydney จะกลายเป็นศูนย์กลางหลักของทีม Product และพนักงาน Hybrid ส่วนใหญ่จะต้องเข้าออฟฟิศ 2–3 วันต่อสัปดาห์ ตั้งแต่มกราคม 2027
แพ็กเกจสำหรับพนักงานที่ต้องออกจากบริษัท
อันนี้ถือว่าน่าสนใจมากเมื่อเทียบกับการเลย์ออฟหลาย ๆ บริษัท
- เงินชดเชยอย่างน้อยเทียบเท่าเงินเดือน 6 เดือน
- ประกันสุขภาพต่ออีก 12 เดือน ในประเทศที่มีสวัสดิการนี้
- ช่วยหางานใหม่ ทั้ง Resume, Interview และ LinkedIn Premium 1 ปี
- ให้เก็บ MacBook ของบริษัทไว้ใช้ต่อได้
- มีทุน US$10,000 สำหรับคนที่อยากเริ่มธุรกิจหรือโปรเจกต์ของตัวเอง
แล้ว AI เกี่ยวอะไรกับการเลย์ออฟครั้งนี้?
Canva ไม่ได้ระบุว่า AI เป็นสาเหตุโดยตรง แต่ยอมรับว่าเทคโนโลยีใหม่กำลังเปลี่ยนวิธีการทำงาน รวมถึงความคาดหวังของลูกค้า
ส่วนตัวคิดว่าประเด็นที่น่าสนใจคือบริษัท Tech เริ่มกลับมาทบทวนโครงสร้างทีมกันจริงจังมากขึ้น จากเดิมที่แบ่งคนตามหน้าที่เฉพาะทาง ก็เริ่มอยากได้ทีมที่เล็กลง คล่องตัวขึ้น และทำงานได้ครอบคลุมกว่าเดิม
ไม่ได้แปลว่า AI จะมาแทนทุกตำแหน่ง แต่รูปแบบการทำงานและทักษะที่บริษัทต้องการกำลังเปลี่ยนไป
ก่อนหน้านี้ Atlassian ก็ประกาศลดพนักงานไปประมาณ 1,600 คน ตอนนี้มาถึง Canva อีกบริษัท ปีนี้วงการ Tech ออสเตรเลียหนักจริง ๆ 🥲
Source:
Canva Official Announcement
canva.com/newsroom/news/canv…
ABC News
abc.net.au/news/2026-11-04/c…
#canva #layoff
Ploy: beating yesterday ผมกลับมาแล้ว retweeted
จาก ปสก. ส่วนตัว ไม่ชินกับ market ไทย แต่ในส่วนงานตปท. แบบ Global market นะ
- หลายๆบ. ใช้tools ที่เป็นตัว Skill scan /AI ที่มันจะอ่านจาก Resume แล้วไปเทียบกับ JD บางที just a keyword missing and you can lose that opportunity.
- วิธีแก้ด้านบนคือเราเช็ค JD ที่จะสมัคร และใส่คำที่ตรงกับที่ JD ใส่ไว้ ให้มัน match (แต่ต้องเป็นค.จริงนะ อย่าใส่ปสก. ที่ไม่มีลงไป) เคยใช้ตัวนี้ แนะนำใช้ Claude code ช่วยเขียนสร้างเพจ/html/แอป เผื่อดูSkills sync ก็ได้นะ ง่ายดี
- สมัยหางาน ส่วนตัวเราทำresume ไว้ 3 แบบตามสายงานที่จะสมัคร เช่น อันนึงจะเขียนเน้นเกี่ยวกับ Project mgnt อีกอัน จะเขียนเน้นด้าน people mgmt อยู่ที่งานที่จะสมัครตัวไหนดูเน้นอะไร รีซูเม่ที่สามจะเป็นแบบกลางๆ
- ทำSheet track อันไหนสมัครเมื่อไหร่ ได้ส่งcover letter รึเปล่า มีตอบรับยังไง เพื่อดูสถิติ แล้วคอยปรับรีซูเม่เรื่อยๆ
- LinkedIn อัพเดทเรื่อยๆ ให้match กัน
- ระหว่างหางาน เอาJD หลายๆที่ ที่อยากทำมาเทียบดูว่าเรายังขาดSkill อะไร แล้วจะเสริมอะไรได้บ้าง อย่าปล่อยให้ตัวเองฟุ้งซ่าน หาอะไรเรียนไปด้วย
สุดท้ายตอบในฐานะ hiring manager (ไม่ใช่ recruiter นะ) เวลาเราสัมภาษณฺ หรือ รับสมัครแล้วปฎิเสธอ่ะ มันจะมีtemplate ไว้ใช้อยู่แล้วบางทีลงว่า Skill ไม่match ไรพวกนี้ ถ้าบริษัทเล็ก ก็อาจจะมีเวลาเขียนบอกว่าทำไม หรือ ร้ายสุดไม่บอกอะไร บริษัทใหญ่ใช้ระบบอัตโนมัติบอกว่าไม่ผ่าน แต่เหตุผลจะไม่ชัดเจน ป้องกันการโดนฟ้องทีหลัง
ตลาดหางานมันต้องลุ้น สิ่งที่บอกได้คือ อย่ายอมแพ้ ขยันเอา JD งานที่อยากทำ สองสามที่ มาเทียบลงAI แล้วให้มันช่วยหา keywordที่เหมาะใช้ในresume แล้วเขียนให้เข้าปสก.ที่มีจริงๆ
ห้ามFake เพราะผ่านสัมภาษไป คนสัมดูออก แล้วจะติด Blacklist ในอนาคตเปล่าๆ
Ploy: beating yesterday ผมกลับมาแล้ว retweeted
human-in-the-loop
└ human-on-the-loop
└ human-near-the-loop
└ human-cc'd-on-the-loop
└ human-legally-liable-for-the-loop
Ploy: beating yesterday ผมกลับมาแล้ว retweeted
พูดกับทุกคนที่ซึมเศร้าตลอด ต้องออกไปนะ ออกไปวิ่ง ออกไปยิม ออกกำลังกายอะไรที่พอทำได้ ไม่ต้องเริ่มอยาก แต่ปักหมุดเป็นกิจวัตร ต้องทำเหมือนอาบน้ำ กินข้าวไปทำงาน วันแรกๆ 10-15นาทีพอ แค่ให้เริ่มก่อน แต่ต้องทุกวัน มันมีวันหาย ซึมเศร้ามันมีวันหาย มันมีวันที่จะไม่ต้องกินยา แกต้องออกไป!!!
🏃♂️ วิ่งออกกำลังกายอาจช่วยรักษาโรคซึมเศร้าได้ดีพอ ๆ กับยาต้านเศร้า
งานวิจัยในผู้ป่วยซึมเศร้าและโรควิตกกังวล 141 คน เปรียบเทียบการใช้ยาต้านเศร้ากับการวิ่งอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ครั้ง เป็นเวลา 16 สัปดาห์
พบว่าอัตราโรคสงบใกล้เคียงกัน
💊 ยาต้านเศร้า 44.8%
🏃 วิ่ง 43.3%
แต่กลุ่มที่วิ่งมีผลลัพธ์ด้านสุขภาพกายดีกว่า ทั้งน้ำหนัก รอบเอว ความดันโลหิต และการทำงานของหัวใจ
อย่างไรก็ตาม งานวิจัยนี้ไม่ได้พิสูจน์ว่าการวิ่งใช้แทนยาได้ในทุกคน เพราะผู้เข้าร่วมส่วนใหญ่เลือกวิธีรักษาเอง
สิ่งที่น่าสนใจคือ การออกกำลังกายอาจช่วยดูแลทั้งสุขภาพจิตและสุขภาพกายไปพร้อมกัน
ไม่จำเป็นต้องมองว่าต้องเลือกยา หรือการออกกำลังกายอย่างใดอย่างหนึ่งเสมอไป
📖 Verhoeven JE, Han LKM, Lever-van Milligen BA, Hu MX, Révész D, Hoogendoorn AW, et al. Antidepressants or running therapy: Comparing effects on mental and physical health in patients with depression and anxiety disorders. J Affect Disord. 2023;329:19-29. doi:10.1016/j.jad.2023.02.064.
Ploy: beating yesterday ผมกลับมาแล้ว retweeted
คนเท้าแบนเท้าล้ม นอกขาก asics hoka มีnew balance series 860 อันนี้ก็ดี เผื่ออยากไปลองหลายๆยี่ห้อ
Ploy: beating yesterday ผมกลับมาแล้ว retweeted
ทีม kayano แม่งเป็นรากฐานที่มั่นคงเว่อ
วงการวิ่งเพื่อสุขภาพ easy runนี่ ยังไง Acics ก็คงไว้ที่อันดับ 1 จริง ๆๆๆๆๆ
Ploy: beating yesterday ผมกลับมาแล้ว retweeted
Tell Sam Altman that I use my 64GB of RAM to run print("Hello, World!"). I want him to know it's me.
Ploy: beating yesterday ผมกลับมาแล้ว retweeted
อันนี้เห็นด้วย 5555555555 กุเห็นการ implement ที่แปลกประหลาดเสมอ พี่อยากได้ยังไงผมทำให้ได้ครับ ได้ครับพี่ดีครับผม
สังคมคมมัน collectivism มากๆ ด้วย แต่จะบอกเลยว่าถ้าคุณหลุดจากวงจรพวกนี้ได้นะ ชีวิตคุณจะมีความสุขมากๆ โดยรู้ความต้องการตัวเอง และไม่ต้องแคร์คนอื่น สังคมดีๆ มันมี แต่ต้องหาหน่อย
Ploy: beating yesterday ผมกลับมาแล้ว retweeted
รีวิว PR ที่มาจาก AI ยังไม่เหนื่อยเท่า requirement เพ้อเจ้อ ที่ผู้บริหารเชื่อ AI slop แล้วเอามาสั่งงาน คอขวดแม่งอยู่ตรงนี้แหละ
ช่วงนี้กลับมาเล่นทวิตถี่ขึ้นเพราะอยากอ่านคอนเทนต์ที่ไม่ใช่คอนเทนต์ ai หรือคอนเทนต์ขายของ เราอยากเห็นคนที่เราติดตามคุยเล่าเรื่องสัปเพเหระในชีวิต ที่ไม่ได้ปิดท้ายว่า อยากพัฒนาตัวเอง ให้ซื้อคอร์สฉัน หรือไม่ได้เล่าเพราะเอาเอนเกจเม้น เข้าใจว่าคอนเทนต์มันถือเป็นเงิน เอนเกจเม้นเป็นเงิน แต่ก็ยังอยากอ่านคอนเทนต์ที่ทำให้เรารู้จักคนเขียนมากขึ้นอยู่ดี
ในฐานะที่ใช้ iPhone Duo มา 24 ชมได้ละ ขอสรุปสิ่งที่รู้สึกไว้ให้ละกัน
- iPhone Duo ตอนนี้ยังเหมาะกับ Power User ที่ยอมรับว่าจะเจอปัญหาอะไรพอสมควร เจอแอพที่ไม่รองรับบ้าง เจอ Bug อะไรที่น่าหงุดหงิดบ้าง ฉะนั้น Power User ที่แก้ปัญหาได้เอง ยังจำเป็นอยู่ ดู LINE สิ ปวดหัวเลย ต้องเปิดจอใช้เอา
- สิ่งที่ Apple ทำได้ดีคือ ประสบการณ์สัมผัสเล่นแรกๆ มันจะแบบว้าวอยู่ แบบเปิดวิดีโอดูแล้วสลับจอนอกจอในคือลื่นต่อเนื่องไม่มีสะดุกเลย เป็นสิ่งที่ Fold 8 ให้ไม่ได้ แต่ใช้ไปสักพักมันจะมีความ "อีหยังวะ" ที่ต้องรอการปรับตัวหลายอย่างพอสมควร ตัวอย่างคือจอด้านหน้า แถบด้านขวามันกินพื้นที่เกินไป มากๆ จนมันดู "แปลก" ไปเลย
- พอจับโครงสร้างนี้ไปซักพัก เราจะพบว่าการจับ Bar Type แบบเดิม แม่งยาว เกินแปลกๆ ว่ะ น้ำหนักของมือรับก็จะต่างกัน ดังนั้นความเคยชินมีผลพอตัว ถ้าปรับตัวได้ก็อาจจะโอเค
- ในฐานะเป็นผู้ชายมือใหญ่ยังรู้สึกว่าไม่กระทบการใช้งาน ไม่ว่าจะมือซ้ายมือขวา แต่ถ้ามือเล็กบอกเลยว่าชิบหายอยู่ การก้าวย่างนิ้วไปให้ทั่วจอมือเดียวลำบากแน่ๆ แต่สำหรับเราพอไหว ดังนั้นอยากให้ไปลองสัมผัสใช้มือเดียวนะ
- ถ้าใครซีเรียสเรื่องกล้องข้ามเลย กล้องแย่กว่า iPhone 17 Pro อาจจะพอๆ กับ iPhone 17 ธรรมดาด้วย แต่เรายังให้อาจจะแย่กว่านิดนึงด้วย การไม่มีเลน Tele ทำให้ชีวิตคนชอบถ่ายรูปลำบากขึ้น 1 สเต็บแน่ๆ ข้ามได้ข้ามครับ ไม่แนะนำ
- ตำแหน่งสายชาร์จค่อนข้างระยำ แม่งอยู่จอหน้า แล้วถ้าคุณวางกับโต๊ะหงายเครื่องขึ้น คุณชาร์จอยู่แล้วจะเปิดจอออก.... สายชาร์จจะโดนพลิกออกมาด้วย แม่งเอาส้นตีนอะไรคิดวะเนี่ย งงแม่งมาก
- Touch ID ไปทางไม่ค่อยโอเคแล้วมันแย่กว่ามือถืออื่นๆ ด้วย เพราะมือถืออื่นๆ คุณจะรู้ว่าตำแหน่ง Touch ID มันอยู่ตรงไหน แต่เป็น Foldable ที่เราหมุนเปลี่ยนตำแหน่งไปมาเยอะ เราจะเกิดอาการ งงว่า Touch ID ตอนนี้อยู่ไหนวะ ตัว OS เองก็รู้ก็เด้งขึ้นมาบอกว่าตรงไหน แต่มันแย่กว่า Face ID เยอะ ยิ่งการที่เราใช้ Dock วางไว้บนโต๊ะทำงานแล้วแตะเพื่อ Glance ดู Noti ก็คือทำไม่ได้ ต้องคอยแตะนิ้ว -*-
- จอใน ถ้าใครหวังว่าจะเอามาเสพคอนเทนท์หนังดูเต็มๆ บอกเลยว่าจะผิดหวัง เพราะจอด้าน Contrast แย่ลงมาก สีไม่สดและดำไม่สนิท แต่ถ้าใครเอามาอ่านเว็บ อ่านหนังสือ ผมบอกเลยว่าจอนี้สุดยอด ฟีลลิ่งมันเหมือน Kindle อะ นี่เอามาอ่านการ์ตูนคือฟินเลย
- แต่จอในการใช้งานแนวตั้ง ยังรู้สึกแปลกๆ นิดหน่อยอาจจะเพราะใส่เคสด้วย คือ Apple อยากจะให้เราจับในมุมที่กล้องอยู่ด้านบนตลอด ดังนั้นจอนอกมันก็จะปักลงล่าง ถ้ามุมนี้ปุ่มมันจะอยู่ด้านบนๆ ให้กดง่าย แต่พอเราประคองแล้วอุ้งมือโดนจอนอกมันจะรู้สึกแปลกๆ พอเรากล้องลงล่าง อุ้งมือก็โดนกล้องอีก แต่น้ำหนักการจับดีกว่า อันนี้ยังรู้สูึกแปลก
- ฟีลลิ่งตอนนี้เหมือน iPhone 2G หรือ iPad 1st Gen คุณได้จับของใหม่มันว้าว แล้วก็จะเห็น Potential มันแหละ แต่ระหว่างนี้ก็จะมีคำถามว่า "แล้วไงต่อวะ" ตอน iPhone 2G คือไม่มี App Store ใช้แล้ว อะโหแม่งซูม ถ่างสองนิ้วได้ Multitouch ได้ไอ้เหี้ยเท่สัสๆ แต่ก็.... ไงต่อนะ ส่วน iPad 1st gen คือ โหเล่นเว็บอ่านดีมาก แต่แอพทุกอย่าง ซูมแตกอุบาทว์หมด เครื่องใหญ่ หลังเต่า หนักด้วย แต่ก็เห็นแล้วว่ารุ่นต่อๆ มามันพัฒนาไปได้ไง
- เราใช้แล้วแฮปปี้ เพราะความเป็น Geek ในตัวเราน่ะแหละที่ชอบลองอะไรใหม่ๆ แล้วพร้อมที่จะเรียนรู้ไปกับมัน แต่ถ้าคุณมีทรัพย์แล้วอยากลอง แต่กลัวจะใช้งานลำบาก แนะนำให้ลองในฐานะเครื่องที่สองก่อน เครื่องหลักที่ใช้งาน ก็แนะนำควรยังต้องมี (อย่างน้อยตอนนี้คุณใช้ Line ได้สะดวกกว่าแน่ๆ)



































