Stocker Day (@stocker_day) header
Stocker Day (@stocker_day) profile picture

เปลี่ยนโลกการลงทุนที่แสนยาก ให้เข้าใจง่ายขึ้น Crypto | ทองคำ ติดต่องาน : inbox Facebook : https://nitter.cf/t.co/3ZihUkNdA3

Joined July 2021
Photo by Stocker Day (@stocker_day)Photo by Stocker Day (@stocker_day)Photo by Stocker Day (@stocker_day)Photo by Stocker Day (@stocker_day)Photo by Stocker Day (@stocker_day)Photo by Stocker Day (@stocker_day)Photo by Stocker Day (@stocker_day)Photo by Stocker Day (@stocker_day)Photo by Stocker Day (@stocker_day)Photo by Stocker Day (@stocker_day)
แอดทำไฟล์คำนวณภาษีสำหรับนักลงทุนหุ้นนอก และคริปโต/airdrop มาแจกฟรี!! . ใครกำลังงง ๆ ว่าสรุปกำไรคริปโตต้องเสียภาษีไหม คำนวณยังไง หรือหุ้นต่างประเทศต้องเอาส่วนไหนมายื่นบ้าง ไฟล์นี้น่าจะพอช่วยได้นะ . สปอยล์ให้นิดนึงก่อน 👇 . กำไรคริปโตที่เทรดบน exchange ในไทยที่มีใบอนุญาต ก.ล.ต. ได้รับยกเว้นภาษีอยู่ ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 399 มีผลถึง 31 ธ.ค. 2572 (5ปี) . แต่หุ้นสหรัฐฯ ไม่ได้ละเว้นภาษีนะ ยังถือว่าเป็นเงินได้จากต่างประเทศ ต้องดูว่าปีนั้นอยู่ไทยครบ 180 วันไหม และโอนเงินกลับเข้าไทยหรือยัง . ในไฟล์มีสูตรคำนวณให้เรียบร้อย เราแค่เสียเวลากรอกตัวเลขจริงของเราก็พอ แล้วมันจะแยกให้เองว่าก้อนไหนได้ยกเว้น ก้อนไหนต้องเอาไปยื่น และมีการคำนวณลดหย่อนต่าง ๆ ให้ด้วย อันนี้ก็อ้างอิงตามกฎหมายล่าสุดปี2568เลย . ไฟล์ที่แปะในคอมเมนต์เป็นฉบับทดลองใช้นะ กรอกได้ 15 รายการ เอาไปลองเล่นดูก่อนได้เลย . ส่วนฉบับเต็ม มีครบทั้งคริปโต หุ้นสหรัฐฯ เครดิตภาษีต่างประเทศ และค่าลดหย่อนครบ 9 รายการ กรอกได้ 150 รายการ หรือเพิ่มเองได้เลย . ส่วนใครอยากได้ฉบับเต็ม inbox เพจมาโล้ด หรือคอมเมนต์ว่า “สนใจ” เดี๋ยวแอดทักไป . ลิงก์อยู่ในคอมเมนต์เด้ออ . ⚠️ การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจลงทุน ⚠️ . เนื้อหานี้จัดทำเพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษีหรือการลงทุน กรณีของแต่ละคนต่างกัน ควรตรวจสอบกับกรมสรรพากร (1161) หรือผู้เชี่ยวชาญก่อนยื่นจริง
ตั้งแต่ 1 ม.ค. 2567 เป็นต้นมา ใครที่ลงทุนหุ้นต่างประเทศแล้วได้กำไร ต้องรู้ไว้เลยครับว่า ถ้านำเงินได้จากต่างประเทศกลับเข้ามาในไทย ต้องเอามาคำนวณเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาด้วย . 🟩แต่ข่าวดีคือ มีวิธี "วางแผนภาษี" อย่างถูกกฎหมายง่าย ๆ แบบนี้ครับ . 1) ถือต่อ ยังไม่ขาย ตราบใดที่ยังไม่ขาย ก็ยังไม่ถือว่ารับรู้กำไรจริง เลยยังไม่ต้องเสียภาษี . 2) โอนกลับเฉพาะ "เงินต้น" ถ้าขายแล้ว เลือกโอนกลับมาแค่ส่วนเงินต้น ส่วนนี้ไม่ถือเป็นกำไร เลยไม่โดนเก็บภาษี (ควรเก็บหลักฐานให้ชัดว่าส่วนไหนคือทุน) . 3) พักเงินไว้ต่างประเทศ ไม่โอนกลับ ถ้าขายแล้วเก็บเงินดอลลาร์ไว้ในบัญชีโบรกเกอร์ต่างประเทศ ไม่โอนกลับมาแปลงเป็นบาท ก็ยังไม่ต้องเสียภาษี (ภาษีจะเกิดตอนนำเงินเข้าไทย) . 4) อยู่ไทยไม่เกิน 180 วันในปีนั้น ถ้าปีภาษีนั้นคุณอยู่ในไทยไม่ถึง 180 วัน จะถือเป็นผู้ไม่มีถิ่นที่อยู่ทางภาษี ต่อให้นำกำไรเข้ามาก็ไม่ต้องเสีย (เหมาะกับคนที่อยู่ต่างประเทศเป็นหลัก) . 5) ขาดทุน (อันนี้ไม่แนะนำแน่นอน) ขาดทุนก็ไม่ต้องเสียภาษีอยู่แล้ว 🤣 . ⚠️ สรรพากรนับกำไร-ขาดทุนแยกเป็น "รายธุรกรรม" หักลบข้ามตัวกันไม่ได้ เช่น ได้กำไรจาก ASML 20,000 บาท แต่ขาดทุน Tesla 40,000 บาท คุณเอาขาดทุนมาหักกำไรไม่ได้ ยังต้องเสียภาษีจากกำไร ASML 20,000 บาท บาทอยู่ดี จุดนี้หลายคนพลาด . ทางเลือกสำหรับคนอยากลงทุนหุ้นนอก แต่เสียภาษีน้อยลง - ลงทุนผ่าน DR (Depositary Receipt) หรือ กองทุนรวมในไทย ที่ไปลงทุนหุ้นต่างประเทศให้อีกที ส่วนใหญ่ได้รับยกเว้น ไม่ต้องเอามาคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา . - ฝากเงินในบัญชี FCD (บัญชีเงินฝากสกุลต่างประเทศ) เป็นอีกทางเลือกแทนการไปลงทุน ETF หรือพันธบัตรต่างประเทศเอง . สุดท้ายแอดขอย้ำว่า ทั้งหมดนี้คือการ "วางแผนภาษีอย่างถูกกฎหมาย" ไม่ใช่การหนีภาษีนะครับ และกฎภาษีมีโอกาสปรับเปลี่ยนได้ ถ้าเป็นเงินก้อนใหญ่หรือไม่แน่ใจ . แนะนำให้ปรึกษานักบัญชีหรือผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีก่อนตัดสินใจ จะปลอดภัยที่สุด
10
657
1
795
50,143
Uptober ไม่มาปีนี้!
BTC ปิดเดือน ต.ค. ติดลบ 7%
.
ทุกปีพอเข้าเดือน ต.ค. ชาวคริปโตจะพูดถึง “Uptober” (ต.ค. + Up) เพราะในอดีต BTC มักขึ้นแรงในเดือนนี้ แต่ปีนี้ไม่เป็นแบบนั้นครับ BTC ปิดเดือน ต.ค. ที่ราว $77,400 ลดลง 7.3% จากต้นเดือน
.
แอดสรุปให้ว่าทำไม Uptober ถึงไม่มา สถิติในอดีตบอกอะไร และเดือน พ.ย. ต้องจับตาอะไรบ้างครับ
.
🟥 ปีนี้แย่แค่ไหน
.
ย้อนไป 10 ปี (2016-2025) BTC ปิดเดือน ต.ค. เป็นบวกถึง 8 ปี ลบแค่ 2 ปี คือ 2018 (-4.5%) และ 2025 (-4.0%)
.
แปลว่าปีนี้เป็น ต.ค. ที่ติดลบ 2 ปีติดกัน และยังลบหนักกว่าทั้งสองครั้งที่ผ่านมาด้วย
.
🔍 อะไรกดดัน BTC เดือนนี้
.
1. เงินไหลออกจาก ETF ช่วงปลายเดือน
ช่วงวันที่ 1-28 ต.ค. ETF BTC ยังมีเงินไหลเข้าสุทธิราว 111 ล้านดอลลาร์ แต่แค่ 2 วันสุดท้ายของเดือน เงินไหลออกถึงราว 626 ล้านดอลลาร์ และมีวันหนึ่งที่ไหลออก 643 ล้านดอลลาร์ ทั้งเดือนจึงพลิกเป็นไหลออกสุทธิราว 515 ล้านดอลลาร์ สะท้อนว่านักลงทุนสถาบันยังไม่กลับมา
.
2. Binance โดนแฮก 6.3 พันล้านดอลลาร์
การแฮกครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์คริปโตเกิดขึ้นช่วงปลายเดือนพอดี ทำให้ตลาดตกใจ และมีสถานะ Long ที่ใช้เลเวอเรจถูกบังคับปิดไปกว่า 600 ล้านดอลลาร์
.
3. หุ้นเทคสหรัฐฯ ร่วงพร้อมกัน
ช่วงเดียวกัน หุ้นเทคใหญ่อย่าง Alphabet, Intel และ Amazon ร่วงหลังประกาศงบ เงินไหลออกจากสินทรัพย์เสี่ยงไปหาพันธบัตร คริปโตเลยโดนลากลงไปด้วย
.
📌 แล้ว พ.ย. จะดีขึ้นไหม
.
สถิติ 10 ปีของเดือน พ.ย. ออกมาแบบครึ่ง ๆ คือ - บวก 5 ปี ลบ 5 ปี - เฉลี่ย +5.4% แต่ค่ากลาง (median) ติดลบเล็กน้อย เพราะมีบางปีที่บวกแรงมากดึงค่าเฉลี่ยขึ้น - ดีสุด +53.6% (2017) แย่สุด -36.9% (2018)
.
ที่น่าสังเกตคือ ปีที่ ต.ค. ติดลบทั้ง 2 ครั้ง (2018 และ 2025) เดือน พ.ย. ลบต่อทั้งคู่ คือ -36.9% และ -17.5%
.
แต่ข้อนี้ต้องระวังนะครับ เพราะมีตัวอย่างแค่ 2 ครั้ง ยังสรุปเป็นกฎไม่ได้ สถิติเป็นแค่ข้อมูลประกอบ ไม่ใช่สิ่งที่บอกอนาคต
.
⚠️ สิ่งที่ต้องจับตาสัปดาห์นี้
. - เลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ 3 พ.ย.: ตัวแปรหลักของตลาดสัปดาห์นี้ - เงิน ETF: จะกลับมาไหลเข้า หรือไหลออกต่อ - แนวรับและแนวต้าน: นักวิเคราะห์มองแนวรับแถว $76,000 และแนวต้านแถว $80,000
275
ชดเชยแล้ว 95%! เงินใน Binance ปลอดภัยหรือยัง อัปเดตล่าสุด หลัง FBI ชี้ตัวคนร้าย . หลังถอนเงินไม่ได้มาหลายวัน ตอนนี้ Binance เริ่มเปิดให้ถอนแล้ว ชดเชยไปแล้วราว 95% และ FBI ก็ออกมาชี้ตัวคนร้ายเรียบร้อย หลายคนเห็นข่าวแล้วคิดว่าจบแล้ว แต่จริง ๆ ยังมีบางเรื่องที่ต้องรู้ก่อนครับ . แอดสรุปให้ว่าอะไรคลี่คลายแล้ว อะไรยังไม่จบ และถ้ามีเงินอยู่ใน Binance ควรทำอะไรต่อ . 🟩 เรื่องที่คลี่คลายแล้ว . 1. ชดเชยแล้ว 95% เหรียญหลัก 10 ตัวครบ 100% Binance ประกาศว่าหาเหรียญมาคืนได้แล้วราว 95% ของที่ถูกขโมย ขยับขึ้นจาก 90% ในประกาศแรก โดยเหรียญหลัก 10 ตัว ได้แก่ BTC, ETH, USDT, BNB, SOL, USDC, XRP, USD1, RLUSD และ ZEC เติมคืนครบ 100% แล้ว . เงินที่ใช้มาจาก 3 ก้อน คือ กองทุน SAFU (กองทุนฉุกเฉินสำหรับลูกค้า) กองทุนประกันของฝั่ง Futures และเงินของบริษัทเอง . ตรงนี้ต้องเข้าใจให้ถูกนะครับ 95% ไม่ได้แปลว่าตามเงินคืนจากแฮกเกอร์ได้ 95% แต่หมายถึง Binance ควักเงินตัวเองซื้อเหรียญมาเติมคืนให้ลูกค้า ส่วนเงินที่แฮกเกอร์ขโมยไป ส่วนใหญ่ยังไม่ได้คืน . 2. เริ่มเปิดถอนแล้ว Binance เปิดถอนตั้งแต่ 1 พ.ย. แบบทยอยทีละเครือข่าย ตอนนี้เปิดแล้ว Bitcoin และเครือข่ายอื่นอีก 15 เครือข่าย เช่น Ethereum, BNB Smart Chain, XRP และ Base ส่วนที่เหลือจะทยอยเปิดหลังผ่านการตรวจความปลอดภัย . 3. FBI ชี้ตัวคนร้ายแล้ว FBI ประกาศว่าผู้ก่อเหตุคือ TraderTraitor กลุ่มแฮกเกอร์ที่รัฐเกาหลีเหนือหนุนหลัง กลุ่มเดียวกับที่ปล้น Bybit ไปราว 1,500 ล้านดอลลาร์เมื่อปี 2025 ตรงกับที่บริษัทวิเคราะห์บล็อกเชนชี้ไว้ตั้งแต่แรก . 🟥 เรื่องที่ยังไม่จบ . 1. อีก 5% ยังรอ ส่วนที่ยังขาดราว 315 ล้านดอลลาร์ เป็นเหรียญนอก 10 อันดับแรก ซึ่งมีคนซื้อขายน้อย หาซื้อทีละมาก ๆ ได้ยาก Binance บอกว่าจะทยอยซื้อจนครบ 100% และบริษัทจะรับภาระเอง ไม่ให้ลูกค้าเสียหาย . 2. ยังถอนไม่ได้ทุกเครือข่าย  บางเหรียญหรือบางเครือข่ายยังไม่เปิดให้ถอน ต้องรออีกสักพัก . 3. แฮกเกอร์กำลังฟอกเงินต่อ FBI พบว่าแฮกเกอร์กำลังแปลงเหรียญที่ขโมยไปเป็น ETH และคาดว่าจะฟอกเงินต่อผ่าน DeFi และบริการแลกเหรียญทันที FBI จึงขอให้กระดานเทรดและบริษัทวิเคราะห์บล็อกเชนช่วยกันบล็อกกระเป๋าที่เกี่ยวข้อง . 4. ช่องโหว่ซับซ้อนกว่าที่คิด ตอนแรก Binance บอกว่าน่าจะเริ่มจากแล็ปท็อปของวิศวกรคนเดียว แต่ล่าสุด Richard Teng (Co-CEO) บอกว่าการโจมตีซับซ้อนกว่านั้น รายงานฉบับเต็มยังไม่ออก . สำหรับใครที่กังวลเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้นอีก แอดแบ่งเงินเป็น 3 ส่วนตามการใช้งานแบบนี้ครับ . - เงินที่เทรดบ่อย: เก็บไว้ในกระดาน เพื่อความสะดวก - เงินที่ถือยาว: เก็บในกระเป๋าที่ถือกุญแจเอง (self-custody) แฮกเกอร์เจาะกระดานได้ แต่เจาะกระเป๋าเราไม่ได้ ถ้าเราดูแลกุญแจดี - เงินที่อยากให้ถอนเป็นบาทได้ง่าย: แบ่งไว้ในกระดานที่ได้รับใบอนุญาตในไทย . แอดว่าเคสนี้ Binance รับมือได้เร็วกว่าที่หลายคนคิด แต่ก็เป็นเครื่องเตือนว่า ต่อให้กระดานใหญ่แค่ไหน ก็ยังโดนเจาะได้ครับ
1
364
ลองนึกภาพว่าเช้าวันหนึ่งเปิดแอปมา เจอข่าวว่ากระเป๋าซาโตชิที่นอนนิ่งมา 15 ปี ขยับเหรียญขึ้นมา แล้วคนที่ขยับไม่ใช่ซาโตชิ ถ้าเป็นคุณจะทำอะไร แอดไปฟัง อ.ตั๊ม พิริยะ ตอบคำถามนี้ไว้ในคลิป เลยสรุปมาให้ดูกัน . 🟩 1) ก่อนจะถึงฉากนั้น AI ต้องผ่านด่านแรกให้ได้ เหรียญของซาโตชิกว่า 1 ล้าน BTC ไม่ได้อยู่กระเป๋าเดียว แต่กระจายอยู่ในกระเป๋ากว่า 22,000 ใบ ใบละ 50 BTC . ที่เป็นใบละ 50 BTC เพราะยุคแรก ขุดเจอบล็อกหนึ่งได้รางวัล 50 BTC และแต่ละครั้งที่ขุดได้ก็เก็บไว้ในกระเป๋าใหม่ . โดยแต่ละใบมี Private Key แยกกันโดยสิ้นเชิง แฮ็กได้หนึ่งใบ ก็ไม่ได้ช่วยให้เปิดใบอื่นได้เลย เหมือนตู้เซฟ 22,000 ตู้ที่รหัสไม่ซ้ำกัน . อ.ตั๊มมองว่าการให้ AI แฮ็กให้หมดกว่า 20,000 ใบ แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย . 🟩 2) ถ้าทำได้จริง ก็ยังเอาเงินออกไปยาก สมมติว่า AI แฮ็กได้ครบจริง ๆ ปัญหาถัดมาคือบล็อกเชนโปร่งใส ทุกการโอนบันทึกไว้ให้ทุกคนเห็น ทันทีที่เหรียญซาโตชิขยับ คนทั้งโลกและ Exchange จะรู้ทันที . 📌 เหรียญพวกนั้นจะถูกมองเป็น "เงินโจร" และถูกระงับการทำธุรกรรม เพราะไม่ว่าจะโอนต่อไปกี่ทอด ก็ยังไล่ตามรอยได้ 📌 แผนที่โจรอาจคิดไว้คือเปิด Short (เดิมพันให้ราคาลง) แล้วเทขายเพื่อให้ราคาร่วงและทำกำไร แต่ถ้าแปลงเหรียญเป็นเงินสดไม่ได้ แผนนี้ก็เดินยากเช่นกัน . คล้ายกับกรณีเหรียญที่ถูกขโมยจาก Mt. Gox ที่ถูกแช่แข็งและเคลื่อนย้ายไปไหนไม่ได้ . 🟩 3) แล้วตลาดจะเป็นยังไง . อ.ตั๊มประเมินว่าถ้าข่าวนี้ออกมาจริง ตลาดอาจแพนิกและถูกเทขายจนราคาร่วง 60-70% ได้ ซึ่งเป็นเรื่องปกติของความผันผวน . แต่ไม่น่าถึงศูนย์ เพราะเมื่อความจริงปรากฏ ตลาดจะรู้ว่าเหรียญเหล่านั้นไม่ได้ทำให้ระบบ Bitcoin เสียหาย . แต่ๆๆๆ การที่ Exchange ระงับเหรียญโจร ขึ้นอยู่กับแต่ละแห่งจะทำ ไม่มีกลไกกลางที่บังคับทุกที่ได้ แอดเติมอีกข้อ ข้อ 1 เรื่อง 22,000 กระเป๋าใช้ป้องกันการไล่เดากุญแจทีละใบได้ . แต่ถ้าฉากทัศน์คือเทคโนโลยีใหม่อย่างควอนตัมถอดรหัสได้ทีละกุญแจ จำนวนกระเป๋าที่มากก็ช่วยได้แค่ซื้อเวลา ข้อนี้เป็นมุมแอดเองนะ ไม่ได้มาจากคลิป . แต่แน่นอนว่า นักพัฒนา Bitcoin ไม่ได้นิ่งนอนใจซะทีเดียว ปัจจุบันมีการสร้างรากฐานอย่าง BIP 360 ที่อัปเดตเข้าไปในโค้ดแล้ว เพื่อเป็นสะพานเชื่อมไปสู่การอัปเกรดอัลกอริทึมต้านทานควอนตัม (Quantum Resistance) ในอนาคตด้วยแล้ว . แล้วเพื่อน ๆ ถ้าเจอข่าวกระเป๋าซาโตชิขยับจริง ๆ จะทำยังไง ถือต่อ ขาย หรือรอดูก่อน มาแชร์กันได้นะ . *เนื้อหานี้เป็นข้อมูลเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน การลงทุนมีความเสี่ยง
2
4
499
ช่วงนี้หลายเพจลงข่าว "แฮกเกอร์ใช้ AI บุกธนาคาร 7 ประเทศพร้อมกัน" กันเยอะมาก แอดไปไล่เช็กต้นทางมาแล้ว เจอว่าข่าวนั้นเอาหลายเหตุการณ์ที่เกิดต่างเวลากันมามัดรวม ไม่ใช่แฮกเกอร์กลุ่มเดียวโจมตี 7 ประเทศ
.
แต่ระหว่างที่เช็ก แอดเจอข้อมูลที่น่ากังวลกว่านั้น คือรายงานจากบริษัทความปลอดภัยไซเบอร์ ซึ่งพบว่าแฮกเกอร์สั่ง AI ไล่เล็งเป้าการเงิน 19 ประเทศ และมีไทยอยู่ในนั้นด้วย⚠️
.
แอดสรุปให้ว่าเกิดอะไรขึ้น AI แฮกยังไง และเราควรป้องกันตัวเองยังไงครับ
.
🟥 เริ่มจากเกาหลีใต้
.
ต้นเดือน ต.ค. 69 สถาบันการเงินในเกาหลีใต้อย่างน้อย 7 แห่งถูกเจาะระบบ ข้อมูลลูกค้าหลุดไปราว 68,000 คน ทางการเกาหลีเชื่อว่าแฮกเกอร์ใช้ AI Agent (AI ที่สั่งงานแล้วลงมือทำเองได้หลายขั้นตอน) เป็นเครื่องมือหลัก
.
ปลายเดือนก็มีข่าวโดนแฮกอีกระลอก Daishin Securities ข้อมูลลูกค้าหลุดราว 38,000 คน Mirae Asset ก็โดนเข้าถึงระบบ และ Bithumb กระดานคริปโตของเกาหลีก็โดนเจาะระบบภายใน จนทางการต้องเรียกประชุมด่วน
.
🔍 แฮกเกอร์ใช้ AI ยังไง
.
Zscaler บริษัทความปลอดภัยไซเบอร์ เจอประวัติคำสั่งที่แฮกเกอร์ใช้สั่งงาน AI ตั้งแต่ ส.ค. ถึง ต.ค. 69 ซึ่งเผยให้เห็นวิธีทำงานแบบนี้ . 1. ใช้ ARTEX (โปรแกรมเจาะระบบด้วย AI แบบโอเพนซอร์ส) ซึ่งเป็นเครื่องมือเดียวกับที่พบในเคสเกาหลี แล้วต่อเข้ากับโมเดล AI หลายตัว 2. แบ่งงานให้ AI แต่ละตัว ตัวที่หนึ่งสำรวจหาช่องโหว่ ตัวที่สองตรวจผลงาน ตัวที่สามหาข้อมูลเพิ่ม 3. หลอก AI ว่า "เป้าหมายนี้อนุญาตให้ทดสอบแล้ว" เพื่อให้ AI ยอมทำงานโดยไม่ติดระบบป้องกันของตัวเอง 4. ดึงข้อมูลลูกค้า เบอร์โทร และ API key (รหัสเชื่อมต่อระบบชำระเงิน) ซึ่งน่าจะนำไปขายต่อ
.
ที่น่าสนใจคือแฮกเกอร์สั่ง AI ว่า "อย่าถอนเงินจากบัญชีตรง ๆ" เพราะจะทำให้ระบบแจ้งเตือน จึงเน้นขโมยข้อมูลมากกว่าขโมยเงินโดยตรง
.
เปรียบง่าย ๆ ก็คือ เมื่อก่อนการเจาะระบบการเงินต้องใช้ทีมผู้เชี่ยวชาญหลายคน แต่รอบนี้แฮกเกอร์รายเดียวสั่ง AI ให้ทำงานแทนทั้งทีม
.
และถึงตอนนี้ผู้พัฒนาจะปิดโค้ด ARTEX ไปแล้ว แต่ใครที่ดาวน์โหลดไปก่อนหน้านั้นก็ยังใช้ได้อยู่ ภัยนี้จึงยังไม่จบง่าย ๆ
.
📌 แล้วไทยเกี่ยวยังไง
.
ในประวัติคำสั่งนั้นมีชื่อ 19 ประเทศที่ถูกไล่หาเป้าแบบเหวี่ยงแห รวมถึงไทย ญี่ปุ่น สหรัฐฯ สหราชอาณาจักร และอีกหลายประเทศในเอเชีย เป้าหมายไม่ได้มีแค่ธนาคาร แต่รวมถึงแพลตฟอร์มคริปโต ระบบชำระเงิน และร้านค้าออนไลน์ด้วย
.
ตอนนี้ยังไม่มีรายงานว่าสถาบันการเงินไทยโดนเจาะนะครับ แต่การอยู่ในรายชื่อเป้าหมาย ก็แปลว่าไม่ควรประมาท
.
ภัยแบบนี้หนักพอที่ G7 (กลุ่ม 7 ประเทศเศรษฐกิจใหญ่ของโลก) ตกลงจัดซ้อมรับมือการโจมตีภาคการเงินด้วย AI ส่วนธนาคารกลางยุโรปก็สั่งให้แบงก์ในยูโรโซนส่งแผนป้องกันภายใน 31 ต.ค. นี้
.
🎭 ไม่ใช่แค่เจาะระบบ AI ยังถูกใช้หลอกคนด้วย
.
อย่างที่อิตาลี มิจฉาชีพใช้ AI ปลอมเสียงผู้บริหาร ร่วมกับส่งข้อความผ่าน WhatsApp จน Fideuram บริษัทลูกของ Intesa Sanpaolo ธนาคารใหญ่ที่สุดในอิตาลี โอนเงินออกไปถึง 95 ล้านยูโร (ราว 3,500 ล้านบาท) ตอนนี้ตามคืนได้บางส่วนแล้ว แต่ยังหายอยู่ราว 36 ล้านยูโร
.
ธนาคารยืนยันว่าระบบไม่ได้ถูกเจาะ แต่คนถูกหลอก ข้อนี้แหละที่ใกล้ตัวเราที่สุดครับ
.
🟩 เราป้องกันตัวเองยังไงได้บ้าง
.
ระบบของแบงก์เราคุมไม่ได้ แต่ด่านของตัวเองยังคุมได้ครับ - เปิด 2FA (ยืนยันตัวตน 2 ชั้น) ทุกแอปที่มีเงิน ทั้งแบงก์ โบรกเกอร์ และกระดานคริปโต - ไม่ใช้รหัสผ่านซ้ำกันหลายเว็บ เพราะถ้าเว็บไหนหลุด แฮกเกอร์จะเอารหัสนั้นไปลองกับเว็บอื่นต่อ - ข้อมูลที่หลุดมักถูกนำไปหลอกต่อ ถ้ามี SMS หรือสายโทรเข้าอ้างเป็นแบงก์ ห้ามกดลิงก์ ให้โทรกลับเบอร์ทางการเท่านั้น - ถ้ามีคนโทรหรือส่งข้อความมาขอให้โอนเงินด่วน ต่อให้เสียงเหมือนคนรู้จักแค่ไหน ให้วางสายแล้วโทรกลับไปยืนยันเองก่อน
.
แอดว่าที่น่ากลัวไม่ใช่ว่า AI เก่งขึ้น แต่คือคนที่ไม่มีความรู้เรื่องแฮกเลย ก็เริ่มแฮกและหลอกคนได้แล้ว ทางการเกาหลีเองก็พูดแบบเดียวกันครับ
2
1,283
ข่าว Binance โดนแฮก 6,300 ล้านดอลลาร์ ชื่อที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือ “Lazarus” แต่ถ้าไปอ่านรายงานของบริษัทวิเคราะห์บล็อกเชน จะเจออีกชื่อหนึ่งคือ “TraderTraitor”
.
หลายคนเลยงงว่าตกลงเป็นกลุ่มไหน แอดสรุปให้ว่าสองชื่อนี้ต่างกันยังไง กลุ่มนี้เคยทำอะไรมาบ้าง และทำไมถึงเล็งคริปโตครับ🕵️
.
🟥 Lazarus คือใคร
.
Lazarus คือชื่อที่ใช้เรียกกลุ่มแฮกเกอร์ที่รัฐบาลเกาหลีเหนือหนุนหลัง ทางการสหรัฐฯ ระบุว่ากลุ่มนี้อยู่ใต้หน่วยข่าวกรองของกองทัพเกาหลีเหนือ ไม่ใช่แฮกเกอร์อิสระทั่วไป
.
ก่อนจะหันมาปล้นคริปโต กลุ่มนี้มีผลงานดังมาแล้วหลายครั้ง - ปี 2014: แฮก Sony Pictures หลังหนังล้อผู้นำเกาหลีเหนือจะเข้าฉาย - ปี 2016: เจาะระบบโอนเงินของธนาคารกลางบังกลาเทศ ขโมยเงินไปราว 81 ล้านดอลลาร์ - ปี 2017: ถูกสหรัฐฯ และอังกฤษระบุว่าอยู่เบื้องหลังมัลแวร์เรียกค่าไถ่ WannaCry ที่ระบาดไปทั่วโลก
.
🔍 แล้ว TraderTraitor ล่ะ
.
ให้นึกภาพว่า Lazarus เป็นชื่อแก๊งใหญ่ ส่วน TraderTraitor คือทีมย่อยในแก๊งนั้นที่ถนัดงานปล้นคริปโตโดยเฉพาะ
. - สื่อทั่วไป มักใช้ชื่อ Lazarus เพราะคนรู้จักมากกว่า - FBI และบริษัทวิเคราะห์บล็อกเชน อย่าง TRM Labs และ Chainalysis ใช้ชื่อ TraderTraitor เวลาต้องการระบุให้เจาะจงว่าเป็นทีมไหน
.
เพราะฉะนั้นเวลาเห็นข่าวบอกว่า “Lazarus” หรือ “TraderTraitor” ก็หมายถึงคนกลุ่มเดียวกันในภาพใหญ่ แค่เรียกละเอียดไม่เท่ากัน
.
📌 ผลงานปล้นคริปโตที่ถูกโยงกับกลุ่มนี้
. - Ronin (เกม Axie Infinity) ปี 2022: ราว 620 ล้านดอลลาร์ FBI ระบุว่าเป็น Lazarus - DMM Bitcoin (ญี่ปุ่น) ปี 2024: กว่า 300 ล้านดอลลาร์ FBI ระบุว่าเป็น TraderTraitor - Bybit ปี 2025: ราว 1,500 ล้านดอลลาร์ FBI ระบุว่าเป็น TraderTraitor ภายใน 5 วัน - Bitget ก.ย. 2026: ราว 350-390 ล้านดอลลาร์ ผู้ต้องสงสัย - Binance ต.ค. 2026: ราว 6,300 ล้านดอลลาร์ ผู้ต้องสงสัย
.
ที่เชื่อม Bitget กับ Binance เข้าด้วยกัน คือนักสืบบล็อกเชนพบว่าเงินที่ขโมยจากทั้งสองเคสไปรวมอยู่ที่กระเป๋าเดียวกัน
.
🎭 วิธีที่กลุ่มนี้ใช้: หลอกคนก่อนเจาะระบบ
.
FBI เล่าว่า TraderTraitor ชอบเจาะผ่านพนักงานของบริษัท อย่างเคส DMM Bitcoin แฮกเกอร์ปลอมตัวเป็นฝ่ายรับสมัครงาน แล้วส่ง "แบบทดสอบเขียนโค้ด" ที่ฝังมัลแวร์ไปให้พนักงานคนหนึ่งทำ พอได้สิทธิ์เข้าระบบ ก็แก้คำสั่งโอนเงินให้เงินไหลเข้ากระเป๋าตัวเอง
.
เคส Binance ก็คล้ายกัน ผลเบื้องต้นชี้ว่าเริ่มจากแล็ปท็อปของวิศวกรคนเดียว
.
💰 แล้วทำไมถึงเล็งคริป?
.
เกาหลีเหนือโดนคว่ำบาตรจนแทบค้าขายกับใครไม่ได้ การปล้นคริปโตจึงกลายเป็นช่องทางหาเงินเข้าประเทศ คณะผู้เชี่ยวชาญของสหประชาชาติเคยรายงานว่า เงินจากการแฮกถูกนำไปใช้สนับสนุนโครงการอาวุธของเกาหลีเหนือนั่นเอง
1
2
576
หลายคนทำงานมาหลายปี เงินเดือนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แต่เงินที่นำไปลงทุนกลับยังเท่าเดิม ตอนเริ่มทำงาน DCA เดือนละ 1,500 บาท ผ่านไป 5 ปี แม้เงินเดือนจะสูงขึ้นแล้ว ก็ยังลงทุนเดือนละ 1,500 บาทเหมือนเดิม . ในขณะที่ค่ากิน ค่าเที่ยว ค่าผ่อนรถ และมาตรฐานการใช้ชีวิตกลับค่อย ๆ เพิ่มขึ้นตามรายได้ สุดท้ายเงินเดือนเพิ่มขึ้น แต่เงินลงทุนไม่เคยเพิ่มตามครับ . ต้องบอกก่อนว่า DCA ไม่ใช่วิธีที่ผิดนะ เพราะตามนิยาม การ DCA คือการลงทุนด้วยจำนวนเงินเท่า ๆ กันอย่างสม่ำเสมอ โดยไม่สนใจว่าตลาดกำลังขึ้นหรือลง ทำให้เราซื้อได้จำนวนหน่วยมากขึ้นเมื่อราคาต่ำ และซื้อได้น้อยลงเมื่อราคาสูง . แต่ DCA ช่วยสร้างวินัยในการลงทุน ไม่ได้ช่วยเพิ่มจำนวนเงินลงทุนให้อัตโนมัติ เมื่อรายได้ของเราเติบโตขึ้น หากอยากให้พอร์ตโตเร็วขึ้น การลงทุนด้วยจำนวนเท่าเดิมตลอดอาจยังไม่พอครับ . วันนี้แอดเลยอยากชวนมารู้จักเทคนิคที่เรียกว่า “Annual Boost” หรือการเพิ่มเงิน DCA ตามรายได้ ซึ่งอาจช่วยให้พอร์ตปลายทางโตขึ้นกว่า 3 เท่า โดยไม่จำเป็นต้องเลือกหุ้นเก่งขึ้นหรือเสี่ยงมากกว่าเดิมเลย . 1. อย่า DCA ด้วยจำนวนเงินเท่าเดิมตลอดชีวิต . แนวคิด Annual Boost มีหลักฐานสนับสนุนจากงานวิจัยด้านเศรษฐศาสตร์พฤติกรรมที่ชื่อว่า “Save More Tomorrow” ของ Richard Thaler และ Shlomo Benartzi . แนวคิดของงานวิจัยคือ ให้พนักงานตกลงล่วงหน้าว่า เมื่อได้รับการขึ้นเงินเดือน จะเพิ่มสัดส่วนเงินออมเพื่อเกษียณตามไปด้วย . ผลจากการทดลองครั้งแรกพบว่า ผู้เข้าร่วมโครงการมีอัตราการออมเฉลี่ยเพิ่มจาก 3.5% เป็น 13.6% ภายใน 40 เดือน และ 80% ของผู้ที่เข้าร่วมยังอยู่ในโครงการต่อเนื่องจนถึงการขึ้นเงินเดือนครั้งที่สี่ครับ  . พูดง่าย ๆ คือ คนเราอาจเพิ่มเงินออมได้ง่ายกว่า หากตัดสินใจล่วงหน้าว่าจะนำ “รายได้ที่ยังไม่ได้รับ” บางส่วนมาออม แทนที่จะรอให้เงินเดือนเข้าก่อนแล้วค่อยตัดสินใจ . ลองดูตัวอย่างนี้กัน  . สมมติว่าเราเริ่ม DCA เดือนละ 1,500 บาท เป็นเวลา 30 ปี และพอร์ตให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 7% ต่อปี . 🟧ก่อนทำ Annual Boost . ลงทุนเดือนละ 1,500 บาทเท่าเดิมตลอด 30 ปี - เงินต้นที่ลงทุนประมาณ 540,000 บาท - พอร์ตปลายทางประมาณ 1.83 ล้านบาท . 🟩หลังทำ Annual Boost . เริ่มจากเดือนละ 1,500 บาทเหมือนเดิม แต่เพิ่มเงิน DCA ขึ้นปีละ 10% - ปีแรก DCA เดือนละ 1,500 บาท - ปีที่ห้า เพิ่มเป็นประมาณ 2,200 บาท - ปีที่สิบ เพิ่มเป็นประมาณ 3,500 บาท - เงินต้นที่ลงทุนตลอด 30 ปีประมาณ 2.96 ล้านบาท - พอร์ตปลายทางประมาณ 6.26 ล้านบาท . หรือคิดเป็นประมาณ 3.4 เท่าของการ DCA ด้วยจำนวนเงินเท่าเดิม . แต่ต้องย้ำว่า เงิน 6.26 ล้านบาทไม่ได้เกิดจากการเสกผลตอบแทนให้สูงขึ้น เพราะทั้งสองกรณีใช้สมมติฐานผลตอบแทน 7% เท่ากัน . ความแตกต่างเกิดจากกรณี Annual Boost ใส่เงินต้นมากกว่า และเงินที่เพิ่มเข้ามาในแต่ละปีมีเวลาเติบโตต่อผ่านพลังของดอกเบี้ยทบต้นนั่นเอง . 2. เงินเดือนเพิ่ม ต้องเพิ่มเงินลงทุนก่อนเพิ่มค่าใช้จ่าย . ข้อผิดพลาดของมนุษย์เงินเดือนจำนวนมาก คือเมื่อเงินเดือนเพิ่มขึ้น ค่าใช้จ่ายมักเพิ่มตามทันที . จากที่เคยกินมื้อละ 60 บาท ก็เริ่มขยับเป็น 100 บาท
จากที่เคยใช้รถคันเดิม ก็เริ่มอยากผ่อนรถคันใหม่
จากที่เคยเที่ยวใกล้ ๆ ก็เริ่มอยากเดินทางไกลขึ้น . สุดท้ายเงินเดือนเพิ่มขึ้นหลายครั้ง แต่เงินเก็บและเงินลงทุนแทบไม่เปลี่ยนแปลงครับ . วิธีที่แอดมองว่าทำได้จริง คือกำหนดกติกาไว้ล่วงหน้าเลยว่า ทุกครั้งที่เงินเดือนเพิ่ม จะนำรายได้ส่วนเพิ่มบางส่วนมาลงทุน . ตัวอย่างเช่น  - หากเงินเดือนเพิ่มขึ้น 3,000 บาท  - อาจแบ่ง 1,500 บาทไปเพิ่มคุณภาพชีวิต  - และอีก 1,500 บาทนำไปเพิ่มเงิน DCA . เราจึงยังมีความสุขกับชีวิตในวันนี้ พร้อมกับสร้างอิสรภาพให้ตัวเองในอนาคตไปด้วย . หากเพิ่มเงิน DCA ปีละ 10% ไม่ไหว อาจเริ่มจาก 5% หรือเพิ่มเฉพาะปีที่ได้รับการปรับเงินเดือนก็ได้ . FINRA ยังแนะนำว่า การตั้งระบบลงทุนอัตโนมัติช่วยลดแรงกดดันจากการพยายามจับจังหวะซื้อ และลดโอกาสที่อารมณ์จะเข้ามารบกวนการตัดสินใจลงทุนครับ  . จำนวนเงินที่ดีที่สุดจึงไม่ใช่จำนวนที่ทำให้ผลลัพธ์บนเครื่องคิดเลขดูสวยที่สุด แต่เป็นจำนวนที่เราสามารถลงทุนต่อเนื่องได้ โดยไม่ต้องถอนออกมาใช้กลางทางครับ . 3. ผลตอบแทนสำคัญ แต่ “ระยะเวลาและวินัย” สำคัญกว่า . พอร์ตที่ใช้ทำ DCA ระยะยาวไม่จำเป็นต้องซับซ้อน หรือมีหุ้นรายตัวเต็มพอร์ตครับ เราอาจใช้กองทุนหรือ ETF ที่กระจายลงทุนในหุ้นทั่วโลกเป็นแกนหลัก  . และมีตราสารหนี้ช่วยลดความผันผวน เช่น - หุ้นทั่วโลก 70% สำหรับการเติบโตระยะยาว - ตราสารหนี้ 30% สำหรับช่วยลดความผันผวนของพอร์ต /1
3
1
566
/2 สัดส่วนนี้เป็นเพียงตัวอย่าง ไม่ใช่สูตรที่เหมาะกับทุกคน เพราะสัดส่วนสินทรัพย์ควรพิจารณาจากเป้าหมาย ระยะเวลาลงทุน และความสามารถในการรับความเสี่ยงของแต่ละคนครับ . Vanguard อธิบายว่า การกระจายเงินไปยังสินทรัพย์ อุตสาหกรรม และภูมิภาคที่แตกต่างกัน ช่วยลดผลกระทบจากการที่สินทรัพย์ตัวใดตัวหนึ่งปรับตัวลง  . ส่วนการ Rebalance จะช่วยดึงพอร์ตกลับมาอยู่ในระดับความเสี่ยงที่เราวางไว้  เพราะต่อให้พอร์ตมีโอกาสสร้างผลตอบแทนสูง  . แต่ถ้าเราทนเห็นพอร์ตติดลบไม่ได้ และขายทิ้งทุกครั้งที่ตลาดตก พลังของดอกเบี้ยทบต้นก็ไม่มีโอกาสทำงานครับ . แอดมองว่าพอร์ตที่ดีจึงไม่ใช่พอร์ตที่ให้ผลตอบแทนสูงที่สุดในปีใดปีหนึ่ง แต่เป็นพอร์ตที่เราสามารถถือได้ยาวนานพอ โดยไม่หลุดจากแผนกลางทางครับ . 📌สรุปสูตรปั้นพอร์ต DCA ให้โตขึ้น . 1. เริ่ม DCA จากจำนวนเงินที่เราทำไหว 2. เพิ่มเงินลงทุนปีละ 5–10% ตามรายได้ 3. กำหนดล่วงหน้าว่าเมื่อเงินเดือนเพิ่ม จะนำบางส่วนมาลงทุน 4. ลงทุนในพอร์ตที่กระจายความเสี่ยงและค่าธรรมเนียมไม่สูง 5. ตั้งระบบลงทุนอัตโนมัติ และทำต่อเนื่องให้นานพอ . สิ่งที่ช่วยให้พอร์ตโตขึ้น อาจไม่ใช่การค้นพบหุ้นตัวต่อไปที่จะขึ้นสิบเท่า . แต่อาจเป็นเพียงการไม่ปล่อยให้เงิน DCA หยุดอยู่ที่จำนวนเดิม ในขณะที่รายได้ของเราเพิ่มขึ้นทุกปี . เพราะเงินเดือนที่เพิ่มขึ้น ไม่ได้มีไว้ยกระดับชีวิตในวันนี้เพียงอย่างเดียว แต่มันควรถูกแบ่งบางส่วนไปซื้อ "อิสรภาพในอนาคต" ให้เราด้วย
.
📌ปล. สำหรับใครที่มีสัดส่วนคริปโทฯ อยู่ในพอร์ตด้วย แอดอยากให้ระวังจุดหนึ่งเวลาเอา Annual Boost ไปใช้
.
เพราะตัวเลข 6.26 ล้านในตัวอย่างข้างบน ตั้งอยู่บนสมมติฐานผลตอบแทน 7% ที่ค่อนข้างนิ่ง ซึ่งเป็นคาแรกเตอร์ของพอร์ตกระจายความเสี่ยง ไม่ใช่คาแรกเตอร์ของสินทรัพย์ที่ผันผวน 50-80% ได้ในรอบเดียว
.
แปลว่าถ้าจะบูสต์ ควรบูสต์ที่ "พอร์ตแกน" เป็นหลัก ส่วนคริปโทฯ ให้เพิ่มตามสัดส่วนเดิมที่ตั้งไว้ ไม่ใช่เพิ่มเพราะปีนั้นมันวิ่งแรง เพราะนั่นคือการขยายความเสี่ยงไปเรื่อย ๆ โดยที่ความสามารถรับความเสี่ยงของเราไม่ได้โตตาม
.
ส่วนเรื่องระบบอัตโนมัติที่ FINRA แนะนำว่าช่วยตัดอารมณ์ออกจากการตัดสินใจ ฝั่งคริปโทฯ ก็ทำได้เหมือนกัน — อย่าง BINANCE TH ที่อยู่ภายใต้การกำกับของ ก.ล.ต. ไทย ก็ตั้งแผนซื้ออัตโนมัติเป็นรอบ ๆ แล้วมาปรับยอดขึ้นทีหลังตามหลัก Annual Boost ได้ แต่ย้ำว่าตัวระบบช่วยเรื่อง "วินัย" อย่างเดียว ไม่ได้ช่วยเรื่องราคาขึ้นลง ตรงนั้นยังเป็นความเสี่ยงที่เราแบกเองเต็ม ๆ อยู่ดี
.
แล้วเพื่อน ๆ ล่ะครับ ตอนนี้ DCA เดือนละเท่าไหร่ และขึ้นเงินเดือนรอบล่าสุดได้เพิ่มเงินลงทุนตามมั้ย? มาแชร์กันในคอมเมนต์
.
━━━━━━━━━━━━━
⚠️ คริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวน โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้
.
📌 โพสต์นี้เป็นคอนเทนต์ที่จัดทำโดยทางเพจเองในฐานะ BINANCE TH Affiliate ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อการแนะนำผู้ใช้บริการเกี่ยวกับโทเคนดิจิทัลเท่านั้น มิใช่การให้คำแนะนำการลงทุนหรือการชักชวนให้ลงทุน ผู้ที่สนใจควรศึกษาข้อมูลและพิจารณาความเหมาะสมก่อนตัดสินใจลงทุน
.
🔗 ใครยังไม่มีบัญชี BINANCE TH สมัครที่ accounts.binance.th/th/regis…
347
ตี 1 คืนนี้มี FOMC นะ ระวังความผันผวนกันด้วย โอกาสขึ้นดอกในเดือนนี้บน Prediction Market มี 5% แต่โอกาสขึ้นดอกในเดือนหน้าอยู่ 80% ถ้าโอกาสที่ตลาดจะขึ้น ผลเดือนนี้ต้องออกมาคงดอก และในช่วงแถลงตอน 1.30 น. ก็ต้องไม่แสดงแนวโน้มว่าขึ้นดอกด้วยในเดือนพฤศจิกา แต่ถ้าเกิดออกมาขึ้นดอกตั้งแต่เดือนนี้ และเดือนหน้าจะขึ้นต่ออีก ตลาดคงลงหนักกันต่อ ทอง คริปโต หุ้นน่าจะดิ่ง แต่ถ้าออกมากลาง ๆ และมีคงามเป็นได้มากสุดคือ คงดอกเดือนนี้ และแถลงว่ามีแนวโน้มขึ้นดอกเดือนหน้า ตลาดน่าจะผันผวน แต่มองขึ้นก่อนค่อยลงต่อ ใครยังไม่นอนมาเทรดชนข่าวกันดิสนี้ discord.gg/DcEDnetCxy
4
527
คืนนี้เจอกันในดิสน้าา แอดนินจามีไลฟ์ชนข่าว 🙏
คืนนี้มีไลฟ์นะจั๊บ มาเทรดชนข่าวกัน 00.45 น. เจอกันฮั๊บบ
410
Ep3 ตอนจบ มรดกชิ้นสุดท้าย . #มรดก #การเงินครอบครัว #Stockerday
1
3
538
หลายคนน่าจะเคยได้ยินว่า เราควรมีเงินสำรองฉุกเฉินประมาณ 3-6 เดือนของค่าใช้จ่าย . แต่ถ้าเป็นฟรีแลนซ์ เงินสำรอง 3 เดือนอาจยังไม่ปลอดภัยอย่างที่คิด . เพราะมนุษย์เงินเดือนยังพอรู้ว่า สิ้นเดือนจะมีเงินเข้ามาเท่าไหร่ ขณะที่ฟรีแลนซ์อาจมีงานเต็มมือในเดือนนี้ แล้วว่างยาวไปอีก 1-2 เดือนก็ได้ . แอดไปฟังที่โค้ชหนุ่ม ช่วยวางแผนการเงินให้ฟรีแลนซ์วัย 24 ปี มา คิดว่าน่าจะมีประโยชน์กับคนที่มีเคสคล้าย ๆ กัน . - มีรายได้เฉลี่ยประมาณ 20,000 บาทต่อเดือน - มีเงินสำรองอยู่ประมาณ 30,000 บาท  - แบ่งเงินเป็นระบบทั้งค่าใช้จ่ายส่วนตัว เงินให้ครอบครัว เงินออม และการลงทุนแล้ว . แม้ฟังดูเหมือนจัดการเงินดีแล้ว แต่โค้ชหนุ่มมองว่า เงินสำรองประมาณ 3 เดือนอาจยังน้อยเกินไปสำหรับอาชีพที่รายได้ไม่ต่อเนื่อง . 1. เงินสำรอง 3 เดือน อาจหมดก่อนรายได้ก้อนใหม่จะมา . สมมติเรามีค่าใช้จ่ายจำเป็นเดือนละ 10,000 บาท เงินสำรอง 30,000 บาทก็ช่วยให้เราอยู่ได้ประมาณ 3 เดือน . แต่ไม่มีใครรับประกันว่า พอเข้าเดือนที่ 4 แล้วจะมีงานใหม่เข้ามาพอดี . บางครั้งโปรเจกต์อาจถูกเลื่อน ลูกค้าจ่ายเงินช้า หรือมีงานเข้ามาแล้ว แต่ต้องทำไปอีกหลายสัปดาห์กว่าจะได้รับเงินจริง . ปัญหาของฟรีแลนซ์จึงไม่ใช่แค่ “มีงานหรือไม่มีงาน” แต่คือเราไม่รู้แน่ชัดว่าเงินก้อนต่อไปจะเข้ามาเมื่อไหร่ . 2. อย่างน้อยควรมี 6 เดือน ถ้าอยากสบายใจให้มองไปถึง 12 เดือน . โค้ชหนุ่มแนะนำว่า ฟรีแลนซ์ควรตั้งเป้าเงินสำรองอย่างน้อย 6 เดือนของค่าใช้จ่ายจำเป็น . และถ้าอยากหลับสบายขึ้น หรือทำงานในสายที่มีช่วงว่างระหว่างโปรเจกต์นาน อาจขยายเป้าหมายไปถึง 12 เดือน . ถ้าเรามีค่าใช้จ่ายจำเป็นเดือนละ 10,000 บาท -เงินสำรอง 6 เดือน คือ 60,000 บาท -เงินสำรอง 12 เดือน คือ 120,000 บาท . แต่ไม่ได้แปลว่าทุกคนต้องมีเงินเท่ากัน เพราะคนที่อยู่คนเดียว ไม่มีหนี้ อาจใช้เงินน้อยกว่าคนที่ต้องดูแลครอบครัว . วิธีคิดง่าย ๆ คือ ถ้าวันนี้ไม่มีงานเข้ามาเลย เราต้องใช้เวลากี่เดือนกว่าจะหารายได้ใหม่ได้ และระหว่างนั้นยังมีค่าใช้จ่ายอะไรที่หยุดไม่ได้บ้าง . 3. เงินสำรองต้องแยกจากเงินลงทุน . หุ้น ทองคำ หรือสินทรัพย์อื่น อาจมีมูลค่าและขายเป็นเงินได้ แต่ไม่ควรถูกนับเป็นเงินสำรองฉุกเฉินทั้งหมด . เพราะถ้าไม่มีงานในช่วงที่ตลาดกำลังลง เราอาจถูกบังคับให้ขายสินทรัพย์ขาดทุน เพียงเพื่อนำเงินมาใช้จ่าย . เงินสำรองจึงควรอยู่ในที่ที่หยิบใช้ได้ง่าย มูลค่าไม่ผันผวน และไม่ต้องรอจังหวะขาย . หน้าที่ของมันไม่ใช่สร้างผลตอบแทนสูงสุด แต่คือช่วยให้เราผ่านช่วงที่รายได้หายไปได้โดยไม่ต้องทำลายแผนการเงินระยะยาว . 4. ไม่ต้องกดดันตัวเองให้เก็บครบ 12 เดือนทันที . ถ้าตอนนี้ยังมีเงินสำรองไม่มาก ให้เริ่มจากเป้าหมาย 3 เดือนก่อน แล้วค่อยขยับไป 6 เดือน และ 12 เดือนตามลำดับ . ส่วนเดือนที่มีรายได้เข้ามามากกว่าปกติ อย่าเพิ่งรีบเพิ่มค่าใช้จ่ายตามรายได้ แต่แบ่งเงินส่วนหนึ่งมาเติมกองฉุกเฉินไว้ก่อน . เพราะรายได้ก้อนใหญ่ของเดือนนี้ อาจต้องช่วยเลี้ยงเราในเดือนที่ไม่มีงานด้วย . สิ่งที่น่าสนใจคือ เงินสำรองไม่ได้มีไว้แค่จ่ายค่าเช่าหรือค่าอาหาร แต่มันยังซื้อ “สิทธิ์ในการเลือก” ให้เราด้วย . เมื่อมีเงินสำรองมากพอ เราไม่ต้องรีบรับทุกงานเพราะกลัวไม่มีเงินใช้ สามารถปฏิเสธงานที่กดราคา และรอโปรเจกต์ที่ช่วยให้เราเติบโตได้มากกว่าเดิม . ดังนั้นเงินสำรอง 3 เดือนไม่ได้แย่ แต่มันอาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้นสำหรับคนที่มีรายได้ไม่แน่นอน . เพราะความมั่นคงของฟรีแลนซ์ ไม่ใช่การมีงานเข้าทุกเดือน แต่คือวันที่งานไม่เข้า ชีวิตเรายังเดินต่อได้โดยไม่ต้องรีบขายของ ไม่ต้องก่อหนี้ และไม่ต้องรับทุกงานเพราะความกลัวครับ . ใครอยากฟังเต็ม ๆ ไปดูได้ที่ “คัมภีร์การเงินฟรีแลนซ์วัย 24 บริหารเงินยังไงในวันที่รายได้ไม่แน่นอน?” TMC Podcast EP.124 โลดด
4
472
Stocker Day retweeted
มือใหม่เปิดกราฟแล้วงงกันมั้ย? จริงๆ ดูอินดิเคเตอร์เป็นแค่ 2 ตัวนี้ก่อนก็พอแล้ว . อินดิเคเตอร์คืออะไร? ให้นึกว่าเป็นตัวช่วยแปลภาษากราฟให้เราอ่านง่ายขึ้น ไม่ได้ทำนายอนาคต แต่ช่วยให้เราเห็นว่า ตอนนี้ตลาดกำลังไปทางไหน แรงซื้อหรือแรงขายมากกว่ากัน . 1. MA = เส้นค่าเฉลี่ยราคา ดูเทรนด์ บนกราฟ BINANCE TH ที่คุณเห็นมี 3 เส้น - MA7 สีเหลือง = ค่าเฉลี่ย 7 วัน คือเทรนด์สั้นๆ - MA50 สีชมพู = ค่าเฉลี่ย 50 วัน คือเทรนด์กลาง - MA100 สีม่วง = ค่าเฉลี่ย 100 วัน คือเทรนด์ยาว วิธีดูแบบไม่งง - ถ้าเส้นสั้นอยู่บนเส้นยาวทั้งหมด = เทรนด์หลักยังเป็นขาขึ้น - ถ้าเส้นอยู่ห่างกันมาก = ตอนนั้นขึ้นแรง - ถ้าเส้นเริ่มเข้ามาชิดกันแบบในรูปตอนนี้ ตรงโซน 82,300 - 82,400 = แปลว่ากำลังพักตัว ไม่ได้ไปไหนไกล . นักเทรดเลยชอบใช้ MA เป็นแนวรับ-ต้านคร่าวๆ เวลาราคาย่อลงมาใกล้เส้น MA50 หรือ MA100 แล้วเด้ง . 2. MACD = ดูแรงซื้อ แรงขาย อยู่ด้านล่างของกราฟ เป็นแท่งๆ เขียวแดง - แท่งเขียว = แรงซื้อมากกว่า - แท่งแดง = แรงขายมากกว่า - เส้นเหลือง DIF ตัดเหนือเส้นชมพู DEA = แรงซื้อเริ่มกลับมา - เส้นเหลืองตัดลงใต้เส้นชมพู = แรงซื้อแผ่วลง . จากรูป BTC/USDT 1 วัน ตอนนี้ Histogram เป็นแท่งแดง และ DIF อยู่ใต้ DEA แปลว่าแรงระยะสั้นแผ่วลง สอดคล้องกับที่ MA มาชิดกัน . แล้วกราฟ BTC ในรูปนี้บอกอะไร? .
ถ้าดูรวมกันทั้ง 2 ตัว กราฟนี้ขึ้นมาแรงช่วงปลายเดือน ก.ค. - ส.ค. แล้วตอนนี้ไม่ได้ทำ High ใหม่ แต่แกว่งออกข้างในกรอบ 82,239 - 84,898 .
ทรงนี้ภาษาเทรดเรียกว่า Sideways พักฐาน หลังจากขึ้นแรง มักจะพักเพื่อสะสมแรงก่อนเลือกทางต่อ ซึ่งหมายความว่า ต้องรอให้เบรกกรอบบนหรือล่างให้ชัดก่อน  . พอดูเป็นแล้ว จะลองซื้อขายที่ไหน? บนแอป BINANCE TH ทำได้ในหน้าเดียวเลย 1. เปิดแอป > เลือกเหรียญ BTC/USDT > กดที่กราฟ 2. กดเปลี่ยน Timeframe ได้เลย เส้น / 15 นาที / 1 ชม. / 4 ชม. / 1 วัน 3. กดปุ่มด้านล่าง MA / EMA / BOLL / VOL / MACD / RSI เพื่อเพิ่มอินดิเคเตอร์ 4. ดู Order Book แบบ Real-time ได้ และกดปุ่มเขียว ซื้อ / แดง ขาย ได้ทันที . มือใหม่แนะนำเริ่มที่เมนู Easy Buy/Sell ซื้อด้วยเงินบาท เริ่มต้นไม่ต้องเยอะก็ได้ พอคล่องแล้วค่อยไปใช้ Spot เพื่อตั้งราคาซื้อขายเองได้ . อยากลองเปิดกราฟตามรูปนี้ ลองโหลดแอป BINANCE TH มาดูได้เลยครับ . 📌สมัครใหม่ตอนนี้มี New User Mission ทำครบ 4 ขั้น รับสูงสุด 1,150 บาทเป็น BNB ด้วย .
สมัครได้ที่ : accounts.binance.th/th/regis…  หรือกรอก Ref Code: STOCKDxBNTH1 .
รายละเอียดแคมเปญ : binance.th/th/campaign/NewUs… . #BinanceTH . *การลงทุนเป็นการตัดสินใจส่วนบุคคล แอดแค่นำข้อมูลกิจกรรมมาแจ้งให้ทราบ *สินทรัพย์ดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งจำนวน และผลตอบแทนในอดีตไม่ได้การันตีผลตอบแทนในอนาคต โปรดศึกษาข้อมูลและเงื่อนไขกิจกรรมก่อนตัดสินใจ
1
6
477
มือใหม่เปิดกราฟแล้วงงกันมั้ย? จริงๆ ดูอินดิเคเตอร์เป็นแค่ 2 ตัวนี้ก่อนก็พอแล้ว . อินดิเคเตอร์คืออะไร? ให้นึกว่าเป็นตัวช่วยแปลภาษากราฟให้เราอ่านง่ายขึ้น ไม่ได้ทำนายอนาคต แต่ช่วยให้เราเห็นว่า ตอนนี้ตลาดกำลังไปทางไหน แรงซื้อหรือแรงขายมากกว่ากัน . 1. MA = เส้นค่าเฉลี่ยราคา ดูเทรนด์ บนกราฟ BINANCE TH ที่คุณเห็นมี 3 เส้น - MA7 สีเหลือง = ค่าเฉลี่ย 7 วัน คือเทรนด์สั้นๆ - MA50 สีชมพู = ค่าเฉลี่ย 50 วัน คือเทรนด์กลาง - MA100 สีม่วง = ค่าเฉลี่ย 100 วัน คือเทรนด์ยาว วิธีดูแบบไม่งง - ถ้าเส้นสั้นอยู่บนเส้นยาวทั้งหมด = เทรนด์หลักยังเป็นขาขึ้น - ถ้าเส้นอยู่ห่างกันมาก = ตอนนั้นขึ้นแรง - ถ้าเส้นเริ่มเข้ามาชิดกันแบบในรูปตอนนี้ ตรงโซน 82,300 - 82,400 = แปลว่ากำลังพักตัว ไม่ได้ไปไหนไกล . นักเทรดเลยชอบใช้ MA เป็นแนวรับ-ต้านคร่าวๆ เวลาราคาย่อลงมาใกล้เส้น MA50 หรือ MA100 แล้วเด้ง . 2. MACD = ดูแรงซื้อ แรงขาย อยู่ด้านล่างของกราฟ เป็นแท่งๆ เขียวแดง - แท่งเขียว = แรงซื้อมากกว่า - แท่งแดง = แรงขายมากกว่า - เส้นเหลือง DIF ตัดเหนือเส้นชมพู DEA = แรงซื้อเริ่มกลับมา - เส้นเหลืองตัดลงใต้เส้นชมพู = แรงซื้อแผ่วลง . จากรูป BTC/USDT 1 วัน ตอนนี้ Histogram เป็นแท่งแดง และ DIF อยู่ใต้ DEA แปลว่าแรงระยะสั้นแผ่วลง สอดคล้องกับที่ MA มาชิดกัน . แล้วกราฟ BTC ในรูปนี้บอกอะไร? .
ถ้าดูรวมกันทั้ง 2 ตัว กราฟนี้ขึ้นมาแรงช่วงปลายเดือน ก.ค. - ส.ค. แล้วตอนนี้ไม่ได้ทำ High ใหม่ แต่แกว่งออกข้างในกรอบ 82,239 - 84,898 .
ทรงนี้ภาษาเทรดเรียกว่า Sideways พักฐาน หลังจากขึ้นแรง มักจะพักเพื่อสะสมแรงก่อนเลือกทางต่อ ซึ่งหมายความว่า ต้องรอให้เบรกกรอบบนหรือล่างให้ชัดก่อน  . พอดูเป็นแล้ว จะลองซื้อขายที่ไหน? บนแอป BINANCE TH ทำได้ในหน้าเดียวเลย 1. เปิดแอป > เลือกเหรียญ BTC/USDT > กดที่กราฟ 2. กดเปลี่ยน Timeframe ได้เลย เส้น / 15 นาที / 1 ชม. / 4 ชม. / 1 วัน 3. กดปุ่มด้านล่าง MA / EMA / BOLL / VOL / MACD / RSI เพื่อเพิ่มอินดิเคเตอร์ 4. ดู Order Book แบบ Real-time ได้ และกดปุ่มเขียว ซื้อ / แดง ขาย ได้ทันที . มือใหม่แนะนำเริ่มที่เมนู Easy Buy/Sell ซื้อด้วยเงินบาท เริ่มต้นไม่ต้องเยอะก็ได้ พอคล่องแล้วค่อยไปใช้ Spot เพื่อตั้งราคาซื้อขายเองได้ . อยากลองเปิดกราฟตามรูปนี้ ลองโหลดแอป BINANCE TH มาดูได้เลยครับ . 📌สมัครใหม่ตอนนี้มี New User Mission ทำครบ 4 ขั้น รับสูงสุด 1,150 บาทเป็น BNB ด้วย .
สมัครได้ที่ : accounts.binance.th/th/regis…  หรือกรอก Ref Code: STOCKDxBNTH1 .
รายละเอียดแคมเปญ : binance.th/th/campaign/NewUs… . #BinanceTH . *การลงทุนเป็นการตัดสินใจส่วนบุคคล แอดแค่นำข้อมูลกิจกรรมมาแจ้งให้ทราบ *สินทรัพย์ดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งจำนวน และผลตอบแทนในอดีตไม่ได้การันตีผลตอบแทนในอนาคต โปรดศึกษาข้อมูลและเงื่อนไขกิจกรรมก่อนตัดสินใจ
1
6
477
Stocker Day retweeted
EP.1 | เงินที่ไม่ควรมีอยู่
ติดตามตอนต่อไป 👀 . #เงินที่ไม่ควรมีอยู่ #มรดก #การเงินครอบครัว #Stockerday
2
1
7
598
Stocker Day retweeted
Ep2. คนที่ขโมยเงินจากศพ . #มรดก #การเงินครอบครัว #Stockerday
1
2
518
Ep2. คนที่ขโมยเงินจากศพ . #มรดก #การเงินครอบครัว #Stockerday
1
2
518
รอบนี้แอดแจกเอง เพราะอยากให้คนที่ตามเพจอยู่แล้ว ได้อะไรกลับไปมากกว่าคนทั่วไป . ไม่ต้องเคยเทรดมาก่อน ไม่ต้องดูกราฟเป็นก็ทำได้ . 📲 ทำแค่ 3 ขั้นนี้ง่าย ๆ รับสูงสุด 700-. ตามนี้เลย 1️⃣ สมัคร BINANCE TH ผ่านลิงก์ accounts.binance.th/th/regis… หรือใส่โค้ด STOCKDxBNTH1 ตอนสมัคร 2️⃣ ยืนยันตัวตน KYC เตรียมบัตรประชาชนไว้ ทำครั้งเดียวจบ 3️⃣ เทรดครั้งแรกขั้นต่ำ 500 บาทภายใน 1 - 31 ต.ค. 2026 คู่เหรียญใดก็ได้ ผ่าน Spot หรือ Easy Buy/Sell และต้องเทรด 500 ในไม้แรกไม้เดียวนะ และแนะนำให้เทรดในช่วงดังนี้เพื่อรางวัลสูงสุด รอบที่ 1 : 28 กันยายน 2569 - 4 ตุลาคม 2569 เวลา รอบที่ 2 : 7 ตุลาคม 2569 - 13 ตุลาคม 2569 รอบที่ 3 : 16 ตุลาคม 2569. - 22 ตุลาคม 2569 รอบที่ 4 : 27 ตุลาคม 2569 - 2 พฤศจิกายน 2569 . **ก่อนเทรดอย่าลืมไปกดปุ่ม "ทำภารกิจ" ในหน้าแคมเปญก่อนนะชื่อ Trade & Earn Series หรือเข้าไปที่ binance.th/th/campaign/Trade… . - ถ้าเทรดตรงตามรอบ จะได้รับ KAT มูลค่า 500 บาท (แต่ละรอบจำกัดสิทธิ์ 500 คน ถ้าไม่ทันต้องไปเทรดรอบใหม่นะ) - ส่วน 50 คนแรกที่เปิด BINANCE TH ผ่าน ref แอด รับ KAT มูลค่า 200 บาทไปเลย อันนี้การันตีได้แน่นอน ถ้าทำตามกติกาครบถ้วน . รวมแล้วสูงสุด 700 บาท แต่เงื่อนไขของสองฝั่งไม่เหมือนกัน แอดแยกไว้ให้ครบใแล้ว . ติดตรงไหนทักแอดมาถามได้เลย🥰
1
524
1st @AltierTrading mini matcha ขอบคุณ @MEXC_Thailand 💙🩵💚 ที่สปอนงับ ชิวๆ💚🍵🧡 ร้าน mate!cha!อร่อยมาก @berryy_654 ร้านพี่ชายย Alt1er janitor tday @killstoryyy @stocker_day @classicalism @SolanaInPajamas @0xairdropfarmer @MKrub8 @atk0805 @rvxlcdm @kamon_romravee #Alt1er
บ่ายนี้แวะไปเม้ามอยกับเหล่าเทพคริปโต พร้อมดื่มชากับกินขนมไปด้วย แอดชุดนอนได้ลองโกโก้นมโอ๊ตอร่อยเลยแหละ ชงโดยเจ้าของร้านสุดใจดี @berryy_654 จัดโดย @AltierTrading @MEXC_Thailand
9
14
41
1,687
EP.1 | เงินที่ไม่ควรมีอยู่
ติดตามตอนต่อไป 👀 . #เงินที่ไม่ควรมีอยู่ #มรดก #การเงินครอบครัว #Stockerday
2
1
7
598