
Tech & Biz Ecosystem Leader. This account will be provided in Thai. (Follow @TechsauceGlobal for English content)
Joined March 2015
- Tweets10.6K
- Following114
- Followers6.2K
- Likes364
ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ MIT Sloan ASEAN Office จัดงานสัมมนา “The Future of Water” เปิดเวทีแลกเปลี่ยนความรู้ด้านการบริหารจัดการน้ำ โดยนำงานวิจัยและนักวิจัยจากสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT) มาต่อยอด ร่วมแก้ปัญหาของประเทศไทย พร้อมชูการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ ข้อมูล (Data) และปัญญาประดิษฐ์ (AI) ช่วยประเมินและพยากรณ์สถานการณ์น้ำ วางแผนรับมือภัยพิบัติล่วงหน้า และลดความเสียหายต่อเศรษฐกิจและสังคมในระยะยาว รวมถึงยกระดับการติดตามแก้ไขปัญหาเรื่องการปนเปื้อนและคุณภาพน้ำ
นายชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การบริหารจัดการน้ำเป็นหนึ่งในเรื่องสำคัญต่อการพัฒนาประเทศในระยะยาว เพราะน้ำเป็นปัจจัยพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับทั้งคุณภาพชีวิตของประชาชน ภาคเกษตรกรรม ภาคอุตสาหกรรม ตลอดจนการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจของประเทศ ขณะที่ Climate Change หรือการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศในปัจจุบัน ทำให้สถานการณ์น้ำมีความซับซ้อนและคาดการณ์ได้ยากขึ้น
การสร้างความพร้อมรับมือจึงจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือและองค์ความรู้จากหลากหลายภาคส่วน ธนาคารกรุงเทพซึ่งตระหนักถึงความสำคัญนี้ จึงร่วมกับ MIT Sloan ASEAN Office จัดงานสัมมนา ‘The Future of Water: AI, Weather Resilience, and Frontier Technologies for Water Security’ เพื่อเชื่อมโยงเครือข่ายองค์ความรู้จากทั้งในประเทศ และต่างประเทศสนับสนุนการพัฒนาในประเด็นที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจและสังคม โดยธนาคารมุ่งให้เวทีดังกล่าวเป็นพื้นที่สำหรับการแลกเปลี่ยนระหว่างนักวิจัย ภาครัฐ ภาคการศึกษา ภาคธุรกิจ และผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันมองหาแนวทางในการรับมือกับความท้าทายด้านน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ
อ่านต่อได้ที่ : techsauce.co/pr-news/bangkok…
สภาเภสัชกรรม ร่วมกับราชวิทยาลัยเภสัชกรรมแห่งประเทศไทย จัดการประชุมวิชาการวิจัยและนวัตกรรมทางเภสัชกรรมระดับชาติ ครั้งที่ 2 (PRIS 2026) ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยบรรยากาศวันที่สองเป็นไปอย่างคึกคัก มีเภสัชกร นักวิจัย และบุคลากรด้านสุขภาพเข้าร่วมกิจกรรมทางวิชาการอย่างต่อเนื่อง
สำหรับ การประชุมวิชาการวิจัยและนวัตกรรมทางเภสัชกรรมระดับชาติ ครั้งที่ 2 หรือ PRIS 2026 (Pharmacy Research and Innovation Summit 2026) มุ่งเน้นการนำองค์ความรู้ ข้อมูล (Data) และนวัตกรรม มาประยุกต์ใช้ในการดูแลผู้ป่วยและการพัฒนางานวิจัยเชิงลึก เพื่อเปลี่ยนแนวคิดบนหน้ากระดาษให้กลายเป็นโซลูชันที่ตอบโจทย์ระบบสุขภาพได้อย่างแท้จริง
โดยได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ กล่าวปาฐกถาพิเศษในการประชุมวันที่สอง ซึ่งสะท้อนถึงการเชื่อมโยงโลกของงานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรมทางการแพทย์เข้ากับวิชาชีพเภสัชกรรมอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อจุดประกายให้บุคลากรทางเภสัชกรรมและนักวิจัยก้าวข้ามกรอบการทำงานเดิม สู่การสร้างสรรค์นวัตกรรมสุขภาพที่สามารถนำไปต่อยอดเชิงพาณิชย์และใช้ประโยชน์ได้จริงในระบบสาธารณสุข
อ่านต่อได้ที่ : techsauce.co/news/pris-2026-…
ในวันที่ทั่วโลกแข่งกันสร้าง AI ไต้หวันเลือกเล่นบทไหน ?
.
Techsauce ได้ไปร่วมสัมผัสงาน TAITRONICS & AIoT Taiwan 2026 ที่กรุงไทเป งานแสดงสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ TAITRA จับมือกับ TEEMA จัดขึ้นภายใต้ธีม Edge Intelligence Now โดยมีผู้แสดงสินค้ากว่า 260 ราย ซึ่งบนเวทีพิธีเปิด Simon Wang ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TAITRA ให้คำตอบไว้ว่า ‘ไต้หวันไม่ได้เก่งแค่การผลิตชิ้นส่วน แต่เก่งที่รู้ว่าจะประกอบชิ้นส่วนเหล่านั้นเข้าด้วยกันอย่างไร’ และแนวคิดนี้ก็สะท้อนผ่านบูธต่าง ๆ ในงานได้อย่างชัดเจน
.
[AI กำลังดันการส่งออกของไต้หวันขึ้นทำสถิติใหม่]
.
William Liu อธิบดีกรมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงเศรษฐกิจไต้หวัน ระบุว่าช่วง 8 เดือนแรกของปี 2026 การส่งออกคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วงมีมูลค่าราว 192,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เติบโตราว 87.5% จนขึ้นเป็นสินค้าส่งออกอันดับหนึ่งของประเทศ รัฐบาลจึงเดินหน้าโครงการโครงสร้างพื้นฐาน AI 10 ด้านเพื่อรักษาแรงส่งนี้ไว้
.
[TECO ย่อ Data Center ให้อยู่ในตู้คอนเทนเนอร์]
.
TECO แยกระบบไฟฟ้า ระบบระบายความร้อน และห้องเซิร์ฟเวอร์ออกเป็นโมดูลที่ประกอบเสร็จจากโรงงาน ทำให้ส่งมอบได้เร็วสุดในราว 6 เดือน และถอดเปลี่ยนเฉพาะส่วนที่ต้องอัปเกรดได้เมื่อเซิร์ฟเวอร์ AI เปลี่ยนรุ่น โดยมี Foxconn เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับสอง และเพิ่งคว้างาน Data Center ชิ้นแรกในไทยเมื่อต้นปีนี้
.
[Delta มองว่าโรงงานจะอัตโนมัติแค่ไหน ขึ้นอยู่กับต้นทุนแรงงาน]
.
ผู้แทนบูธ Delta อธิบายว่าโรงงานในไต้หวันส่วนใหญ่ยังเป็นแบบกึ่งอัตโนมัติ ขณะที่ยุโรปและอเมริกาซึ่งค่าแรงสูงกว่าเลือกใช้ระบบอัตโนมัติเต็มรูปแบบ ทั้งนี้โซลูชันที่ Delta นำมาเสนอต่อยอดจากประสบการณ์ในโรงงานของตัวเอง ซึ่งส่วนหนึ่งตั้งอยู่ที่นิคมบางปูและนิคมเวลโกรว์ในไทย
.
[Syscom ให้ AI ลงมือทำงาน แต่คนยังต้องเป็นผู้ตัดสินใจ]
.
Syscom ชูแนวคิดให้ AI ทำงานโดยมีคนอยู่ในกระบวนการ เพราะองค์กรยังไม่มั่นใจพอจะให้ AI ตัดสินใจทุกเรื่อง ตัวอย่างคือผู้ช่วยพยาบาล AI ที่ช่วยบันทึกรายงานด้วยเสียง แต่พยาบาลยังต้องตรวจและยืนยันก่อนทุกครั้ง และในวันเปิดงาน Syscom ยังลงนามกับ CIJ เพื่อนำมนุษย์ดิจิทัล AI อย่าง Syscom Cubi ไปทำตลาดในญี่ปุ่นด้วย
.
อ่านต่อได้ที่: techsauce.co/tech-and-biz/ta…
หากได้พูดคุยกับผู้บริหารด้าน Fleet Management หรือผู้ให้บริการขนส่งในไทยยุคนี้ ภาพที่เราได้เห็นตรงกันคือ โจทย์การทำงานในแต่ละวันเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง แม้ธุรกิจ e-Commerce และระบบโลจิสติกส์ในประเทศจะเติบโตอย่างรวดเร็ว
.
แต่สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กลับพบว่า ต้นทุนการขนส่งในไทยสูงถึงประมาณ 14.2% ของ GDP ซึ่งนับว่าสูงกว่าประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างเห็นได้ชัด อธิบายให้เข้าใจง่ายๆ คือ ทุกๆ รายได้ 100 บาทที่ธุรกิจหาได้ จะต้องถูกใช้เป็นค่าขนส่งไปแล้วเกือบ 15 บาท
.
ที่น่าสนใจคือ จุดที่ทำให้ผลกำไรของ Fleet ขนส่งรั่วไหลมากที่สุด มักไม่ใช่เรื่องที่มองเห็นได้ง่ายๆ แต่เป็น “รอยรั่วเงียบ” ที่ค่อย ๆ สะสมจนยากจะแก้ไขได้ทัน
.
#รอยรั่วค่าน้ำมัน คนขับบางคนชอบเหยียบคันเร่งแรง เบรกกะทันหันบ่อยจนเป็นนิสัย เพื่อนร่วมทางอาจสังเกตเห็น แต่ผู้จัดการไม่มีทางรู้ จนกว่าบิลน้ำมันสิ้นเดือนจะพุ่งขึ้นมาแบบหาสาเหตุไม่เจอ
#รอยรั่วเวลา รถคันเดิมวิ่งเส้นทางเดิมทุกวัน แต่ใช้เวลานานกว่าคันอื่นเสมอ อาจเพราะจอดรอคิวโหลด-ส่งของนานเกินจำเป็น หรือเลือกเส้นทางที่ไม่ได้เร็วที่สุด แต่ไม่มีใครในบริษัทเคยเทียบตัวเลขจริงให้เห็น
#รอยรั่วความปลอดภัย คนขับที่ขับเร็วเกิน เปลี่ยนเลนกะทันหัน หรือเสี่ยงหลับในบนถนนสายยาว ไม่มีใครรู้ว่าเขาขับแบบนี้ทุกวัน จนกว่าจะเกิดอุบัติเหตุขึ้นจริง
.
ปัญหาเหล่านี้ไม่ได้เกิดเพราะใครทำงานบกพร่อง แต่เพราะระบบติดตามรถ หรือ GPS ที่หลายองค์กรคุ้นเคยยังตอบได้แค่ว่ารถอยู่ตรงไหน ส่วนคำถามที่สำคัญกว่านั้น เช่น ทำไมต้นทุนถึงพุ่งขึ้น หรือคนขับคนไหนกำลังเสี่ยง ยังเป็นช่องว่างที่รอเทคโนโลยีที่ก้าวไปไกลกว่าเดิมเข้ามาเติมเต็ม
.
ช่องว่างนี้เองที่ Geotab ผู้นำระดับโลกด้าน Connected Vehicle Technology มองเห็น และบทความนี้ Techsauce จะพาไปรู้จักว่า Geotab คือใคร และเทคโนโลยีที่ว่านี้จะเปลี่ยนวิธีบริหารฟลีตของไทยไปอย่างไร
.
อ่านต่อได้ที่: techsauce.co/tech-and-biz/ge…
BDMS ทุ่ม 100 ล้านบาท เพิ่มทุน Cariva สตาร์ทอัพ Medical AI เสริมขีดความสามารถด้าน Healthcare AI, Clinical Intelligence และ Digital Health
BDMS แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 ว่า บริษัท รอยัลบางกอก เฮ็ลธ์แคร์ จำกัด (RBH) บริษัทย่อยที่ BDMS ถือหุ้น 100% เข้าทำข้อตกลงเพื่อลงทุนเพิ่มเติมใน บริษัท แคริว่า (ประเทศไทย) จำกัด (Cariva) ผู้พัฒนาเทคโนโลยี AI ทางการแพทย์ โดยการจองซื้อหุ้นเพิ่มทุนมูลค่ารวม 100 ล้านบาท ใช้กระแสเงินสดภายในกลุ่ม BDMS
เมื่อรายการแล้วเสร็จ สัดส่วนการถือหุ้นของ RBH ใน Cariva จะเพิ่มจาก 15% เป็น 63.3% ทำให้ Cariva เป็นบริษัทย่อยของ BDMS
อ่านต่อได้ที่ : techsauce.co/news/bdms-cariv…
กรุงศรี ฟินโนเวต ร่วมลงทุน อะมิตี้ ต่อยอด Series D รวมกว่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
.
อะมิตี้ (Amity) กลุ่มบริษัทระดับโลกด้านเทคโนโลยี AI สำหรับองค์กรที่ก่อตั้งในประเทศไทย ประกาศการลงทุนเชิงกลยุทธ์จากทรัสต์เพื่อกิจการเงินร่วมลงทุน ฟินโนเวนเจอร์ ไพรเวท อิควิตี้ ทรัสต์ I ดำเนินการโดย กรุงศรี ฟินโนเวต บริษัทร่วมลงทุน (Corporate Venture Capital: CVC) ในเครือกรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน))
.
โดยทุนก้อนนี้เป็นการต่อยอดเพิ่มจากการระดมทุนรอบ Series D ของ Amity รอบล่าสุด รวมทั้งสิ้นเป็นมูลค่ากว่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณกว่า 3,400 ล้านบาท) ตอกย้ำความแข็งแกร่งทางการเงินและสร้างแรงขับเคลื่อนในตลาด ในขณะที่บริษัทฯ ยังคงดำเนินตามแผนการเติบโตระยะยาวของตน ซึ่งรวมถึงโอกาสในการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (IPO) ในอนาคต
.
สำหรับการระดมทุนในรอบ Series D เมื่อก่อนหน้านี้ นำโดย EDBI บริษัทการลงทุนภายใต้ SG Growth Capital ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มการลงทุนของ EDB และ Enterprise Singapore ร่วมด้วย Asia Partners และ SMDV พร้อมด้วยนักลงทุนรายเดิมและรายใหม่ อาทิ CMLIM Capital การที่ทรัสต์เพื่อกิจการเงินร่วมลงทุน ฟินโนเวนเจอร์ ไพรเวท อิควิตี้ ทรัสต์ I เข้าร่วมเป็นหนึ่งในกลุ่มนักลงทุนครั้งนี้ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นอย่างต่อเนื่องและแข็งแกร่งจากภาคการเงินที่มีต่อเทคโนโลยีระดับองค์กรและแผนการดำเนินธุรกิจระยะยาวของบริษัทฯ
.
นอกเหนือจากการสนับสนุนทางการเงินแล้ว การร่วมลงทุนครั้งนี้ยังเป็นการปูทางสู่ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ต่าง ๆ ในอนาคต ซึ่งในปัจจุบัน Amity และ กรุงศรี กำลังร่วมกันศึกษาโอกาสทางธุรกิจเพื่อปลดล็อกและสร้างคุณค่าใหม่ ๆ จากการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดมากขึ้นระหว่างระบบนิเวศ (Ecosystem) ของทั้งสองกลุ่มองค์กร
.
โดยหนึ่งในโครงการสำคัญคือ การริเริ่มโครงการความร่วมมือด้านข้อมูลเบื้องต้นกับ EGG Digital (เอ้ก ดิจิทัล) บริษัทในเครือของ Amity ซึ่งเป็นผู้นำด้านการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ด้วย AI (AI-powered Big Data Analytics) บริการสื่อครบวงจร และโซลูชันด้านการตลาดแบบครบวงจร ด้วยการผสานอัจฉริยภาพร่วมกัน ในการใช้ AI และระบบการเรียนรู้จาก Advanced Machine Learning ผสมผสานกับความเข้าใจอย่างลึกซึ้งต่อปัญหาของผู้บริโภค ทั้งสองกลุ่มบริษัทต่างมุ่งหวังที่จะเสริมศักยภาพให้แก่กลุ่มผู้ใช้ที่หลากหลายด้วยเครื่องมือทางธุรกิจและไลฟ์สไตล์ที่ชาญฉลาดและตอบโจทย์เฉพาะบุคคล
.
อ่านต่อได้ที่: techsauce.co/news/krungsri-f…
Techsauce สัมภาษณ์พิเศษ Dr. Werner Vogels VP & CTO แห่ง Amazon ผู้ร่วมสร้างยุค AWS อยู่กับ Amazon มา 22 ปี วันนี้เขามอง AI อย่างไร ?
.
ถ้าย้อนกลับไปเมื่อ 22 ปีก่อน Dr. Werner Vogels คงไม่คิดว่าตัวเองจะทำงานกับบริษัทเดียวได้นานขนาดนี้ และจริง ๆ เขาเกือบไม่ได้เป็นหนึ่งในคนสำคัญเบื้องหลังเทคโนโลยีของ Amazon และ AWS ด้วยซ้ำ
.
ตอนนั้น Werner เป็นนักวิชาการที่คลุกคลีกับโจทย์ยากของ Distributed Systems มาหลายปี เมื่อได้รับคำเชิญจาก Amazon ให้ไปพูดเรื่องงานวิจัย ปฏิกิริยาแรกของเขาคือปฏิเสธ เพราะสงสัยว่าทำไมต้องไป ในเมื่อ Amazon ในสายตาตอนนั้นก็เป็นเพียงร้านหนังสือออนไลน์ที่มี Web Server กับ Database อยู่เบื้องหลัง แต่สุดท้ายเขาก็ยอมไปคุย และเปลี่ยนใจ
.
จนกระทั่งได้เข้าไปเห็นระบบจริง เขาพบว่า Amazon กำลังแก้ปัญหาเทคโนโลยีในระดับที่ไม่เคยเห็นมาก่อน หลายอย่างไม่มีซอฟต์แวร์สำเร็จรูปรองรับและต้องสร้างขึ้นเอง เขาจึงตัดสินใจเข้าร่วม Amazon ในปี 2004 และก้าวขึ้นมาเป็น CTO นับตั้งแต่ปี 2005 เป็นต้นมา
.
Werner บอกกับ Techsauce ว่า ถ้าถามเขาตอนหนุ่มว่าจะอยู่บริษัทเดิมนานกว่า 20 ปีไหม คำตอบคงเป็น “ไม่” แต่สิ่งที่ทำให้อยู่มาจนถึงวันนี้คือ Amazon แทบไม่มีปีไหนที่เหมือนเดิม
.
สรุปประเด็นสำคัญจากบทสัมภาษณ์ครั้งนี้
.
1. AI สร้าง Prototype ได้ในคืนเดียว แต่ไม่ได้แปลว่าสร้าง Product เสร็จแล้ว
.
Werner เล่าถึงนักวิทยาศาสตร์ในทีม Amazon Quick ที่ใช้ Kiro เครื่องมือพัฒนาซอฟต์แวร์ด้วย AI ของ AWS สร้าง Prototype ของแอป Desktop ภายในคืนเดียว จนคนในทีมอยากนำไปทดลองใช้ทันที เขามองว่า AI ช่วยให้ทีมเล็ก ๆ ทดลองไอเดียได้เร็วขึ้น สอดคล้องกับวัฒนธรรม Two-pizza team ของ Amazon แต่สิ่งที่สร้างเสร็จในคืนเดียวเป็นเพียงต้นแบบ ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ที่พร้อมใช้งานจริง
.
2. AI อาจเปลี่ยนวิธีเริ่มต้นพัฒนา Product
ปกติแล้ว Amazon ใช้หลัก Working Backwards โดยเริ่มจากการเขียน Press Release จำลองและ FAQ ภายในองค์กร เพื่อให้ทีมเข้าใจปัญหาและประโยชน์ที่ลูกค้าจะได้รับ ก่อนลงมือสร้างต้นแบบ แต่เมื่อ AI ทำให้สร้าง Prototype ได้ง่ายขึ้น Werner มองว่าบางครั้งทีมอาจทดลองสร้างของก่อน ให้คนเข้ามาลองใช้ แล้วนำสิ่งที่เรียนรู้กลับมากำหนด Requirement และ Product ที่ควรสร้างจริง ๆ โดยไม่จำเป็นต้องยึดติดกับขั้นตอนเดิมเสมอไป
.
3. สร้างของให้ใช้งานได้ยังไม่พอ ต้องพร้อมรับมือเมื่อมีผู้ใช้จริงด้วย
Werner บอกว่า Product คือสิ่งที่ต้องส่งไปอยู่ในมือของคนที่เราไม่รู้จัก นั่นหมายถึงต้องคำนึงถึงความปลอดภัย ความเสถียร การรองรับผู้ใช้จำนวนมาก และต้นทุนในการดำเนินงาน เขายกตัวอย่างว่า สำหรับ LLM เพียงสลับคำสองคำใน Input ต้นทุนฝั่ง Output อาจเปลี่ยนไปถึง 10 เท่า เรื่องที่อาจไม่สำคัญตอนทำ Prototype จึงอาจกลายเป็นปัญหาใหญ่เมื่อเปิดให้ใช้งานจริง
.
4. “You build it, you own it” ใช้ AI สร้างอะไร คนก็ยังต้องรับผิดชอบ
Werner ย้ำว่าไม่ว่าโค้ดจะเขียนโดยมนุษย์หรือ AI ความรับผิดชอบยังอยู่ที่คนและองค์กรที่นำไปใช้งาน โดยเฉพาะธุรกิจการเงิน สุขภาพ หรืออุตสาหกรรมที่มีกฎกำกับ หากระบบเกิดช่องโหว่หรือสร้างความเสียหาย จะอ้างว่า AI เป็นคนทำไม่ได้ ยิ่งวันนี้ผู้โจมตีสามารถใช้ AI Agent จำนวนมากค้นหาช่องโหว่ด้วยต้นทุนต่ำ ฝ่ายป้องกันก็ต้องนำ AI มาช่วยตรวจสอบระบบของตัวเองเช่นกัน
.
5. AI สร้างงานได้เร็วขึ้น แต่การตรวจสอบยังต้องใช้เวลา
Werner เรียกงานที่ AI สร้างขึ้นแต่ยังไม่ได้ตรวจว่า Verification Debt หรือหนี้การตรวจสอบ องค์กรจึงควรมี Verification Budget หรือการจัดสรรเวลาและทรัพยากรสำหรับตรวจสอบงานตามระดับความเสี่ยง เช่น สรุปการประชุมอาจตรวจเพียงภาพรวม แต่เนื้อหาที่ส่งให้ลูกค้า ข้อมูลการเงิน หรือระบบสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับชีวิตคน ต้องตรวจสอบเข้มงวดกว่า เพราะ Generative AI ถูกออกแบบมาให้สร้างคำตอบที่ดูสมเหตุสมผล ไม่ได้หมายความว่าคำตอบนั้นจะเป็นความจริงเสมอไป
.
6. องค์กรไทยไม่จำเป็นต้องรีบนำ AI ไปใช้กับทุกงาน
Partners ระบุว่า มีเพียง 19% ของธุรกิจไทยที่มองว่าตัวเองพร้อมมากหรือพร้อมเต็มที่สำหรับ Agentic AI ขณะที่ 71% รายงานว่า AI Use Case เริ่มต้นจากหน่วยธุรกิจหรือพนักงานที่ไม่ใช่สายเทคนิค แต่มีเพียง 19% ที่มีนโยบายกำกับการใช้งานลักษณะนี้อย่างครอบคลุมและบังคับใช้จริง
.
Werner มองว่าองค์กรไม่ควรนำ AI มาใช้เพียงเพราะกลัวตามคนอื่นไม่ทัน แต่ควรถามก่อนว่ากำลังพยายามแก้ปัญหาอะไร บุคลากรพร้อมหรือยัง และ AI เหมาะกับงานนั้นจริงหรือไม่ เขายังบอกว่า CTO ไม่จำเป็นต้องตามเทคโนโลยีล่าสุดตลอดเวลา บางครั้งการหยุดประเมินสถานการณ์ก็เป็นเรื่องจำเป็น
.
7. ไม่ใช่ทุกปัญหาต้องแก้ด้วย Generative AI
Werner ยกตัวอย่างงานตรวจจับการฉ้อโกง การพยากรณ์ หรือหุ่นยนต์ใน Fulfillment Center ที่ AI รูปแบบเดิมอาจเหมาะสมกว่า เขาพูดติดตลกว่า คงไม่มีใครอยากให้ Generative AI ขับเครื่องบิน เพราะถ้ามันหารันเวย์ไม่เจอ ก็อาจสร้างรันเวย์ขึ้นมาเอง สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่การพยายามนำ Generative AI ไปใช้ทุกที่ แต่คือการเลือกเทคโนโลยีให้เหมาะกับปัญหาที่ต้องการแก้
.
8. มี AI ไม่ได้แปลว่าประสบการณ์นักพัฒนา 10 ปีหมดความหมาย
Werner ใช้คำว่า “แผลเป็น” เพื่ออธิบายคุณค่าของประสบการณ์ที่สั่งสมจากการพัฒนาระบบจริง แม้ AI จะช่วยเขียนโค้ดได้มากขึ้น แต่นักพัฒนายังต้องเข้าใจ Requirement ออกแบบสถาปัตยกรรมระบบ และตัดสินใจว่าอะไรเหมาะสมกับผู้ใช้ โดยเฉพาะการทำงานกับ Codebase ที่พัฒนาต่อเนื่องมานานหลายสิบปี การไม่ต้องเขียนโค้ดทุกบรรทัดไม่ได้หมายความว่านักพัฒนาจะหมดหน้าที่ในการคิดและออกแบบระบบ
.
9. งานวิศวกรรมที่สำคัญที่สุด บางครั้งลูกค้าก็ไม่เคยเห็น
Werner เล่าถึง Invisible Engineering อย่าง AWS Nitro ที่ช่วยจัดการงาน Network และ Storage แยกจาก CPU หลัก ทำให้ระบบทำงานได้มีประสิทธิภาพและคาดการณ์ได้ดีขึ้น รวมถึง Firecracker microVMs ที่ช่วยให้ Serverless มีต้นทุนเหมาะสมขึ้น ลูกค้าอาจไม่รู้เลยว่าเบื้องหลังมีอะไรเปลี่ยนไป รู้เพียงว่าบริการเร็วขึ้นและใช้งานได้ดีขึ้น สำหรับ Werner ความภูมิใจของวิศวกรจึงไม่จำเป็นต้องมาจากการสร้างสิ่งที่ทุกคนมองเห็นเสมอไป
.
10. AI พูดภาษาไทยได้ ไม่ได้แปลว่าจะเข้าใจคนไทย
Werner มองว่าการรองรับภาษาไม่ได้หมายถึงการเข้าใจวัฒนธรรม หากนำคำถามภาษาไทยไปแปลเป็นอังกฤษ ส่งให้โมเดลอเมริกัน แล้วแปลคำตอบกลับมา สิ่งที่ได้อาจเป็นภาษาไทย แต่ยังสะท้อนวิธีคิดและวิธีสื่อสารแบบอเมริกัน เขาจึงให้ความสำคัญกับ Culturally Aware Models หรือโมเดลที่เข้าใจบริบททางวัฒนธรรม ทั้งระดับความสุภาพ การแสดงความเคารพ และวิธีสื่อสารที่เหมาะสมกับแต่ละสังคม
.
11. เทคโนโลยีไม่ควรมีเป้าหมายเพียงสร้างรายได้
Werner มองว่ายังมีปัญหาของมนุษย์อีกมากที่เทคโนโลยีสามารถช่วยแก้ไขได้ ตั้งแต่ลดภาระงานธุรการของครู เพื่อให้มีเวลาดูแลนักเรียนมากขึ้น ไปจนถึงการดูแลผู้สูงอายุที่ต้องอยู่ตามลำพัง เช่น ระบบช่วยเตือนกินยา หรือแจ้งเตือนคนใกล้บ้านเมื่อพบความผิดปกติ เขายังพูดถึง The Now Go Build CTO Fellowship ที่นำความรู้ของ CTO และวิศวกรมาช่วยองค์กรไม่แสวงหากำไรแก้ปัญหาด้านการศึกษา สุขภาพ และภัยพิบัติ
.
Werner ปิดการสัมภาษณ์ด้วยหนึ่งใน Leadership Principles ของ Amazon
“With success and scale comes broad responsibility.”
เมื่อความสำเร็จและขนาดของธุรกิจเติบโตขึ้น ความรับผิดชอบก็ต้องมากตามไปด้วย
อ่านบทความเต็มได้ที่ : techsauce.co/ai/dr-werner-vo…
TODAY Bizview ในเครือสำนักข่าว TODAY จัดงาน “DECODING THAILAND 2027 เปิดเกมรุก ปลุกเศรษฐกิจไทย” เวทีแลกเปลี่ยนมุมมองเศรษฐกิจและธุรกิจครั้งสำคัญ รวบรวมผู้เชี่ยวชาญ นักเศรษฐศาสตร์ และผู้นำจากหลากหลายอุตสาหกรรม ร่วมถอดรหัสทิศทางเศรษฐกิจไทยในปี 2027 พร้อมสำรวจโอกาสการเติบโต ความเสี่ยง และแนวทางปรับตัวของภาคธุรกิจ ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลก ณ SCBX NEXT TECH ชั้น 4 สยามพารากอน เมื่อวันที่ 27 ตุลาคมที่ผ่านมา
ภายในงานประกอบด้วย 5 หัวข้อสำคัญ ครอบคลุมประเด็นตั้งแต่การยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของเศรษฐกิจไทย การสร้างเสถียรภาพทางการเงิน ความมั่นคงด้านพลังงาน โอกาสจากเศรษฐกิจอายุยืน (Longevity Economy) ไปจนถึงอนาคตของธุรกิจอีคอมเมิร์ซไทย โดยมุ่งเชื่อมโยงภาพเศรษฐกิจมหภาคเข้ากับความท้าทายและโอกาสทางธุรกิจ เพื่อเตรียมความพร้อมรับการเปลี่ยนผ่านสู่ปี 2027
[1] ถอดรหัสการเงินไทย ในวันโลกเปลี่ยนเร็ว: ธนาคารโลกชี้ 4 เมกะเทรนด์ กำหนดอนาคตเศรษฐกิจไทย
[2] ถอดรหัสเสถียรภาพการเงินไทย ในวันที่โลกผันผวน: เตรียมรับมือความเสี่ยงเศรษฐกิจและสร้างภูมิคุ้มกันทางการเงิน
[3] เกมพลังงานใหม่ ปักหมุดความมั่นคงเศรษฐกิจไทย: พลังงานคือปัจจัยกำหนดต้นทุนและความสามารถในการแข่งขัน
[4] “เศรษฐกิจอายุยืน” ขับเคลื่อน S-Curve ใหม่ของไทย: เมื่อสุขภาพและการมีชีวิตที่ยืนยาวกลายเป็นโอกาสธุรกิจ
[5] “อีคอมเมิร์ซไทย” ปรับตัวอย่างไรให้ก้าวทันเกม: ถอดโจทย์การแข่งขันในตลาดดิจิทัล
อ่านต่อได้ที่ : techsauce.co/pr-news/today-b…
กรุงเทพฯ จ่อก้าวเป็น "Pink Valley" คาดเศรษฐกิจสีชมพูโตแตะ 2 หมื่นล้านเหรียญภายในปี 2573
รายงานเศรษฐกิจสีชมพูฉบับที่ 3 ของบริษัท แคนวาส เวนเจอร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด หรือ CVI ประจำปี พ.ศ. 2569 พบว่ากลุ่มตัวอย่างผู้คร่ำหวอดในแวดวงการเมืองไทยส่วนใหญ่หนุนนายกฯ ที่มีความหลากหลายทางเพศ พร้อมกับการวางหมุดหมายว่าต้องประเทศไทยควรสร้างอะไรต่อจากนี้
พร้อมเรียกร้องให้กรุงเทพมหานครก้าวขึ้นเป็น 'Pink Valley (พิงค์วัลเลย์)' ภายในปีเดียวกัน ตามรายงานประจำปีฉบับที่ 3 ในหัวข้อ Proof & Power: Thailand's Pink Economy 2026 (บทพิสูจน์และพลัง: เศรษฐกิจสีชมพูของไทย ประจำปี 2569) ที่เปิดตัวเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2569
จากสัญญาณการเปลี่ยนแปลง (Signal) 20 ข้อและแผนที่ระบบนิเวศประจำปี 2569 รายงานสรุปว่าเศรษฐกิจสีชมพูมี 'กำลังคน' 'อุปสงค์' และ 'แรงหนุน' พร้อมอยู่แล้ว โอกาสของผู้ประกอบการและนักลงทุนจึงอยู่ที่การ 'สร้างตัวเชื่อม' ที่โยงกิจกรรมเหล่านี้เข้ากับแหล่งทุน
ภาพถ่ายใบข้าวโพดหนึ่งภาพจากโทรศัพท์มือถือ สามารถช่วยให้เกษตรกรทราบได้ว่าต้นข้าวโพดกำลังเผชิญโรคใด และควรรับมืออย่างไร นี่คือแนวคิดของ Intelligent AgriDiagnose ระบบ AI สำหรับวิเคราะห์และวินิจฉัยโรคในต้นข้าวโพด ซึ่งพัฒนาโดยทีมนักวิจัยของบริษัท ฟิวชั่น โซลูชั่น จำกัด (Fusion Solution) ร่วมกับภาควิชาพืชไร่นา คณะเกษตร กำแพงแสนมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
.
ล่าสุด ผลงานนี้คว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ในการประกวด Thailand ICT Awards (TICTA) ครั้งที่ 22 ซึ่งจัดโดยสมาคมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศไทย (ATCI) และได้รับเลือกเป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าแข่งขันบนเวที Asia Pacific ICT Alliance Awards (APICTA Awards) 2026 ณ กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย ขณะที่ก่อนหน้านี้ Intelligent AgriDiagnose ยังได้รับรางวัล Silver Award สาขา Digital Innovation จากเวที ASEAN Digital Awards 2026 ณ กรุงฮานอย ประเทศเวียดนามมาแล้วด้วย
.
อย่างไรก็ตาม เบื้องหลังความสำเร็จของ Intelligent AgriDiagnose ไม่ได้อยู่ที่เทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่กลุ่มนักวิจัยและนักพัฒนารุ่นใหม่จากหลากหลายสาขา ทั้งคณิตศาสตร์ สถิติ วิศวกรรมศาสตร์ วิทยาการคอมพิวเตอร์ และวิทยาการข้อมูล (Data Science) ซึ่งร่วมกันค้นคว้า ทดลอง และพัฒนาแนวคิดจนกลายเป็นนวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้แก้ไขปัญหาจริงของประเทศได้
.
ทีมนักวิจัยกลุ่มนี้เกิดขึ้นจากแนวคิดของฟิวชั่น โซลูชั่น ที่มองว่าการสร้างเทคโนโลยีของคนไทยจำเป็นต้องเริ่มต้นจากการลงทุนในคน ด้วยเหตุนี้ บริษัทจึงไม่ได้มุ่งพัฒนาเฉพาะโซลูชันด้าน AI คลาวด์ (Cloud) และความปลอดภัยไซเบอร์ (Cybersecurity) แต่ยังให้ความสำคัญกับการสร้างทีมนักวิจัยและนักพัฒนารุ่นใหม่ เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการสร้างองค์ความรู้ เทคโนโลยี และทรัพย์สินทางปัญญาที่สามารถต่อยอดได้ในระยะยาว
.
อ่านต่อได้ที่: techsauce.co/news/fusion-sol…
อนาคตของอุปกรณ์ฝังร่างกายแบบไม่ใช้แบตเตอรี่ เพราะใช้การยืดหดตัวของกล้ามเนื้อเป็นพลังงานไฟฟ้าแทน
University of Massachusetts Amherst พัฒนาตาข่ายอิเล็กทรอนิกส์ที่บางและยืดหยุ่น ซึ่งให้เซลล์กล้ามเนื้อหัวใจของมนุษย์เติบโตแทรกตัวอยู่ภายในได้ พร้อมแปลงแรงหดตัวของเนื้อเยื่อเป็นพลังงานไฟฟ้า แนวทางนี้อาจช่วยลดข้อจำกัดของแบตเตอรี่ในอุปกรณ์สวมใส่และอุปกรณ์ฝังร่างกายในอนาคต แต่ผลการวิจัยยังอยู่ในห้องปฏิบัติการ
แทนที่จะติดอุปกรณ์ผลิตไฟฟ้าชิ้นใหญ่ไว้กับอวัยวะ ทีมวิจัยเลือกกระจายหน่วยผลิตไฟฟ้าขนาดจิ๋วเข้าไปในเนื้อเยื่อ เรียกแนวคิดนี้ว่า 'biohybrid mesh harvester' หรือ ตาข่ายเก็บพลังงานที่ผสานวัสดุอิเล็กทรอนิกส์เข้ากับเซลล์มีชีวิต
ในการทดลอง ทีมเพาะเซลล์หัวใจมนุษย์ที่ได้จากสเต็มเซลล์บนตาข่ายนาน 15 วัน จนเซลล์เติบโตเป็นแผ่นเนื้อเยื่อและเริ่มหดตัวเอง เมื่อเนื้อเยื่อขยับ ตาข่ายก็ปล่อยสัญญาณไฟฟ้าตามจังหวะนั้น
อ่านบทความเต็มได้ที่ : techsauce.co/healthtech/hear…
ลองจินตนาการว่า เศรษฐกิจคือเครื่องบินลำหนึ่ง ที่กำลังเตรียมจะออกบิน และเพิ่งได้ติดตั้งเครื่องยนต์ตัวใหม่ ที่หลายคนมองว่าอาจสร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ได้ไม่ต่างจากการมาถึงของไฟฟ้าหรืออินเทอร์เน็ต นั่นคือ AI
เครื่องยนต์ใหม่ทำให้เครื่องบินบินได้ไกลขึ้น แต่ก็ใหญ่ขึ้นและหนักขึ้นตามไปด้วย
นักบินเร่งเครื่องเต็มกำลัง เครื่องบินเริ่มเคลื่อนตัว เร็วขึ้น และเร็วขึ้นเรื่อย ๆ
แต่ปลายรันเวย์ก็ใกล้เข้ามาทุกวินาทีเช่นกัน
คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ว่าเครื่องยนต์แรงพอหรือไม่ แต่คือ รันเวย์ยาวพอหรือเปล่า? เพราะถ้ารันเวย์สั้นเกินไป เครื่องยนต์จะดีแค่ไหนก็ได้แค่วิ่งไปจนสุดทาง
และรันเวย์ของเศรษฐกิจยุค AI ก็คือ พลังงาน
เบื้องหลังความฉลาดของ AI คือ Data Center อาคารที่เต็มไปด้วยคอมพิวเตอร์ซึ่งทำงานตลอดเวลา ยิ่งใช้ AI มาก ก็ยิ่งต้องใช้ไฟมาก ปัญหาคือไฟฟ้าส่วนใหญ่ยังมาจากถ่านหินและก๊าซธรรมชาติ ซึ่งปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เร่งให้โลกร้อนขึ้น ขณะที่หลายประเทศรวมถึงไทยต่างตั้งเป้าที่จะลดก๊าซเหล่านี้ลงในระยะยาว
โจทย์ใหญ่คือ เราจะสร้างรันเวย์ให้ยาวพอ โดยไม่ทำร้ายโลกได้อย่างไร?
พลังงานแสงอาทิตย์และลมอาจเป็นคำตอบที่หลายคนนึกถึง แต่มีข้อจำกัดสำคัญคือการผลิตไฟฟ้าที่ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ เมื่อไม่มีแสงแดด ลมน้อย หรือมีเมฆและฝนปกคลุมเป็นเวลานาน ปริมาณไฟฟ้าที่ผลิตได้ก็จะลดลง ขณะที่ Data Center ต้องการไฟฟ้าที่เสถียรตลอดเวลา และนี่คือเหตุผลที่ พลังงานนิวเคลียร์ กลับมาเป็นที่พูดถึงอีกครั้ง
บทความโดย กวิสรา รุจิประภากร R&D Associate บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน)
อ่านต่อได้ที่ : techsauce.co/tech-and-biz/sc…
จากสายเคเบิลใต้ทะเลถึง Net Zero: เจาะลึกโครงสร้างพื้นฐาน AI ไทยทีละชั้นกับ Alex Loh CEO แห่ง SYMPHONY
.
คำตอบจาก AI ที่ปรากฏบนหน้าจอภายในไม่กี่วินาที ดูเหมือนเกิดขึ้นในอุปกรณ์ตรงหน้า แต่น้อยคนจะรู้ว่าก่อนมาถึงผู้ใช้ ข้อมูลต้องเดินทางผ่านโครงสร้างพื้นฐานกี่ชั้น และต้องผ่านจุดสำคัญใดบ้าง?
.
คำถามนี้คือจุดตั้งต้นของบทสัมภาษณ์ที่ Techsauce ได้พูดคุยกับคุณ Alex Loh ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซิมโฟนี่ คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SYMC ซึ่งทำงานกับ SYMPHONY มาเกือบ 10 ปี ตลอดการสนทนา คำที่คุณ Alex หยิบมาใช้ซ้ำหลายครั้งคือ 'การหาจุดสมดุล' ทั้งระหว่างการลงทุนกับทรัพยากรที่มีอยู่ ระหว่างอธิปไตยทางข้อมูลกับนวัตกรรม และระหว่างการเติบโตทางธุรกิจกับสิ่งแวดล้อม
.
SYMPHONY ดำเนินธุรกิจโทรคมนาคมในไทยมากว่า 20 ปี ถือใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมแบบที่สามซึ่งเป็นใบอนุญาตสำหรับผู้ให้บริการที่มีโครงข่ายของตนเอง บริษัทวางโครงข่ายใยแก้วนำแสงเอง โดยมีธุรกิจหลักคือบริการสำหรับลูกค้าองค์กรแบบ Business-to-Business (B2B) และการเชื่อมต่อระหว่างประเทศ
.
อ่านต่อได้ที่: techsauce.co/tech-and-biz/sy…
นาฬิกาที่เราใส่ทุกวัน อาจมีประโยชน์มากกว่าแค่บอกว่าเดินไปกี่ก้าว หัวใจเต้นเร็วแค่ไหน หรือนอนหลับดีหรือเปล่า เพราะข้อมูลจากข้อมือกำลังถูกนำไปใช้ตั้งแต่งานวิจัยทางการแพทย์ การติดตามผู้ป่วยจากระยะไกล ไปจนถึงการดูแลสุขภาพเพื่อให้มนุษย์มีอายุยืนอย่างมีคุณภาพ
นี่คือภาพอนาคตที่ Garmin Health นำเสนอในงาน Garmin Health Media Event 2026 ที่กรุงเทพฯ โดยมองว่า Wearable กำลังขยับจากอุปกรณ์สำหรับผู้บริโภค ไปสู่แหล่งข้อมูลสำคัญของระบบสุขภาพ
ที่น่าสนใจคือ Garmin Health ยังมองว่าประเทศไทยเป็นหนึ่งในตลาดที่เติบโตเร็วที่สุดในเอเชียแปซิฟิก
Techsauce สรุปประเด็นสำคัญจากงานนี้
[1] Garmin ไม่ได้ทำแค่สมาร์ตวอทช์สำหรับออกกำลังกาย แต่ยังมี Garmin Health ซึ่งเป็นธุรกิจ B2B ที่เปิดให้โรงพยาบาล บริษัทประกัน นักวิจัย และองค์กรต่าง ๆ นำข้อมูลจาก Wearable ไปพัฒนาบริการสุขภาพ โดย Garmin ทำหน้าที่สนับสนุนข้อมูลและเทคโนโลยี ไม่ได้เป็นผู้รักษาโดยตรง
[2] ข้อมูลจากนาฬิกาช่วยติดตามผู้ป่วยพาร์กินสันได้ ตัวอย่างคือ Orbit Health ที่ใช้ข้อมูลการเคลื่อนไหวจากอุปกรณ์ Garmin ร่วมกับซอฟต์แวร์ Neptune เพื่อติดตามอาการและการตอบสนองต่อการรักษาจากระยะไกล
[3] สร้าง Digital Twin เพื่อดูแลสุขภาพรายบุคคล Twin Health นำข้อมูลจาก Garmin มาผสานกับเครื่องติดตามระดับน้ำตาลและอุปกรณ์อื่น ๆ เพื่อสร้างแบบจำลองระบบเผาผลาญของแต่ละคน และนำไปใช้ให้คำแนะนำด้านอาหาร การนอน และการเคลื่อนไหว
[4] งานวิจัยกว่า 1,260 โครงการใช้อุปกรณ์ Garmin แล้ว ตั้งแต่การศึกษาสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด ไปจนถึงโครงการ EMBRACE ของ King's College London ที่ตั้งเป้าเก็บข้อมูลหญิงตั้งครรภ์ 20,000 คนทั่วโลก เพื่อศึกษาการลดความเสี่ยงเบาหวานขณะตั้งครรภ์
[5] Longevity ไม่ได้เริ่มจากยาเสมอไป Garmin ชูแนวคิดว่าการมีอายุยืนต้องมาพร้อมช่วงชีวิตที่มีสุขภาพดี โดยยกข้อมูลที่พบความสัมพันธ์ระหว่างการเดินอย่างสม่ำเสมอกับความเสี่ยงโรคที่ลดลง อย่างไรก็ตาม ความสัมพันธ์ดังกล่าวไม่ได้ยืนยันว่าการเดินเพียงอย่างเดียวจะป้องกันโรคได้
[6] การเดินและการนอนสัมพันธ์กับความสุขด้วย Garmin นำเสนอ Harvard Health & Happiness Study ซึ่งศึกษาผู้เข้าร่วม 4,823 คน จากกว่า 60 ประเทศ พบว่าในวันที่ผู้เข้าร่วมเคลื่อนไหวหรือนอนมากกว่าปกติ พวกเขามีแนวโน้มรายงานความสุข ความผ่อนคลาย หรือความตื่นตัวมากขึ้น
[7] ตลาด Wearable เอเชียแปซิฟิกมีแนวโน้มโตมากกว่าเท่าตัว Garmin ประเมินว่ามูลค่าตลาดจะเพิ่มจาก 11.5 พันล้านดอลลาร์ในปี 2026 เป็น 24.7 พันล้านดอลลาร์ในปี 2031 ขณะที่ธุรกิจ Garmin Health ในเอเชียเติบโตมากกว่า 25% ในปีที่ผ่านมา และไทยเป็นหนึ่งในตลาดที่เติบโตเร็วที่สุด
[8] Garmin ยังเปิดตัว Cirqa Smart Band สายรัดข้อมืออัจฉริยะไร้หน้าจอรุ่นแรกของบริษัท ติดตามสุขภาพได้ตลอด 24 ชั่วโมง รองรับกิจกรรมกว่า 80 ประเภท แบตเตอรี่สูงสุด 10 วัน และดูข้อมูลพื้นฐานผ่าน Garmin Connect ได้โดยไม่ต้องเสียค่าสมาชิกเพิ่มเติม
ทั้งหมดนี้สะท้อนว่าอนาคตของ Wearable อาจไม่ได้แข่งขันกันแค่ว่าอุปกรณ์รุ่นไหนวัดข้อมูลได้มากกว่ากัน แต่รวมถึงคำถามที่ว่า ข้อมูลสุขภาพที่เก็บได้ทุกวัน จะถูกนำไปใช้เพื่อยกระดับการดูแลสุขภาพของผู้คนได้อย่างไร
อ่านต่อได้ที่ : techsauce.co/healthtech/garm…
ไทยส่งออกอิเล็กทรอนิกส์ปีละ 2.4 ล้านล้านบาท แต่ทำไมยังไม่มีโรงงานผลิตชิปเชิงพาณิชย์สักแห่ง ?
.
สินค้าอิเล็กทรอนิกส์คิดเป็นเกือบหนึ่งในสี่ของการส่งออกทั้งหมดของไทย แต่งานส่วนใหญ่ยังเป็นการประกอบและทดสอบชิปให้บริษัทอื่น ส่วนการออกแบบชิปและการผลิตวงจรบนแผ่นเวเฟอร์ ซึ่งสร้างมูลค่าได้สูงกว่า ยังมีอยู่ในประเทศน้อยมาก ตอนนี้ไทยมีบริษัทออกแบบชิปเพียง 5 แห่ง
.
สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) อยากแก้โจทย์นี้ด้วยยุทธศาสตร์เซมิคอนดักเตอร์แผน 25 ปี (2026-2050) เป้าแรกคือมีโรงงานผลิตชิปเชิงพาณิชย์แห่งแรกภายในปี 2030 โรงงานนี้ไม่ได้เริ่มจากชิปที่ล้ำที่สุด แต่จะใช้เทคโนโลยีการผลิตที่ใช้กันมานานแล้ว เพื่อทำชิปสำหรับระบบพลังงาน รถยนต์ไฟฟ้า และเซนเซอร์ ซึ่งต่อยอดจากอุตสาหกรรมที่ไทยมีอยู่แล้วได้
.
ส่วนเป้าปลายทางในปี 2050 คือมีโรงงานผลิตเวเฟอร์ 5 แห่ง บริษัทออกแบบชิป 60 แห่ง และรายได้อุตสาหกรรมราว 4.9 ล้านล้านบาทต่อปี อย่างไรก็ตาม ลำพังโรงงานยังไม่พอ ไทยต้องเตรียมคน น้ำ ไฟฟ้า และพลังงานสะอาดไว้ให้พร้อม รวมทั้งกำหนดให้บริษัทต่างชาติที่ได้สิทธิประโยชน์ต้องถ่ายทอดเทคโนโลยีด้วย บริษัทไทยจะได้ขยับจาก 'ผู้รับจ้างผลิต' ไปเป็น 'เจ้าของเทคโนโลยีของตัวเอง'
.
อ่านต่อได้ที่: techsauce.co/tech-and-biz/in…
House of Wisdom (H.O.W.) ประกาศก้าวสำคัญสู่ปีที่ 4 เสริมเครือข่ายแห่งการช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ด้วยความร่วมมือและการเข้าร่วมลงทุนของกลุ่มธุรกิจสิงห์และเครือสหพัฒน์ พร้อมมุ่งพัฒนาการเป็นธุรกิจที่เติบโตได้อย่างยั่งยืนควบคู่กับการสร้างคุณค่าต่อสังคม ผ่านการพัฒนาศักยภาพผู้นำ การแบ่งปันองค์ความรู้และประสบการณ์ และการเชื่อมโยงเครือข่ายให้เกิดประโยชน์กว้างกว่าเฉพาะสมาชิก โดย ต่อยอดชุมชนผู้บริหารและผู้ประกอบการได้แบ่งปัน ความรู้ พื้นที่ ความสัมพันธ์ และบทสนทนา มาพบกันจนเกิดโอกาสใหม่ทั้งในการทำงานและการใช้ชีวิต
นายธนา เธียรอัจฉริยะ ผู้ร่วมก่อตั้ง House of Wisdom กล่าวว่า “ปีนี้ H.O.W. กำลังก้าวเข้าสู่ปี ที่ 4 จากจุดเริ่มต้นของ H.O.W. ในฐานะ House of Wisdom พื้นที่ที่ผู้นำมาพบกันเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ วันนี้เรากำลังก้าวสู่การเป็นสโมสรแลกเปลี่ยนภูมิปัญญาที่แข็งแรงขึ้น เราอยากให้ H.O.W. เป็นมากกว่าสถานที่เรียนรู้ แต่เป็นบ้านที่สมาชิกสามารถเชื่อมโยงความสัมพันธ์ที่ช่วยเปิดประตูสู่โอกาสใหม่ทั้งเรื่องงานและชีวิต การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่เข้มข้นของโลก เพื่อให้บ้านหลังนี้เติบโตได้อย่างยั่งยืน พร้อมนำความรู้ ประสบการณ์ และเครือข่ายของสมาชิกไปสร้างประโยชน์และส่งต่อโอกาสให้สังคมในวงกว้างด้วย”
นายเรืองโรจน์ พูนผล ผู้ร่วมก่อตั้ง House of Wisdom กล่าวเพิ่มเติมว่า “การที่ได้กลุ่มธุรกิจสิงห์และเครือสหพัฒน์ที่เป็นเสาหลักธุรกิจของประเทศมาอย่างยาวนานมาร่วมลงทุนและสนับสนุนแนวทางของ H.O.W. ในครั้งนี้ เป็นก้าวที่ยิ่งใหญ่และสำคัญมากๆ ของสโมสรเล็กๆ ของเรา เพราะนอกจากจะได้การสนับสนุนทางการเงิน เครือข่ายทางธุรกิจและประสบการณ์ของกลุ่มแล้ว ทั้งกลุ่มธุรกิจสิงห์และเครือสหพัฒน์ยังนำมาถึงตัวอย่างของธรรมาภิบาลและการทำธุรกิจที่รับผิดชอบต่อสังคมมาเป็นตัวอย่างให้สมาชิกของ H.O.W. อีกด้วย”
อ่านต่อได้ที่ : techsauce.co/news/singha-sah…
จีไอเอส เผยพร้อมเดินหน้าหนุนยุทธศาสตร์ชาติ ยกระดับเทคโนโลยี GIS เป็นโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลสนับสนุนการพัฒนาประเทศ ชูความเชี่ยวชาญกว่า 30 ปี พร้อมเป็นกลไกเชื่อมโยงข้อมูลและระบบที่แยกส่วน สู่การบูรณาการฐานข้อมูลกลางเชิงพื้นที่ที่นำไปใช้ประโยชน์ร่วมกัน ครอบคลุมทุกภาคส่วนสำคัญ
ตั้งแต่สาธารณูปโภค พลังงาน โลจิสติกส์ และการจัดการทรัพยากร เปลี่ยนนโยบายภาครัฐสู่ระบบดิจิทัลที่ใช้งานได้จริง พร้อมต่อยอด AI และ Digital Twin เพื่อสนับสนุนภาคเอกชนในการใช้ข้อมูลสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ และช่วยให้ประชาชนได้รับบริการสาธารณะที่ตรงจุด เสริมความมั่นคงและขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม
ดร.ธนพร ฐิติสวัสดิ์ ประธานบริษัท บริษัท จีไอเอส จำกัด ระบุว่า การปักหมุดยุทธศาสตร์ครั้งนี้ของภาครัฐ สะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์และความสำคัญของเทคโนโลยี GIS ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเสาหลักของการพัฒนาประเทศในทุกมิติอย่างแท้จริง เพราะไม่ว่าจะเป็นการบริหารเศรษฐกิจ การวางระบบสาธารณูปโภค การรับมือภัยพิบัติ หรือการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม ล้วนมีมิติของพื้นที่เข้ามาเกี่ยวข้องทั้งสิ้น
อ่านต่อได้ที่ : techsauce.co/news/gisc-digit…
ถ้าวันหนึ่ง AI ไม่ได้มีหน้าที่แค่ตอบคำถาม แต่ต้องอ่านโค้ดหลายแสนบรรทัด วิเคราะห์เอกสารจำนวนมาก หรือค้นหาช่องโหว่ของระบบซอฟต์แวร์ AI จะทำงานเหล่านี้ได้ดีแค่ไหน ?
นี่คือโจทย์ที่ Google พยายามตอบผ่าน Gemini 4 Argon โมเดล AI ระดับแนวหน้าที่ออกแบบมาเพื่อรับมือกับงานซับซ้อนหลายขั้นตอน โดยมีจุดเด่นคือการทำงานต่อเนื่องกับข้อมูลจำนวนมาก และรองรับขีดจำกัดรวมสูงสุด 1 ล้านโทเคน
Techsauce สรุปความสามารถสำคัญของ Gemini 4 Argon ว่ามีอะไรน่าสนใจบ้าง
- ทำงานกับข้อมูลได้สูงสุด 1 ล้านโทเคน โดยนับรวมข้อมูลที่ป้อนเข้าไป กระบวนการคิด และผลลัพธ์ที่สร้างขึ้น พร้อมเทคโนโลยี Long Decode ที่ช่วยให้ AI สร้างผลลัพธ์ยาวเกิน 64,000 โทเคนได้ผ่านการประมวลผลต่อเนื่องหลายรอบ
- ช่วยงานเขียนโค้ดและพัฒนาซอฟต์แวร์ ทำคะแนน 77.9% บน DeepSWE v1.1 ซึ่งทดสอบงานวิศวกรรมซอฟต์แวร์ที่ซับซ้อน Google ยังนำโมเดลไปช่วยย้ายโค้ดของระบบที่มีขนาดกว่า 800,000 บรรทัด โดยมีการตรวจสอบจากวิศวกรควบคู่กัน
- ช่วยงานการเงิน กฎหมาย และธุรกิจ Gemini 4 Argon ขึ้นอันดับหนึ่งบน Vals Index ซึ่งประเมินความสามารถในการทำงานหลายสาขา และทำคะแนน 51.3% บน AutomationBench ที่ทดสอบการทำงานอัตโนมัติในธุรกิจ
- ช่วยค้นหาและแก้ไขช่องโหว่ไซเบอร์ ทำคะแนน 68% บน CWE-Bench v1 และมีอัตราการโจมตีแบบ Indirect Prompt Injection สำเร็จเพียง 0.7% ในชุดทดสอบ Gray Swan ตามผลที่ Google รายงาน
เริ่มใช้งานผ่าน Gemini Enterprise ได้แล้ว สำหรับคนไทย โครงการ AiPASS 2.0 เปิดให้เรียนสะสมครบ 1,000 คะแนน เพื่อรับสิทธิ์ใช้งาน Gemini Enterprise สูงสุด 10 เดือน จำนวนจำกัด 500,000 สิทธิ์ โดยเริ่มใช้งานได้ตั้งแต่ 9 พฤศจิกายน 2569
อ่านรายละเอียดและสมัครรับสิทธิ์ได้ที่ goo.gle/47H8aFS โดยเปิดรับถึงวันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 หรือจนกว่าสิทธิ์จะหมด
อ่านบทความเต็มได้ที่ : techsauce.co/ai/gemini-4-arg…
#Gemini4Argon #AiPass
Krungsri Tech Day 2026 งานเดียวครบ จบทุกเรื่อง AI ที่คุณอยากรู้!
ลงทะเบียนเลย bit.ly/4zaE8Wv
.
เปิดตัว Speakers ตัวจริงด้าน AI และกลยุทธ์ธุรกิจ พร้อมพาคุณเจาะลึกทุกมิติของ AI ตั้งแต่เทรนด์เทคโนโลยี กลยุทธ์ ไปจนถึงการนำไปใช้จริง เพื่อสร้างผลลัพธ์และการเติบโตให้ธุรกิจ
.
✨ ไฮไลต์ที่ห้ามพลาด
- Expert Speakers เปิดมุมมองใหม่จากผู้เชี่ยวชาญด้าน AI และกลยุทธ์ธุรกิจ
- Envisioning Stage อัปเดตเทรนด์และมองอนาคต AI
- Execution Stage เจาะลึกการใช้ AI ให้เกิดผลลัพธ์จริง
- AI & Technology Exhibition สัมผัสนวัตกรรมและโซลูชันจากพาร์ตเนอร์ชั้นนำ
- Workshops & Business Clinic เรียนรู้ ลงมือทำ พร้อมปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
.
📅 4 พฤศจิกายน 2026
📍 ชั้น 5 Samyan Mitrtown Hall
⏰ 10:00 – 17:30 น.
.
หมายเหตุ
*Workshop และ Business Clinic มีจำนวนที่นั่งจำกัด โดยเป็นไปตามเงื่อนไขการลงทะเบียนและการยืนยันสิทธิ์ของแต่ละกิจกรรม
#KrungsriTechday2026 #KrungsriITD #DigitalTransformation #AIForBusiness #TechForLife #KrungsriBusinessEmpowerment


















