Jpybara retweeted
ใครอยากได้อะไร ARMANI beauty แวะมาทักทายคุยกันตอนเที่ยงถึงบ่ายสอง
มีโปร + ของขวัญเฉพาะใน live เท่านั้น
เจอกัน
vt.tiktok.com/ZS9f2AquEVbUg-…
Jpybara retweeted
คิดว่ายังไงในอนาคตก่อนเราชรา กฎหมายการุณยฆาตก็ต้องผ่าน เพราะรัฐไม่มีปัญญาเลี้ยงคนแก่มากมายทั้งประเทศหรอก การยอมให้คนแก่ที่ต้องการตายได้ตายสมใจ เป็นการลดภาระรัฐที่รัฐใช้ความสามารถในการบริหารน้อยที่สุดแล้ว
Jpybara retweeted
จากที่ขุดเปเปอร์พวก Pycnogenol , Grape Seed , Astaxanthin ที่คนอวยเรื่องกินแล้วผิวขาวใสราวครึ่งทวิต
เอาตรงๆถ้าจะฝากความหวังเรื่องผิวขาวใสไว้กับตัวไหนหรือสีผิวสม่ำเสมอขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ยังไม่เลือก Grape Seed, Pycnogenol หรือ Astaxanthin เป็นตัวหลักสักตัว
-Grape Seed มีข้อมูลฝ้าขนาดเล็กและสูตรผสมที่ให้ผลบวก แต่หลักฐานสารเดี่ยวอ่อน
-Pycnogenol มี RCT สนับสนุนการเสริมการรักษาฝ้า แต่ไม่ได้พิสูจน์ว่ากินเดี่ยวๆแล้วขาวใสออร่าขนาดนั้น
-Astaxanthin มีงานด้านความชุ่มชื้นและความยืดหยุ่นมากกว่า แล้วเลข 6,000 เท่าในตำนานก็มาจาก บริษัท Fuji Chemical ผู้จำหน่าย Astareal เป็นคนเผยแพร่ผลทดลองว่า Astaxanthin มีความสามารถดับ Singlet Oxygen มากกว่าวิตามินซีประมาณ 6,000 เท่า
แต่เป็นผลจากการทดลองปฏิกิริยาเคมี ไม่ใช่ทดลองกับคนว่าผิวขาวใสขึ้นมากกว่าวิตามินซี 6,000 เท่า
ถ้าชั้นมีเงินก้อนนึงแล้วต้องเลือกเพื่อแก้ปัญหาสีผิว จะลงทุนกับกันแดดและสารทาลดเม็ดสีที่มีเปเปอร์ดีๆก่อนเลย
มี RCT นะว่ากันแดดที่มี Iron Oxides ช่วยป้องกันแสงที่มองเห็นได้ ให้ผลด้านฝ้าดีกว่ากันแดดที่เน้นป้องกัน UV อย่างเดียวภายในการทดลองนั้น อันนี้มีประโยชน์ต่อการเลือกผลิตภัณฑ์จริง มากกว่าการใช้คะแนนต้านอนุมูลอิสระในหลอดทดลองมาตัดสินว่าอาหารเสริมตัวไหนทำให้ขาวกว่า
ไม่ใช่ว่าอาหารเสริมทุกตัวหลอกลวงหรือไม่ดีเลย มีสารบางตัวและบางสูตรที่ผลในคนออกมาดีจริงแต่สิ่งที่เกิดขึ้นบ่อยมากคือ งานวิจัยพิสูจน์ประโยชน์ข้อ A แต่คอนเทนต์เอาไปขายประโยชน์ข้อ B แล้วคนซื้อคิดว่าข้อ B ผ่านการทดลองแล้ว
งานลดฝ้าก็กลายเป็นผิวขาวทั้งตัว งานลดความเสียหายจาก UV ก็กลายเป็นผิวขาว งานความชุ่มชื้นก็กลายเป็นผิวออร่าขาวชมพู
แล้วสุดท้ายก็ติดคะแนน 1000/10 เข้าไปอีก
อีดอก วิทยาศาสตร์ยังไม่ได้ตรวจข้อสอบวิชานั้นเลย แต่รีวิวประกาศให้เกียรตินิยมอันดับหนึ่งไปแล้วค่ะ 555555 🤣
สิ่งที่ให้ความสำคัญที่สุดอย่าถามแค่ว่ามีงานวิจัยรองรับไหม ต้องถามว่างานวิจัยนั้นรองรับประโยคที่กำลังโฆษณาอยู่จริงหรือเปล่า
Jpybara retweeted
ใครจะไปนึกใช่ไหมว่า ทำรีวิวใน Twitter จะได้ไป Brand trip เมืองนอก
เดือนที่แล้ว ผมเป็นตัวแทนประเทศไทยคนเดียวได้ไปกับ Sulwhasoo ตอนแรกนึกว่าไปเยี่ยมบริษัท ไปงานครบรอบ 60 ปี. สรุปคือไป Live กับทาง Shopee ด้วยเป็น project SulwhasooxShopee มีทีมเอเชียไป 5 ประเทศ ยอมรับเลยว่าประหม่ามากกว่าตื่นเต้นแล้ว ในใจคิดมาตลอดว่าเราจะทำยอดขายได้ไหมวะ
ตอนที่ live ก็ทำเต็มที่และเป็นตัวเองมากที่สุด ไม่คิดว่าคนจะมาให้กำลังใจและดูเราเยอะขนาดนี้
สรุป ประเทศไทยได้อันดับ 1 🧡🥇🧡 ร้องไห้น้ำตาแตกเลย เพราะปกติก็ไม่คิดว่าตัวเองจะมาทางสาย live ขายของได้
จะบอกว่าทริปนี้เป็นประสบการณ์ที่ดีมากของในชีวิตเส้นทางนี้เลย อยากขอบคุณ Sulwhasoo ประเทศไทย ทีมงานทุกๆคน มันเป็นช่วงเวลาที่พิเศษมาก
เดี๋ยวจะมีอะไรที่น่าตื่นเต้นมาอีกปีหน้ารอติดตามเลยครับ
Jpybara retweeted
เริ่มเป็นงูสวัด เลยรีบไปโรงบาลเอกชน เพราะถ้าได้รับยาต้านไวรัสเร็ว ภายใน 72 ชั่วโมงแรก จะช่วยลดความรุนแรงของโรคได้ดีขึ้น ก็แจ้งอาการเบื้องต้นแล้วเข้าพบแพทย์
หมออายุเยอะหน่อยตรวจ แล้วขำกับพยาบาล บอก “ผื่นทั่วไปนะ คนไข้อย่าตื่นตระหนก ” เราเลยบอก ไม่น่าจะแค่ผื่นนะคะ มีตุ่มน้ำขึ้นด้วย พร้อมเปิดรูปจากกล้องมือถือที่ถ่ายซูมให้ดู หมอหน้าเครียด ตรวจใหม่ทันที แล้วผมก็ได้ยามา 😂
แต่ก็เข้าใจคุณหมอนะ เพราะตุ่มน้ำช่วงแรกเล็กมาก มองด้วยตาเปล่าอาจแยกจากผื่นทั่วไปได้ยากจริงๆ การถ่ายรูปก็ช่วยให้หมอเห็นรายละเอียดที่ตาเปล่าอาจมองไม่ทันได้เหมือนกัน
ละคือคนไทยเป็นกันเยอะมาก โดยเฉพาะชาวออฟฟิศ ไปทำงานเช้า กลับเย็น จะเอาเวลาไหนไปโดนแดด แถมยังทาครีมกันแดด กางร่ม ใส่เสื้อกันแดดอีก เป็นวิตามินที่สำคัญมากเหมือนกัน แต่ของนี่ใช้ทางลัด กินวิตามิน D3+K2 เข้าไปเลย ง่าย จบ 555555555
Jpybara retweeted
Midlife Crisis จะเบาลงมากถ้า
- พ่อแม่รับราชการ
- ไม่มีลูก
- ไม่สร้างภาระสะสมมาตอนวัยรุ่น
Jpybara retweeted
ที่ทำงานเก่ามีพี่คนนึง วันนึงเดินมาบอกนี่ว่า “พี่กับเพื่อนพี่ลงความเห็นกันแล้ว ว่าน้องโอ๊ตน่าจะชอบผู้ชาย มีแฟนเป็นผู้ชายใช่ไหมจ๊ะ”
นี่เลยตอบกลับว่า “พี่อยากรู้ชีวิตผมมากกว่าตัวผมเองอีกอ่ะ” เงียบดิ กลัหลังจากนั้นเลิกยุ่งกับนี่ตลอดชีวิต เออ ครั้งนึงเคยได้ตอบอะไรแบบนี้ซัดหน้าคนด้วย ใครจะไปคิด
Jpybara retweeted
ในฐานะแพทย์ที่เคยอยู่ทั้งรพ.รัฐ รับงานเอกชนบ้าง ข้อดีของข้าราชการเหนือสิ่งอื่นใด ที่หลายๆคนยังทนอยู่แม้เงินเดือนจะสตาร์ทหมื่นแปด ไม่ใช่บำนาญ หน้าตาในสังคม หรือการที่พ่อแม่เอาไปเม้าได้ แต่คือสิทธิ์การรักษาพยาบาล ที่ได้ไปถึงพ่อแม่ ลูกอายุไม่เกิน 20 นี่คือสิ่งมีค่าที่สุด ประกันอีลีทเบี้ยปีละแสนก็ไม่สู้
Jpybara retweeted
จริงๆการไม่มีค่าตัว(สำหรับคนที่เป็นเจ้าของบริษัทและมีรายได้สูง) เป็นทางเลือกในการบริหารจัดการภาษีที่ดีนะครับ เพราะภาษีบุคคลธรรมดาหักค่าใช้จ่ายได้น้อยกว่า+แพงกว่าภาษีนิติบุคคล นี่ยังไม่นับรวมว่าพอเป็นเจ้าของเรารับเป็นเงินปันผล dividend tax แค่ 10% แถมถ้าเราไม่มีรายได้ที่เป็นเงินเดือน ยังเครดิตภาษีได้อีก
Jpybara retweeted
แนะนำ Life hack ที่ถูกแชร์ต่อๆ กันมาแล้วดิฉันก็ทำตามแล้ว เอ้อ มันเริ่ดจริงๆ
สำหรับคนที่ใช้น้ำตบเอย tonerเอย serum แบบน้ำเอย เอาหัวพ่นของ Muji, Daiso มาเปลี่ยนแล้วพ่นใส่หน้าเลย ใช้ได้กับ น้ำตบของ Muji, Ordinary เริ่ด ส่วนขวดแบรนด์อื่นยังไม่เคยลองนะ
ฟีลดีมาก กระจายทั่วหน้า ที่สำคัญประหยัดกว่าบีบใส่สำลีละเช็ด แต่ effect จะต่างกันหน่อย ต้องระวังเข้าตาด้วย
Jpybara retweeted
เมื่อก่อนเคยคิดนะว่า ชีวิต(เก้ง) มันเป็น vertical เป็นladder ที่ต้องไต่ขึ้นไป มันจะมี prototype นึงที่เรารู้สึกว่า อยากimprove ตัวเองไปให้ถึงจุดนั้น
ชีวิต30+ นี่แหละที่สอนให้รู้ว่า จริงๆแล้วชีวิตทุกคนอยู่ในระนาบเดียวกัน ทุกคนมีพลังและความน่านับถือในตัวเอง แค่อยู่คนละเส้นทาง
คนที่ดูชีวิตดีไปหมดทุกอย่าง ไม่ได้แปลว่าการกระทำและทัศนคติจะดีตาม ในขณะเดียวกันคนที่น่านับถือจากข้างใน มันสัมผัสได้จริงๆ ไม่ได้ขึ้นกับชนชั้นที่อุปโลกน์ขึ้นมาเลย
Jpybara retweeted
สต.ทา body lotion + body oil ทุกวัน ผิวนุ่มมากกกกก ชอบผิวตัวเองมาก จับละนุ่มทุกส่วน ใครไม่เข้าวงการ body oil ต้องลอง
Jpybara retweeted
ส่วนตัวทำ Diode ไม่เป็นไรเลยครับ
ชอบมากกว่า หน้าเนียนใสขึ้น เพราะขนถูกทำลาย ขนเส้นใหญ่โดนยิงไม่ขึ้นอีก
ส่วนขนอ่อนขึ้นปกติเล็กน้อย
โดยรวม 10/10 ทำแค่ 6 ครั้งเห็นผลลัพธ์เลย
Jpybara retweeted
ออยอาบน้ำ: eucerin, bioderma
โลชั่น: cerave, bath & body
ออยทาตัว: journal, neutrogena
ออยนวดตัว: panpuri
ชอบผิวตอนฉ่ำมาก
Jpybara retweeted
Replying to @jpybara
ผมก็เลือกแบบ A ครับ สกินติฟิค PDRN มอยซ์ ก็ 300 ใช้ดีม้ากกก สำหรับผมคิดว่าครีมไม่ต้องแพง แต่เน้นที่ความต่อเนื่องในการใช้ และการดูแลส่วนอื่นด้วยเช่น ทากันแดด มาร์กหน้า การนอน การกิน
Jpybara retweeted
จริงๆกิน astaxanthine ไม่เคยคิดเรื่อง 6000 เท่าของวิตเพราะมันเทียบแบบนั้นไม่ได้อยู่แล้ว แต่มันง่ายในแง่การเอาไปทำให้ว๊าวในการตลาด มันมีที่อยู่ มีหน้าที่ มีกลไกที่เป็นประโยชน์อยู่ แต่มันแบบอาหารเสริมอ่ะ ไม่ใช่หลัก ไม่กินก็ได้ แล้วแต่ความต้องการมันมีฟังชั่นของมัน เหมือนยากับเครื่องสำอางแหละ จะใช้เครื่องสำอางทำไมทั้งที่ยาดีกว่า แล้วแบ่บ ถึงมันจะมีส่วนครอสกันบ้าง แต่เราแยกประเภทมันเพราะมันมีจุดประสงค์ของมันนี่แหละ
Jpybara retweeted
AOX แต่ละตัวมันทำงานต่างกันอะ AOX capacity ต่างกันไม่ใช่ว่าตัวที่ชนะมันจะชนะไปเลย จึงแนะนำให้กินหลากหลายจากแหล่งอาหารหลัก อย่าง VitC นี่ขาดแล้วเป็นลักปิดลักเปิดนะ แต่เข้าใจได้ว่าด้วยตัวเลขและการ present มันทำให้คนทั่วไปคิดว่าดีกว่า 6000 เท่า
แต่จริง ๆ Ascorbic acid (AA) ก็ละลายในตัวทำละลายอินทรีย์ได้เหมือนกัน สารทุกชนิด ไม่ใช่ว่าถ้าละลายในน้ำแล้วจะไม่ละลายใน organic solvent and vice versa เพราะการละลายของสารขึ้นกับความเป็นขั้วของตัวทำละลายรวมถึงการสร้างแรงระหว่างโมเลกุล อย่าง organic solvent ก็มีขั้วต่างออกไปอย่างเช่น DMF จัดเป็น high polar ความสามารถในการละลายของ AA ดีกว่าในน้ำด้วยซ้ำ (12.5 mg/mL in DMF vs 10 mg/mL in water) แต่การมี 10% Chloroform ก็ทำให้มันละลายน้อยลง แต่ก็คงไม่ห่างจากน้ำเท่าไหร่
แต่อันที่น่าแปลกคือ AA มันอยู่ใน DMF ไม่ค่อยเสถียรจากงานวิจัยที่เจอ ไม่รู้เค้าวัดกันไวแค่ไหน
เอาจริงไม่ควรเอามาเทียบกันเท่าไหร่เพราะอย่างวิตซีนี่เป็น co-enzyme ในหลายกลไก ส่วน astaxanthin มันชอบไปแปะอยู่ตรง phospholipid bilayer เหมือนนั่งคนละตำแหน่งอะ มันแทนกันไม่ได้
งานวิจัยที่เคลม astaxanthin ต้านอนุมูลอิสระได้ดีกว่า VIT C 6,000 เท่า มันมีจุดเอ๊ะๆหลายจุด
1. ทำโดยตัวพนักงานบริษัทผลิตสาร
2. Asta ละลายในไขมัน ส่วน Vit C ละลายได้ดีในนำ้ ทีนี้พอมาเทียบกัน เค้าจับ Asta,VitC มาใส่ตัวทำละลาย DMF : CDCl3 (9 : 1) เป็นตัวทำละลายอินทรีย์ ไม่มีน้ำเลย
ซึ่งไม่ใช่สภาวะที่วิตซีทำงานได้ดีสุด
3. ถ้าใช้เกณฑ์เดียวกัน ไลโคปีนในมะเขือเทศก็ต้านอนุมูลอิสระได้มากกว่าวิตซี 3,800 เท่าเหมือนกัน
4. คำว่าต้านอนุมูลอิสระใช้ไม่ได้ เพราะงานวิจัยเค้าวัดว่าดับ Singlet oxygen (ไม่ใช่อนุมูลอิสระ) ได้เท่าไหร่
5. ทำในหลอดทดลอง ผลในหลอดทดลอง ไม่เท่ากับผลในมนุษย์จริง
Astaxanthin เป็นอาหารเสริมตัวนึงที่ overhyped มากในไทย มันมีงานวิจัยเรื่องผิวแหละ แต่เป็นพวกความชุ่มชื้น ความยืดหยุ่น ผลไม่แน่นอน ในเกาหลีอนุญาตให้เคลมเรื่องช่วยเรื่องตาล้าได้ ในยุโรปห้ามเคลมแม้แต่ antioxidant
อาหารเสริมมันไม่ได้เปลี่ยนแปลงร่างกาย สีผิวอะไรขนาดนั้น ถ้ามีคาดหวังว่าช่วยเรื่องริ้วรอย สีผิว -> อาจจะยัง
































