แกรรร เรื่องใหญ่เวอร์! นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยอาร์ฮุส (Aarhus University) ของเดนมาร์ก เพิ่งออกมาแฉระบบความปลอดภัยของ LINE ว่าไอ้ระบบเข้ารหัสแบบ End-to-End (Letter Sealing) อะ มันมีช่องโหว่ฉ่ำมาก! คือถ้าเซิร์ฟเวอร์โดนแฮกหรือมีคนคิดร้าย เค้าสามารถแอบส่งข้อความซ้ำ, สลับลำดับ หรือบล็อกข้อความเราได้แบบเงียบกริบเลยคุณน้า! แถมถ้าคนในแชตร่วมมือกัน ก็สามารถปลอมแปลงคนส่งข้อความได้ด้วยนะ แรงสุดคือส่งสติกเกอร์แล้วข้อมูลข้อความจริงดันหลุด (leak plaintext) ออกมาเฉย! แต่ขำความเจ้าของ LINE ปีที่แล้วบอก ‘ไม่ต้องทำอะไรเป็นพิเศษ’ จ้าาา มั่นมากกก ขำในความปลอดภัยทิพย์นี้เนอะคุณพี่ 💅🚨
คนไทยคะ 🇹🇭 ตื่นค่ะ! ลองหันไปมองเวียดนามกันดีๆ หน่อยปะ ตอนนี้เขาไม่ได้คุยแค่ว่าจะโตยังไง แต่กำลังออกไปเรียนรู้จากประเทศที่ "พัฒนาแล้ว" เพื่อเตรียมประเทศสำหรับอนาคตจริงๆ
ล่าสุดคณะผู้บริหารภาครัฐเวียดนามกว่า 20 คน บินไปสวีเดน ศึกษาเรื่องพลังงานสะอาด เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เมืองอัจฉริยะ การบริหารท้องถิ่น และการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน
ที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือ เขาไม่ได้ดูแค่เทคโนโลยี แต่ดูทั้งระบบว่า สวีเดนทำอย่างไรให้
🏛️ รัฐ
🏢 เอกชน
🎓 มหาวิทยาลัย
🔬 สถาบันวิจัย
ทำงานร่วมกันจนเกิดนวัตกรรมและยกระดับคุณภาพชีวิตของคนทั้งประเทศ
นี่คือ mindset ของประเทศที่กำลังเตรียมตัวเป็น #ประเทศโลกที่1 นะคะ
Vietnamese officials study Sweden’s green transition and smart-city models
#Vietnam #Sweden #scandasia #news
scandasia.com/vietnamese-off…
Trip. Atir. retweeted
มันต้องเข้าใจพื้นฐานแรกของสังคมก่อนไหมคะ ว่าคนอื่นๆ ในสังคม เขาไม่ได้เดือดร้อนจากการที่พรรคส้มไม่ได้เป็นรัฐบาล ดังนั้น เขาไม่ได้ตื่นมาโกรธโลก โกรธสังคม โกรธชีวิต หรือใช้ชีวิตแบบสิ้นหวังในทุกวันแบบติ่งส้ม เราก็เหมือนอยู่คนละบรรยากาศชีวิตน่ะค่ะ ไม่ใช่ทุกคนคิดแบบติ่งส้มอะค่ะ 😂
มันพยายามเพื่อไปยืนตรงนั้นมาก และนิสัยคล้าย ๆ กันในรุ่นคือ โอเคตรงนี้ไม่ได้ แล้วลำดับถัดไปหล่ะกันไปเรื่อย ๆ พวกเราก็คนปกตินี่แหละ ขำขมปนไป 555
อย่าพึ่งรีบท้อ กางฝันเรา และหาเส้นทางให้เยอะที่สุดเพื่อเป็นตัวเลือก เดินตรง/อ้อมก็มองปลายทางไว้ 555
มันใช้ได้จริงและชีวิตดีจริงครับ
👩🔬 ใครบอกว่าเด็กธรรมดาไปโกอินเตอร์ไม่ได้? มาฟังบทเรียนจริงจากสาวไทยที่ผันตัวเป็นนักวิจัยอุปกรณ์การแพทย์ในเดนมาร์ก! จึ้งจนต้องกรี๊ด (4/6)
ขอพาไปเปิดวาร์ปเรื่องราวของพี่เพลง นักวิจัยแห่ง Agilent Technologies [agilent.com/en] จากเด็กวิทย์ มศว ที่เชื่อว่าการศึกษาคือประตูสู่โลกกว้าง สู่การบินไปเรียนป.โท Biomedical Engineering ที่ DTU และ KU! ลบภาพระบบท่องจำแบบเดิมๆ ทิ้งไปได้เลย เพราะที่นี่เน้นลงมือทำจริงจนขนลุกซู่! 🤯
🧬 จุดเปลี่ยนของการเรียน
พี่เพลงเล่าว่าได้หลุดจากโหมดท่องจำ มาเป็นการตั้งคำถามและวิเคราะห์แบบเข้มข้น แถมตอนไปแลกเปลี่ยนที่ ETH Zurich ยังได้เรียนคู่กับอาจารย์แพทย์และวิศวกรแบบแพ็คคู่ ได้เข้าไปดูการผ่าตัดจริงด้วย! ฟีลแบบ...ความรู้ที่เรียนมามันช่วยชีวิตคนได้จริงๆ พวกแก 🥺
🇩🇰 ทริคเรียนภาษาเดนนิช
ไม่ต้องกดดันตัวเองให้เป๊ะจนเครียด! พี่เพลงแนะว่าให้เรียนด้วยความสนุก ผิดพลาดก็หัวเราะไปกับมันได้ เพราะภาษาคือเครื่องมือสื่อสาร ไม่ใช่แค่การท่องไวยากรณ์เนอะ
💡 Mindset คนเก่ง
ทุกความสำเร็จและความล้มเหลวล้วนคือประสบการณ์ "เชื่อในความตั้งใจของตัวเอง เพราะความพยายามไม่เคยทำร้ายใคร" ประโยคนี้แหละที่ทัชใจสุดๆ 🫶
โพสต์หน้าเตรียมมาส่องฝั่งสายอาร์ต/สถาปัตย์กันบ้าง บอกเลยว่าคัลเจอร์ช็อกกว่านี้อีก! 👇
อย่าลืมกด Follow อิฉันไว้ด้วยนะคะ จะได้ไม่พลาดคอนเทนต์อินสไปร์เรื่อง #เรียนต่อเดนมาร์ก และ Life Hacks จากรุ่นสู่รุ่นค่ะ!
Replying to @Aomza68
เรื่องเปลี่ยนชื่อคืองานถนัดพ่อใหญ่ทรัมป์ค่ะ ถ้ามองจากสไตล์การเมืองของพ่อใหญ่ จะเห็นว่าเขาชอบใช้การ "รีแบรนด์ชื่อ" เพื่อสร้าง Narrative ใหม่ให้คนจำได้ง่าย และเชื่อมโยงกับแนวคิด "America First" มากกว่าที่จะเป็นแค่เรื่องภาษาเฉย ๆ คนทั่วโลกก็บ่นงึมแบบคุณพี่นี่แหล่ะค่า อิฉันขอยกตัวอย่างมาบางชื่อละกัน
🌊 Gulf of Mexico → Gulf of America
อันนี้ดังสุด พ่อใหญ่ทรัมป์ลงนามคำสั่งให้หน่วยงานรัฐบาลสหรัฐใช้ชื่อ"Gulf of America" แทน"Gulf of Mexico" โดยให้เหตุผลเรื่อง "ความยิ่งใหญ่ของอเมริกา" และความเหมาะสมทางเศรษฐกิจและภูมิศาสตร์
🏔️ Denali → Mount McKinley
ภูเขาที่สูงที่สุดในอเมริกาเหนือ ก่อนหน้านี้รัฐบาล Obama เปลี่ยนกลับไปใช้ชื่อดั้งเดิมของชนพื้นเมืองว่า Denali แต่พ่อใหญ่ทรัมป์สั่งให้หน่วยงานรัฐบาลกลางกลับไปใช้ Mount McKinley อีกครั้ง
🌊 Lake Ontario → Lake America
พ่อใหญ่ทรัมป์ผลักดันให้เรียก Lake Ontario ว่า Lake America ท่ามกลางความขัดแย้งทางการค้ากับแคนาดา
มันสะท้อนหลักการทางการเมืองที่เรียกว่า "Framing" คือ ใครกำหนดคำศัพท์ได้ คนนั้นมีโอกาสกำหนดวิธีคิดของสังคมได้ด้วยค่ะ 💡
Trip. Atir. retweeted
บางวันกุก้นอนมองเพดานแล้วได้แต่คิด ๆ ว่า คนเรามันจะดิ้นรนไปทำไมวะ ในเมื่อเดี๋ยวมันก็ตายอยู่ดีอะ
เห็น พฤติกรรมผู้ปกครองตัวเอง และเชื่อและ emotional blackmail มีจริง และมีจริงกับบ้านของเรามาตั้งแต่เด็ก
Trip. Atir. retweeted
รัฐไม่มีหน้าที่หาเงินง่าย ๆ ด้วยการไล่ยึดทรัพย์คนเดิมครั้งแล้วครั้งเล่า รัฐมีหน้าที่บริหารประเทศให้เศรษฐกิจเติบโตและหารายได้อย่างเป็นธรรม
คุณทักษิณ ชินวัตร เคยถูกนำทรัพย์จากคดีหุ้นชินคอร์ปมูลค่ากว่า 46,000 ล้านบาท ให้ตกเป็นของแผ่นดินไปแล้ว
หลังจากนั้นต้องใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศนานหลายปี กลับประเทศไทยก็เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมและรับโทษตามคำพิพากษา
วันนี้กลับมีการสืบทรัพย์และบังคับหนี้ภาษีอีก 17,629 ล้านบาท
คำถามที่รัฐต้องตอบให้ชัดจึงไม่ใช่แค่ “จะยึดอะไรได้อีกบ้าง” แต่คือ เงินก้อนที่รัฐกำลังตามเอาอยู่นี้เกี่ยวข้องกับทรัพย์ก้อนเดียวกับที่รัฐเคยเอาไปแล้วหรือไม่
ถ้าไม่ใช่ ก็อธิบายหลักกฎหมายและที่มาของหนี้ให้ประชาชนเห็นอย่างตรงไปตรงมา
แต่ถ้าใช่ ประเทศนี้ต้องกล้าถามว่า คนคนหนึ่งสามารถถูกเอาทรัพย์จากเหตุเดียวกันได้กี่รอบ
รัฐบาลที่มีความสามารถควรเอาเวลาไปคิดว่าจะสร้างเศรษฐกิจอย่างไร จะขยายฐานภาษีอย่างไร จะทำให้คนมีรายได้และธุรกิจเติบโตอย่างไร
ไม่ใช่ทำให้ภาพของรัฐกลายเป็นว่า
เงินหาใหม่ไม่เป็น แต่ทรัพย์ของอดีตนายกรัฐมนตรีก้อนเดิมยังตามหาไม่เลิก
นี่ไม่ใช่เรื่องว่าชอบหรือไม่ชอบทักษิณ
เพราะวันนี้อาจเป็นทักษิณ
วันหนึ่งอาจเป็นประชาชนคนใดก็ได้
อำนาจรัฐโดยเฉพาะอำนาจในการเอาทรัพย์สินของประชาชนต้องมีขอบเขต และต้องอธิบายได้ทุกบาททุกสตางค์ว่าใช้อำนาจตามกฎหมายข้อใด
การเก็บภาษีเป็นหน้าที่ของรัฐ
แต่การไม่เอาทรัพย์ของบุคคลเกินกว่าที่กฎหมายให้อำนาจ ก็เป็นหน้าที่ของรัฐเหมือนกัน
ดังนั้นเรื่องนี้ควรปล่อยให้ศาลภาษีอากรพิจารณาข้อโต้แย้งเรื่องการบังคับซ้ำอย่างตรงไปตรงมา และรัฐต้องตอบคำถามของสังคมด้วยกฎหมาย ไม่ใช่เพียงด้วยคำว่า “รัฐมีสิทธิจะเอา”
บ้านเราเพิ่งปัดตกรถขยะ EV ตามสไตล์คนกรุงเทพ native แต่วันนี้เวียดนามออกข่าวจับมือธุรกิจกลุ่มนอร์ดิกเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมสีเขียวกันแล้วจ่ะพี่จ๋า! 🌱🏭 แถมแบรนด์เค้าเอารถ EV ที่ผลิตเองส่งไปทำแท็กซี่วิ่งฉ่ำมงที่โคเปนเฮเกนเรียบร้อยแล้วด้วยคุณน้า 🚕✨ เอนเนอร์จีเพื่อนบ้านคือ 500% รักษ์โลก แถมได้ดีลธุรกิจยาวๆ ฉ่ำๆ ยินดีกับเค้าเนอะ!
Carlsberg, H&M and Ericsson joins Vietnam green industries summit
#vietnam #business #news #scandasia #summit
scandasia.com/carlsberg-hm-a…
โคตรเห็นแก่ตัว จะยอมให้ประเทศเกียร์ว่างรอ 10 เดือน (ทั้งความเสี่ยงมหาศาล) เพราะอีส้มตั้งรัฐบาลไม่ได้ สว.ไม่โหวตให้ ไม่แลก 112 กับภจท.โหวตให้ จึงยอมส่งให้แดง
สุดท้ายมาขายวาทกรรมตระบัดสัตย์
สำหรับกูที่มึงโหวตอีหนู 143 แล้วไม่ร่วมรัฐบาล อันนี้แหละทำลายประชาธิปไตยที่สุดแล้ว อุบาทว์
การเมืองเละเทะมาถึงวันนี้ได้ เพราะการตระบัดสัตย์ในปี 66
เคยพูดหลายรอบแล้วว่าโอกาสครั้งนั้นสำคัญมาก มากจนไม่ควรมีการตระบัดสัตย์เกิดขึ้น เหมือนเป็นวินาทีที่ต้องออกหมัดฮุคที่จะพลิกเกมการเมือง ให้ฝ่ายประชาธิปไตยกลับมามีพลังเข้มแข็งที่สุด
ต่อให้นาทีนั้นเป็นรัฐบาลไม่ได้ ฝ่ายผู้มีอำนาจก็ต้องยอมให้ตัวเองเสียหายที่สุด เพื่อจะกดหัวฝั่งที่ประชาชนเลือกลงไป
แต่ดันมีคนเอาช่วงเวลาที่สำคัญขนาดนี้ไปแลกกับผลประโยชน์ส่วนตัวแบบโง่ๆ
และโอกาสแบบนั้นอาจไม่มีอีกแล้ว คนไทยอาจต้องรอไปหลัก 10ปี++ นี่เคยพูดแล้ว และก็ไม่ได้พูดเล่น ตอนนี้คงเริ่มเห็นกันแล้ว
เพราะจากการเมือง 2 ขั้ว มันแยกเป็น 3 และไม่มีฝ่ายไหนที่จะได้เสียงชนะขาดอีกแล้ว ต่อให้มี 2 พรรคไหนมารวมกันได้ ก็ไม่ได้ถูกมองเป็นพลังของฝั่งประชาธิปไตยที่จะมีอำนาจต่อรองกับข้างบนได้จริงๆ
ทุกวันนี้ที่ต้องมาคร่ำครวญกันว่าสู้กันมาหลายปี ไม่คืบหน้าเลย แถมดูถดถอยลงทุกวัน ก็ให้รู้ว่าจุดเริ่มมันมาจากการตัดสินใจครั้งนั้นนั่นแหละ เราไม่ให้คุณบิดเป็นอื่นหรอก
Can’t wait ค่า
ช่วงนี้เปิด X ทีไร นวัตกรรมใหม่ๆ คือขึ้นฟีดแบบฉ่ำ! 🚀รายการ #ประเทศโลกที่1 วันศุกร์นี้อิฉันเลยจะมาชวนคุยเรื่อง Innovation Ecosystem ของนอร์ดิกกันแบบกรุบกริบ ปักหมุดรอเลยนะคุณน้า ที่ช่อง @SitBeautiful เหมียนเดิมมมม! 🌟
นักวิทย์ติดทุนทั้งหลายชื่นชอบผลงานอาจารย์เชนแบบนี้ไหมคะ ทำงานดีทำงานฉ่ำ ฝึกกาเพื่อไทยให้เป็นนะคะ 💅 พรรคแดงมันชอบทำงาน ให้ไปอยู่ไหนก็แก้ปัญหาให้ตลอด เปิดใจเลือกกันบ้างค่ะ อย่า hop อย่างเดียว ✨
ภายใต้คำถามที่เรามักได้รับเสมอว่า "ทำไมเด็กไทยเก่ง ๆ ถึงปฏิเสธทุนรัฐบาลและเลือกไปเติบโตในต่างประเทศ?"
ขณะนี้ เรากำลังเข้ามาแก้ปัญหาที่ต้นตอครับ เพราะต้องยอมรับว่าโครงสร้างทุนเดิมมีเงื่อนไขผูกมัดที่ยาวนาน โดยเฉพาะทุนระดับ ม.ปลาย ที่เมื่อรวมภาระต้องชดใช้ทุนถึง 2 เท่า และเบี้ยปรับกรณีผิดสัญญาที่สูงถึง 3 เท่า สิ่งเหล่านี้ทำให้ทุนรัฐบาลขาดแรงดึงดูดเมื่อเทียบกับทางเลือกอื่นในปัจจุบันที่ยืดหยุ่นกว่ามาก ยุคนี้โลกหมุนเร็ว บริบทการทำงานและความคิดของคนรุ่นใหม่ก็เปลี่ยนไปเยอะครับ เราเลยมาตั้งโจทย์กันใหม่ว่า ทำยังไงให้คนเก่งๆ ยังมีไฟ อยากอยู่ในระบบวิจัยของประเทศ โดยไม่รู้สึกว่าถูกผูกมัดหรือตีกรอบมากเกินไป?
ทางออกในวันนี้คือการปรับโครงสร้างให้ยืดหยุ่น เพื่อลดภาวะ "สมองไหล" ออกนอกระบบ
วันนี้จึงถือเป็นอีกหมุดหมายสำคัญ ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายทุนพัฒนากำลังคนฯ กระทรวง อว. ได้มีมติเห็นชอบ "ปลดล็อก" เงื่อนไขทุนรัฐบาลด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีครั้งประวัติศาสตร์ เพราะผมเชื่อเสมอว่า ทุนรัฐบาลต้องไม่เป็นพันธนาการ
สิ่งนี้ต้องเป็นใบเบิกทางให้ “คนเก่งกลับมาสร้างประเทศ”
การ Transition กฎเกณฑ์ครั้งใหญ่นี้ เราปรับลดระยะเวลาชดใช้ทุนเหลือ 1 เท่า (สูงสุดไม่เกิน 10 ปี) และหั่นเบี้ยปรับลงครึ่งหนึ่ง ทำให้ยอดชดใช้รวมลดจาก 3 เท่าเหลือเพียง 2 เท่า
ที่สำคัญ เราเปิดกว้างให้นับอายุงาน Post doc หรือการทำงานในบริษัทเอกชนชั้นนำด้านนวัตกรรมทั้งในและต่างประเทศได้สูงสุด 2 ปี เป็นระยะเวลาชดใช้ทุน
รวมถึงมอบอิสระมากขึ้น หากใช้ทุนมาแล้วไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง สามารถขอย้ายสังกัดไปยังหน่วยงานรัฐอื่นได้แม้องค์กรเดิมจะไม่ยินยอม หรือเปิดช่องให้ย้ายสู่ภาคเอกชนได้เต็มตัว หากบริษัทปลายทางรับชำระเงินทุนคงเหลือแทน โดยเงื่อนไขนี้มีบทเฉพาะกาลให้มีผลย้อนหลังได้ด้วย
ความท้าทายระดับโครงสร้างนี้ ขับเคลื่อนไม่ได้ด้วยหน่วยงานเดียว ผมต้องขอขอบคุณ สป.อว., สอวช. และ สวทช. ที่ร่วมกันออกแบบทางออก พร้อมกำหนดให้คณะกรรมการนโยบายทุนฯ เป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาดหากเกิดข้อพิพาท เพื่อลดปัญหาฟ้องร้องและสร้างความอุ่นใจแก่ผู้รับทุน
ท้ายที่สุด ผมรับรู้ถึงข้อห่วงใยของคนรุ่นใหม่ต่อความกดดันในการใช้ทุน ขอให้มั่นใจครับว่า นโยบายของเราคือการเปิดโอกาสให้นักเรียนทุนได้ทำงานตรงความเชี่ยวชาญ มีความสุขกับงาน และสั่งสมประสบการณ์จริงทั้งในเวทีวิจัยระดับโลกและภาคอุตสาหกรรม
การปรับเปลี่ยนครั้งนี้อาจท้าทายกรอบคิดเดิมของระบบราชการ แต่ผมเชื่อมั่นว่า หากเรากล้ายืดหยุ่นและมอบอิสระอย่างถูกทิศทาง ประเทศไทยจะได้มันสมองหัวกะทิกลับมาเป็นฟันเฟืองขับเคลื่อนเทคโนโลยีขั้นสูงได้อย่างยั่งยืนแน่นอนครับ
หลังจากนี้ กระทรวง อว. จะเร่งนำเสนอแนวทางต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) และจะผลักดันให้มีผลบังคับใช้ทันภายในปีนี้ทันทีครับ
Trip. Atir. retweeted
รถขยะ EV 6,000 ล้าน ทำไมผมถึงลงมติให้กรอบงบประมาณเดินต่อ
(ผมขออนุญาตเขียนยาวหน่อยนะครับ)
ผมดีใจครับ วันนี้สังคมมีการพูดคุยกันเรื่องโครงการรถขยะ EV ของ กทม. กันเยอะมาก ทั้งเรื่อง TOR, Pilot Project, Spec, สถานีชาร์จ, Outsource รวมถึงการย้อนกลับไปถึงโครงการในอดีตที่ได้รับงบประมาณแล้ว แต่สุดท้ายไม่สามารถดำเนินการจัดหาได้
ผมอ่านและรับฟังข้อทักท้วงเหล่านี้ทั้งหมดครับ และหลายเรื่องผมก็คิดว่าเป็นคำถามที่ควรถามด้วยซ้ำ
แต่สิ่งที่ผมคิดว่าเราอาจมองต่างกันจริงๆ ไม่ใช่ว่าใครเห็นหรือไม่เห็นความเสี่ยง แต่อยู่ที่ว่า เมื่อเราเห็นความเสี่ยงแล้ว เราให้น้ำหนักกับมันอย่างไร และเลือกใช้วิธีไหนในการบริหารความเสี่ยงนั้น
สำหรับผม การจัดการความเสี่ยงของโครงการไม่ได้มีวิธีเดียวว่า ถ้ามีความเสี่ยงแล้วต้องตัดงบออก
เพราะการพิจารณางบประมาณเป็นเพียงหนึ่งในด่านของการตรวจสอบ ไม่ใช่ด่านสุดท้าย หลังจากกรอบงบประมาณผ่านไป โครงการยังมีอีกหลายขั้นตอน ทั้งการจัดทำ TOR การกำหนด Spec และเงื่อนไข ราคากลาง การจัดซื้อจัดจ้าง การแข่งขันของผู้ประกอบการ การทดสอบสมรรถนะ การส่งมอบ การตรวจรับ ไปจนถึงการเบิกจ่ายและการใช้งานจริง
ในฐานะสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร หน้าที่ของเราก็ไม่ได้จบลงทันทีที่ยกมือโหวตงบ สภา กทม. ยังมีกลไกผ่านคณะกรรมการชุดต่างๆ ที่สามารถเรียกหน่วยงาน ขอเอกสาร และติดตามตรวจสอบการดำเนินงานต่อได้
เพราะฉะนั้น สำหรับผม ทางเลือกไม่ได้มีแค่ “ตัดงบเท่ากับตรวจสอบ” หรือ “ผ่านงบแล้วปล่อยให้ฝ่ายบริหารทำต่อ”
เราสามารถให้โครงการเข้าสู่ขั้นตอนต่อไป พร้อมกับใช้กลไกของสภาตรวจสอบในแต่ละด่านได้ และนี่เป็นหลักคิดสำคัญในการตัดสินใจของผมครั้งนี้
.
ถ้าพูดกันแบบง่ายๆ อีกด้านหนึ่งที่ผมมองเห็นจากโครงการนี้คือ “โอกาส”
ถ้าเราสามารถเปลี่ยนรถเก็บขยะชุดเดิมที่กำลังจะหมดสัญญา เป็นรถใหม่ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ใช้พลังงานที่มีต้นทุนต่ำลง และได้ค่าเช่าในราคาที่เหมาะสมและแข่งขันได้ ผมคิดว่านี่เป็นโอกาสที่ควรพิจารณา
แต่มีเงื่อนไขสำคัญที่สุดที่ต่อรองไม่ได้ครับ คือ รถใหม่ต้องทำงานได้จริง และคุณภาพการเก็บขยะต้องไม่แย่ลง
พูดภาษาชาวบ้านคือ ขยะต้องถูกเก็บตรงเวลา ไม่ตกค้าง และบริการต้องไม่สะดุด
รถที่จะนำมาใช้จึงต้องผ่านการทดสอบตามมาตรฐานและภารกิจของ กทม. ทั้งเรื่องน้ำหนักบรรทุก ระยะทาง ระบบอัดขยะ แบตเตอรี่ การชาร์จ และความสามารถในการทำงานต่อเนื่องในสภาพการใช้งานจริงของกรุงเทพฯ
อีกเรื่องที่สำคัญมากคือ TOR และ Spec ต้องเปิดการแข่งขัน ต้องกำหนดคุณสมบัติให้เราได้รถที่ทำภารกิจได้จริง แต่ไม่ใส่เงื่อนไขที่ไม่จำเป็นจนกีดกันผู้ประกอบการ หรือกลับไปเกิดข้อครหาเรื่องล็อกสเปกอีก
พูดง่ายๆ สิ่งที่ผมอยากเห็นจากโครงการนี้คือ รถใหม่ สะอาดกว่า ประหยัดกว่า ราคาแข่งขันได้ และที่สำคัญที่สุด ต้องเก็บขยะได้ดีอย่างน้อยเท่าเดิม
เพราะการเก็บขยะของกรุงเทพฯ หยุดไม่ได้แม้แต่วันเดียวครับ
.
ทีนี้ถ้าจะเข้าใจว่าทำไมผมถึงตัดสินใจให้กรอบงบประมาณเดินต่อ ผมคิดว่าต้องย้อนกลับไปดูเรื่องนี้ตั้งแต่ต้น เพราะโครงการรถขยะ EV ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นในปีนี้
ที่ผ่านมา สภา กทม. เคยอนุมัติงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับรถขยะ EV มาแล้ว ขณะเดียวกันก็มีสมาชิกตั้งคำถามกันมาตลอด ทั้งเรื่อง TOR คุณลักษณะรถ แบตเตอรี่ ระยะทาง สมรรถนะ การทดสอบ และการแข่งขันของผู้ประกอบการ
พูดอีกแบบก็คือ “ให้โครงการเดินหน้า” กับ “ตรวจสอบโครงการ” ไม่ได้เป็นเรื่องที่ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งมาตั้งแต่แรก
แล้วโครงการเดิมก็เกิดปัญหาขึ้นจริงครับ
มีทั้งข้อร้องเรียน ข้อทักท้วงเรื่อง TOR ราคากลาง การแข่งขัน รวมถึงข้อเสนอแนะจาก ป.ป.ช. และสุดท้ายหลายโครงการไม่สามารถจัดหาได้ตามแผน
จนวันที่ 24 กันยายน 2568 เมื่อสภาต้องพิจารณาว่าจะให้กันเงินของโครงการเดิมไว้เบิกเหลื่อมปีต่อหรือไม่ สภา กทม. มีมติไม่เห็นชอบให้กันเงินของโครงการรถของสำนักสิ่งแวดล้อม 4 โครงการ โดยในการพิจารณาครั้งนั้นก็มีการอภิปรายถึงปัญหา TOR คุณลักษณะรถ และสถานะของการจัดหาก่อนลงมติ
ผมมองเรื่องนี้แบบนี้ครับ ณ เวลานั้นโครงการมีปัญหา และเสียงส่วนใหญ่ของสภา กทม. ก็ตัดสินใจตามข้อเท็จจริงและสถานะของโครงการ ณ เวลานั้น
เพราะฉะนั้น ผมคิดว่าการนำสถานการณ์คนละช่วงเวลา และสถานะของโครงการที่ไม่เหมือนกัน มาเปรียบเทียบกันตรงๆ อาจไม่สะท้อนภาพทั้งหมด
#รถขยะ #กทม
(ต่อในคอมเมนต์นะครับ)
เราต้องทำตัวให้ Hopeful เข้าไว้นะคะ เพราะคน Hopeless มันไม่น่าฟีเจอร์ริ่งด้วยอย่างแรง ไม่ว่า context ใดๆก็ตาม จบ! 💅✨
ในวันที่สิ้นหวังและมืดมิด
สำหรับชินนี่ ความมืดหม่น เสมือนท้องฟ้าที่มืดครึ้ม
มันไม่มืดทุกวัน วันนึง มันก็ต้องสว่าง
และเมื่อมันสว่าง แสงนั้นจะเลอค่าที่สุด เพราะมันมีความมืดมาบดบัง
จง grateful และ hopeful กับทุกๆ วันค่ะ
คลิปเต็ม 👇
youtu.be/nhTTR9H5nL0?is=1g7C…




















