
coffee shop owner @dotcafe | bookstore owner dot.b | Man Utd supporter | movie watcher | book reader | music listener | life liver
Songkhla, Thailand
Joined March 2008
- Tweets222K
- Following778
- Followers10.8K
- Likes61
ถ้าอยากไปจีน แต่ไม่รู้ว่าอยากไปเมืองไหน ลองเลือกจากสิ่งที่ตัวเองชอบหรืออยากเจอ 🇨🇳
- ถ้าอยากเจอหิมะฟู ๆ วิวขาวโพลนเหมือนหลุดเข้าไปในเทพนิยาย : ฮาร์บิน
- ถ้าอยากเห็นทะเลสีฟ้า เมืองสวย ๆ บรรยากาศโรแมนติก : ต้าเหลียน
- ถ้าอยากสัมผัสเมืองจีนโบราณ บ้านเรือนริมน้ำ : ซูโจว
- ถ้าอยากย้อนประวัติศาสตร์จีน ดูกำแพงเมืองจีน : ปักกิ่ง
- ถ้าอยาก shopping ของถูก เดินตลาดค้าส่ง หรือเกี่ยวกับธุรกิจ : กว่างโจว
- ถ้าอยากเดินเล่นริมแม่น้ำ ชมตึกสวย ๆ และสัมผัสความเป็นเมืองท่า : ชิงเต่า
- ถ้าอยากเห็นทะเลสาบสีมรกต น้ำตก และธรรมชาติระดับโลก : จิ่วจ้ายโกว
- ถ้าอยากสัมผัสเมืองจีนที่มีความทันสมัย เทคโนโลยีล้ำ ๆ : เซินเจิ้น
- ถ้าอยากสัมผัสเมืองที่มีเอกลักษณ์ แสงไฟสวย และรถไฟทะลุตึก : ฉงชิ่ง
- ถ้าอยากเที่ยวเมืองใหญ่ แสงสี เจอผู้ชายหล่อ ๆ เดินไปทางไหนก็เหมือนเดินอยู่ในซีรีส์ : เซี่ยงไฮ้
- ถ้าอยากเจอหนุ่มตี๋ แต่งตัวดี มีสไตล์ : หางโจว
- ถ้าอยากเจอแพนด้า กินหม่าล่า และใช้ชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์ และหนุ่มหล่อหน้าคม ลุคอบอุ่น : เฉิงตู
ifine retweeted
จุดสามจุด. . . พบได้ทั่วไป. . . วิธีใช้มีรายละเอียดกว่าที่คิด. . .
จุดสามจุด จุดจุดจุด มีชื่อทางการว่า “จุดไข่ปลา” หรือ “เครื่องหมายไข่ปลา” (ellipsis / ellipsis dots) เป็นเครื่องหมายที่พบเห็นได้บ่อยมาก ใครเขียนฟิคหรือนิยายได้ใช้แน่นอน
มีวิธีใช้ 5 แบบ ดังนี้
1. ใช้เพื่อแสดงให้เห็นว่าประโยคแผ่วลงและสิ้นสุดโดยที่ยังไม่ครบความ
• But—oh, that music! That music! . . .
• No, certainly not; on the contrary . . . I only meant . . .
2. ใช้เพื่อแสดงการครุ่นคิด พินิจพิจารณา หรือความลังเล
• She could tell herself that the journey had been worthwhile . . . that every wrong turn had taught her something . . . that the destination no longer mattered . . . but she still unfolded the map each morning.
• I had finally planted something and watched it grow; however small it was, it was mine . . . Now, where could I put it so it would catch the sun?
• Perhaps . . . perhaps. There was still another way.
3. ใช้เพื่อแสดงว่าเราได้ละคำหนึ่งคำหรือมากกว่าในประโยคที่ยกมา
• The gardener’s note offers practical advice: “Give the seedlings plenty of sunlight . . . and shelter them from strong winds.” (ประโยคเต็ม: “Give the seedlings plenty of sunlight, water them regularly, and shelter them from strong winds.”)
• The review praises the novel’s restraint, noting that “its strength lies in the quiet conversations . . . rather than in dramatic events.” (ประโยคเต็ม: “its strength lies in the quiet conversations between its characters rather than in dramatic events.”)
4. ใช้สี่จุด (ellipsis + full stop) เมื่อละข้อความส่วนท้ายของประโยค โดยยังคง full stop ที่ปิดประโยคไว้ (มี space ก่อนจุดแรก)
• During the station’s anniversary broadcast, the presenter read from an old railway announcement: “Passengers for the coast / Please board the waiting train . . . .”
• After examining the telescope’s first images, the observer noted: “The clarity of the lunar craters exceeded our expectations . . . . Finer details . . . along the shadowed rim, remained difficult to distinguish.”
5. ใช้สี่จุด (full stop + ellipsis) เมื่อเราละเนื้อหาที่อยู่หลังประโยค แต่ข้อความที่ยกมายังไม่จบ (ไม่มี space ก่อนจุดแรก [full stop])
• The workshop guide explains why careful preparation matters. “A clean surface,” the instructor writes, “allows the paint to spread evenly and adhere properly. . . . Let each coat dry before applying the next.”
.
ทั้งนี้ ข้อควรระวังมี 3 ข้อ ได้แก่
1. ไม่ควรใช้จุดไข่ปลาขึ้นต้นข้อความที่ยกมา
ไม่ใช่: The festival programme describes the final performance as “. . . a procession of illuminated boats, accompanied by drums and flutes, that glides across the lake after sunset.”
แต่เป็น: The festival programme describes the final performance as “a procession of illuminated boats . . . that glides across the lake after sunset.”
ข้อยกเว้น: ในนิยายหรือบทพูดอาจใช้จุดไข่ปลาขึ้นต้นได้ เพื่อแสดงน้ำเสียงหรือความลังเลของผู้พูด
“What were you going to say?”
“. . . Nothing. Forget it.”
2. ระหว่างแต่ละจุด ต้องมี space
ไม่ใช่: …
แต่เป็น: . . .
(ข้อนี้ tricky นิดนึง ลองไปรีเสิร์ชมาเพิ่ม มันแล้วแต่ว่ายึดสไตล์แบบไหน ของ Chicago บอกให้เว้น แต่ AP ไม่ต้องเว้น ส่วน Oxford (เท่าที่ไปเปิดมา) บอกแค่ว่ามี space หรือไม่มีขึ้นอยู่กับ สนพ. โดยไม่ได้เจาะจงว่าต้องใช้แบบไหน แต่ลองกวาดตาดูหน้าอื่น ๆ แล้ว Oxford ใช้แบบติดกัน)
3. ไม่ควรแยกจุดไข่ปลากลุ่มเดียวกันให้ไปอยู่คนละบรรทัด (ข้อนี้ต้องใช้ภาพบรรยาย แปะไว้ในเม้นละ แนบไว้ต้นโพสเดี๋ยวมันไปบีบภาพปก จะไม่สวยเอา 55555)
.
.
.
ปกติเวลาเขียนอะไรแบบนี้จะรวมเนื้อหาจากหนังสือหลาย ๆ เล่มแล้วเอามาเรียบเรียงใหม่ แต่ของเคส ellipsis นี่รู้สึกของ Chicago เขียนเคลียสุดเลยแปลมาทั้งดุ้นเลย แล้วก็ดัดแปลงตัวอย่างให้มันง่ายขึ้น (ตัวอย่างของ Chicago บางอันนี่ยากเกิน)
ใครมีอะไรอยากถามเม้นมาได้เลย
ifine retweeted
Sonnet 116 เป็นบทกลอนของเชคสเปียร์ที่เราชอบที่สุด ทุกครั้งที่ได้อ่านจะรู้สึกว่า ให้อภัยตัวเองได้มากขึ้นที่เลือกเรียนตามใจรัก y-y
“ความรักไม่แปรผันตามโมงยามของกาลเวลา หากแต่คงอยู่จนสิ้นวาระสุดท้าย
หากนี่ไม่ใช่ความจริงแท้แล้วไซร้— ข้าคงไม่เคยขีดเขียนงานใด แลไม่มีผู้ใดเคยรู้จักรัก”
ifine retweeted
ปิตา (ธิปไต) ย รวมเรื่องสั้นที่ได้รับการรีวิวว่าค่อนข้างเกรี้ยวกราด ทว่า บาดลึก เฉือดเฉือน และเปิดแผลให้เห็นแบบไม่ยั้งมือหลากหลายอารมณ์ทุกข์ความรู้สึก
เธอยอมรับว่า เป็นนักเขียนเฟมินิสต์ ภายหลังผ่านเรื่องราวมากมาย มองเห็น สัมผัสถึงปิตาธิปไตยในสังคมไทย จนเกินกว่าจะนิ่งเงียบ
BookBar สนทนากับ ‘ชิรณะ’ ผู้เขียนหนังสือ ปิ(ตาย) Wish We All Die in Peace หนังสือที่จะเล่าถึงแหล่งกำเนิดของ ‘ปิตาย’ และกระบวนการทำงานของนักเขียนคนหนึ่งที่เขียนงานหลากหลายแนว
ฟังทั้งหมดได้ทุกช่องทางของ 'ประชาไท'
.
YouTube : youtu.be/VleIPoV8cDs
Spotify : pct.fyi/podcast-spotify
Apple Podcasts : pct.fyi/podcast-apple
Podbean : pct.fyi/podbeen
#BookbarPodcast #PrachataiPodcast #BookBar #Prachatai #ปิตาย #WishWeAllDieinPeace #ชิรณะ #หนังสือ #book
ifine retweeted
— — — — —
อ่านมาทั้งหมดนี้ ทุกท่านคงเห็นเหมือนดิฉันค่ะ หนึ่งปีผ่านไป คำถามเดิมยังไม่ได้คำตอบเดิม เอกสารไม่ส่ง กฎหมายก็อ้างไม่ได้ กำไรจำไม่ได้ รายชื่อคนขายก็ไม่ให้ สัญญาก็ไม่ยอมเปิด ทุกครั้งที่ถามว่าเงินของทหารผ่านศึกไปอยู่ที่ไหน คำตอบที่ได้คือความเงียบ แต่พอถามเรื่องโบนัสผู้บริหาร กลับมีระเบียบที่ออกเองและเซ็นเองรองรับไว้อย่างเรียบร้อย
ดิฉันอยากถามตรง ๆ ว่า มีหน้าไปมองตาพ่อแม่พี่น้องทหารผ่านศึกได้ยังไง คนที่เคยแบกปืนไปรบ คนที่เสียขา เสียแขน วันนี้ยังต้องเขียนจดหมายร้องเรียนว่าเข้าไม่ถึงสิทธิของตัวเอง ขณะที่องค์กรที่ตั้งขึ้นมาเพื่อดูแลพวกเขา ไม่กล้าแม้แต่จะบอกว่าสลากของทหารผ่านศึกไปอยู่ในมือใคร
ถ้าไม่มีอะไรต้องปิด ก็เปิดมาเลยค่ะ 20 ธันวาคมนี้ ดิฉันจะติดตามว่า อผศ. ทำตามที่ยืนยันไว้กลางที่ประชุมหรือไม่ ฝากทุกคนช่วยกันจับตา เพราะเงินนี้เป็นของทหารผ่านศึก ไม่ใช่ของทุนเทารายใด
khaosod.co.th/politics/news_…
ดิฉันคงต้องตั้งคำถามกับผู้บริหารองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกว่า #ทหารมีไว้ทำไม ทหารมีไว้ไปออกรบ แต่คนที่ไปรบมาจริงๆ เงินรายปียังไม่ได้เท่าคนนั่งห้องแอร์ที่ออกระเบียบมาปรนเปรอให้โบนัสตัวเองเลย ทำไมถึงกล้าทำได้แบบไม่อาย
(4/4)
ifine retweeted
A beautiful tribute to the legendary Patrick Stewart! 🎨
✏️Artist: Sean Anetsberger (the_art_coach)
#PatrickStewart #StarTrek #PortraitArt
ifine retweeted
หลังจากวานนี้ (29 ต.ค. 69) เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สอท. สอบปากคำ "ชัยรัตน์" ผู้ถูกกล่าวหาเป็นแอดมินเพจ Godd Dam เพิ่มเติม โดยเป็นการสอบปากคำในช่วงค่ำตั้งแต่ 19.30 น. จนถึงเวลาประมาณ 22.00 น.
เช้านี้ เวลาราว 10.00 น. ตำรวจเตรียมจะนำตัวชัยรัตน์ไปขอฝากขังระหว่างสอบสวนต่อศาลอาญาต่อไป ขณะที่ทนายความเตรียมยื่นคัดค้านการฝากขังดังกล่าว
📌 ย้อนอ่านข่าว tlhr2014.com/archives/87496
ifine retweeted
👉องค์การทหารผ่านศึกชี้ช่องรวย! สอนวิธีเปลี่ยน 'โควตาหวยรัฐบาล' ให้กลายเป็นเงินทอนปีละหลายร้อยล้านโดยไม่ผิดระเบียบราชการ👈
ถ้าคุณคิดว่าการทุจริตในระบบราชการไทยต้องเป็นการยักยอกเงินสด หรือการรับสินบนใส่ซองสีน้ำตาลใต้โต๊ะแบบโบราณ... คุณกำลังประเมินสกิลวิศวกรรมการเงินของคนนั่งห้องแอร์ต่ำไปมาก
เพราะนี่คือโมเดลการฟอกส่วนต่างที่แนบเนียน ชาญฉลาด และถูกต้องตามระเบียบทุกระเบียดนิ้ว
แต่เป็นโมเดลที่เหยียบอยู่บนคราบเลือดและหยาดน้ำตาของทหารผ่านศึกผู้สูญเสียอวัยวะทั่วประเทศ
เรื่องมันเริ่มจาก "สินทรัพย์ตั้งต้น" ที่ประเมินค่าไม่ได้
รัฐบาลไม่ได้จัดสรรโควตาสลากกินแบ่งให้องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก (อผศ.) เพราะเห็นว่าองค์กรนี้เก่งกาจด้านการค้าขาย
แต่รัฐบาลมอบให้งวดละราว 1,000,000 ใบ (10,988 เล่ม) ตกปีละกว่า 26,000,000 ใบ เพราะสิ่งนี้ถูกแลกมาด้วยชีวิต แขน ขา และดวงตาของคนที่ออกไปรบเพื่อประเทศชาติกลับมา
เจตนารมณ์มีเพียงข้อเดียว เอาโควตานี้ไปให้ทหารผ่านศึกตัวจริงขายเพื่อเลี้ยงชีพ หรือแปรเปลี่ยนกำไรทั้งหมดกลับมาเป็นกองทุนสวัสดิการ ค่ายา และเงินยังชีพให้คนที่พิการ
แต่นักบริหารห้องแอร์มองเห็นขุมทองที่ซ่อนอยู่ในกระดาษใบเล็กๆ ที่ใช้พับนกได้ตอนโดนหวยแดกเหล่านี้
หลักสูตรวิศวกรรมการเงิน Step ที่ 1
ทำความเข้าใจสิ่งที่เรียกว่า Arbitrage (ส่วนต่างที่ไร้ความเสี่ยง)
กองสลากส่งมอบสลากให้ อผศ. ในราคาทุนใบละ 70.40 บาท
แต่ทุกคนรู้ แฟนคลับรู้... ว่าสลากกินแบ่งในตลาดทั่วไปถูกนำไปรวมชุดและขายส่งให้ยี่ปั๊วในราคาใบละ 90 ถึง 105 บาท
ส่วนต่างตรงนี้คือ 20 ถึง 30 บาทต่อใบ
ใช้ความรู้คณิตศาสตร์ระดับประถมคูณเลขดู
งวดละ 1 ล้านใบ = ส่วนต่างงวดละ 20,000,000 ถึง 30,000,000 บาท ปีหนึ่งมี 24 งวด = ส่วนต่างเงินสดที่ลอยไปลอยมาสูงถึง 500,000,000 ถึง 720,000,000 บาทต่อปี
นี่ไม่ใช่ตัวเลขที่มโนขึ้นมาเองนะ มันคือเงินสดหมุนเวียนก้อนยักษ์ที่เกิดขึ้นทุกๆ 15 วัน
หลักสูตร Step ที่ 2
การขายแบบ "คนดีมีศีลธรรม"
ถ้าคุณเป็นผู้บริหารที่อยากทำเพื่อทหารผ่านศึกจริงๆ คุณก็แค่เอาสลาก 1 ล้านใบนี้ไปขายในราคาตลาด แล้วเอากำไร 500-700 ล้านบาทนั้น เข้ากองทุนทหารผ่านศึกให้หมด
แต่ถ้าทำแบบนั้น เงินจะกลายเป็นรายได้แผ่นดินทันที
เงินถูกส่งเข้าบัญชีงบประมาณ ต้องถูก สตง. เข้ามาตรวจสอบ ต้องเปิดเผยต่อสภาผู้แทนราษฎร และที่สำคัญที่สุด... คนข้างในจะแตะต้องเงินก้อนนี้ไม่ได้แม้แต่บาทเดียว
อผศ. จึงคิดค้นนวัตกรรมการขายสุดล้ำเลิศบรรเจิด ที่ไม่มีนักธุรกิจที่สติดีคนไหนในโลกทำกัน
นั่นคือการนำสลากทั้งหมดไปทำสัญญาส่งมอบให้บริษัทเอกชนคนกลาง ในราคาใบละ 70.40 บาทถ้วน
ขายให้ในราคาทุนเป๊ะ ไม่บวกกำไรให้องค์กรสักสลึง
ลองนึกภาพตามง่าย ๆ เหมือนคุณได้รับสิทธิครอบครองที่ดินทองคำใจกลางสยามสแควร์มาฟรีๆ แทนที่คุณจะเปิดให้เช่าหารายได้เข้าบ้าน คุณกลับยกสิทธินั้นให้เพื่อนสนิทไปเปิดห้าง โดยเก็บค่าเช่าเท่ากับภาษีที่ดินแบบไม่เอากำไรสักบาท
หลักสูตร Step ที่ 3
แปลงส่วยให้กลายเป็น "บุญ" ด้วยคำว่า "จิตศรัทธา"
เมื่อเอกชนได้รับสลากไปในราคาทุน 70.40 บาท เอกชนก็นำไปปล่อยในตลาดมืด ฟันกำไรเนื้อๆ เน้นๆ ปีละหลายร้อยล้านบาทเข้ากระเป๋าตัวเอง
แล้ว อผศ. ได้อะไร?
นี่แหละคือท่าไม้ตายที่เอามาบอกชี้ช่องรวย
อผศ. ไม่ทำสัญญาค้ากำไร แต่ทำสัญญาปากเปล่า (ชายชาติชาติทหารเขาต้องใจ ๆ กันดิวะ) ให้เอกชนนำเงินกลับมาบริจาคให้ตามจิตศรัทธา
คำว่า "เงินบริจาค" ในทางกฎหมาย มีสถานะวิเศษราวกับเวทมนตร์
เพราะมันไม่ใช่เงินรายได้จากการขายสลาก มันจึงไม่ต้องเข้า พ.ร.บ. จัดซื้อจัดจ้าง ไม่ต้องเปิดประมูล ไม่ต้องปฏิบัติตามระเบียบการเงินที่เข้มงวด และไม่ต้องตอบคำถามใครว่าทำไมปีนี้ได้มาก ปีนี้ได้น้อย
จากเงินส่วนต่างในตลาดปีละ 500–700 ล้านบาท... มีเงินบริจาคไหลกลับเข้ามาที่ อผศ. เพียงปีละประมาณ 70 ล้านบาท
แล้วเงินส่วนต่างอีกกว่า 400 - 600 ล้านบาทต่อปี หายไปไหน? อยู่ในกระเป๋าใคร? มีเงินทอนกลับมาให้ใครใต้โต๊ะหรือไม่?
ไม่มีใครรู้ เพราะมันถูกซ่อนอยู่ในคำว่าความสมัครใจของผู้บริจาค
หลักสูตร Step ที่ 4
สถานีปลายทาง... ห้องแอร์ของผู้บริหาร
เงินที่ไหลกลับเข้ามาในคราบเงินบริจาค ดูเหมือนจะถูกนำเข้าสู่ระบบที่เรียกว่า "7 กิจการพิเศษของ อผศ." ซึ่งมีสำนักงานจัดจำหน่ายสลากกินแบ่งและบุหรี่เป็นหนึ่งในนั้น
จากนั้น กลไกมหัศจรรย์ชิ้นสุดท้ายที่จะพาให้ "รวยไม่ไหว" ก็ทำงาน
ผู้บริหารระดับสูงใช้อำนาจภายในองค์กร "ออกระเบียบเอง ลงนามอนุมัติเอง" เพื่อจัดสรรเงินรางวัลประจำปี หรือ "โบนัส" ให้กับตัวเอง
นั่งบริหารจัดการโควตากระดาษอยู่ในห้องแอร์ ไม่ต้องเสี่ยงตาย ไม่ต้องออกแดด แต่ได้รับโบนัสปีละหลายหมื่นถึงหลายแสนบาท ถูกต้องตามระเบียบที่ตัวเองเป็นคนเซ็นทุกประการ
คราวนี้ลองตัดภาพมาดูความเป็นจริงที่กรีดแทงหัวใจคนไทยทั้งประเทศ
ในขณะที่คนนั่งห้องแอร์รับโบนัสจากกิจการหวยปีละหลายรอบ...
ทหารผ่านศึกชั้นที่ 1 ผู้สูญเสียแขน ขา ตาบอด หรือทุพพลภาพจากการเหยียบกับระเบิดในสมรภูมิ กลับได้รับเงินเลี้ยงชีพและเงินผดุงเกียรติเพียงน้อยนิด บางคนได้หลักร้อย บางคนได้พันกว่าบาทต่อเดือน
ทหารผ่านศึกตัวจริงจำนวนมากยังต้องเขียนจดหมายร้องเรียนว่าเข้าไม่ถึงสิทธิรักษาพยาบาล ครอบครัวยากจนข้นแค้น ลูกหลานไม่มีทุนเรียนหนังสือ
และทหารผ่านศึกที่เดินกะเผลกขายลอตเตอรี่อยู่ตามสี่แยก แทบไม่มีใครเคยได้สัมผัสโควตา 70.40 บาทนี้เลยแม้แต่คนเดียว พวกเขาต้องไปรับหวยต่อมาจากยี่ปั๊วในราคาใบละ 90 กว่าบาท เพื่อมาเดินขายกำไรใบละ 5 บาท 10 บาท ประทังชีวิต
เลือดเนื้อที่เสียสละเพื่อชาติ ถูกนำมาแปรรูปเป็นตั๋วทองคำให้ไอ้ตัวอัปรีย์ตัวไหนเสวยสุข และให้ผู้บริหารนำมาแจกโบนัสให้ตัวเอง
ความพีคที่สุดเพิ่งเกิดขึ้นสดๆ ร้อนๆ ในห้องประชุมกรรมาธิการติดตามงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร
เมื่อ สส. เรียกตรวจเอกสาร 7 รายการ ทั้งงบการเงิน สัญญากับเอกชน และรายชื่อตัวแทน 130 รายที่อ้างว่าเป็นผู้ขาย
ผู้แทน อผศ. กลับตอบกลางสภาด้วยสีหน้าเรียบเฉยว่า: "เอกสารทั้งหมดส่งต้นฉบับให้ ป.ป.ช. ไปหมดแล้ว อผศ. ใช้ระบบกระดาษ ไม่มีไฟล์คอมพิวเตอร์ และไม่มีสำเนาเก็บไว้เลยแม้แต่แผ่นเดียว"
ในยุคที่ประเทศไทยพูดถึง AI... หน่วยงานที่บริหารเงินปีละหลายพันล้าน อ้างหน้าตาเฉยว่า "เราไม่มีคอมพิวเตอร์ และทำสำเนาเอกสารไม่เป็น" เพื่อปกปิดว่าโควตาหวยของทหารผ่านศึกไปตกอยู่ในมือเอกชนเจ้าไหน
นี่ไม่ใช่ความล้าหลังของระบบราชการ
มองจากดาวอังคารก็รู้ว่าแค่ข้ออ้างที่จงใจสร้างขึ้น เพื่อขัดขวางทำลายการตรวจสอบ
แต่เกมนี้กำลังจะจบลง
เพราะสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลยืนยันกลางสภาแล้วว่า โควตาทั้งหมด 1 ล้านใบนี้ "สามารถนำเข้าขายบนแอปพลิเคชัน 'เป๋าตัง' ได้ทันที 100%"
ถ้าขายผ่านเป๋าตัง:
ยี่ปั๊วคนกลางจะสูญพันธุ์ทันที
เครือข่ายนอมินี 130 รายชื่อผีจะหายไปในพริบตา
กำไรทุกบาททุกสตางค์จะถูกโอนตรงเข้าบัญชีสวัสดิการของทหารผ่านศึกตัวจริงโดยไม่ต้องผ่านจิตศรัทธาของใคร
เดดไลน์ที่กองสลากขีดเส้นไว้คือ วันที่ 20 ธันวาคมนี้
จับตาดูกันให้ดีว่า ผู้บริหาร อผศ. จะยอมกดปุ่มพาทหารผ่านศึกเข้าสู่ระบบดิจิทัลที่โปร่งใส...
หรือจะยอมแถต่อหน้าประชาชน เพื่อปกป้องระบบโควตากระดาษและเงินทอนหลายร้อยล้านไว้ให้ใครบางคนต่อไป
แต่บอกไว้ตรงนี้เลยนะ... อย่าคิดว่าเรื่องนี้จะเงียบหาย เพราะพวกเราจะไม่มีวันหยุดล่า
จะตามขุดให้ถึงราก จะกระชากดากออกมาให้แผ่นดินนี้ได้เห็นว่า อ้ายอีหน้าไหนที่กล้าสูบเลือดเนื้อของคนที่ไปรบมาปรนเปรอชีวิตตัวเอง!
วงจรอุบาทว์ที่หากินบนแขนขาและความพิการของทหารชั้นผู้น้อย... มันโยงไปถึงนายทุนคนไหน สาวไปถึงเก้าอี้ของใคร ยศใหญ่แค่ไหน...เดี๋ยวได้รู้กัน
ท่านใดรักชาติ หวงแหนแผ่นดิน ห่วงใยพ่อแม่พี่น้องทหารผ่านศึก อย่าเลื่อนผ่าน ดิฉันอยากชวนทุกคนมาช่วยกันตามล่าหาส่วนต่างจากโควต้าหวยของทหารผ่านศึก รวมถึงเงิน 7กิจการ ขององค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ว่ามันถูกบริการจัดการไปอย่างโปร่งใส ถึงมีคนไปรบมาจริงหรือไม่ หรือ มีใครมาหาเศษหาเลยหรือป่าว
ถ้าทุกคนยังจำกันได้ ปีที่แล้ว ดิฉันและธนเดช ตั้งคำถามว่าทำไมโควตาหวยขององค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก (อผศ.) งวดละราว 1 ล้านใบ (10,988 เล่ม เล่มละ 100ใบ) ถึงถูกขายในราคาทุนให้คนกลางที่ไม่เปิดเผยชื่อ!?
คืองี้ อผศ. ได้โควต้าสลากกินแบ่งจากกองสลากมางวดละ ล้านใบ ต้นทุนใบละ 70.4บาท เพื่อเอาขายได้กำไรมาแล้วให้มาแจกจ่ายกับพ่อแม่พี่น้องทหารผ่านศึก หรือ ให้ทหารผ่านศึกได้เอาไปขายเพื่อเลี้ยงชีพ แต่ อผศ กลับเอาหวยที่ได้มา ไปทำสัญญากับเอกชน ขายให้เอกชน 70.4บาท ราคาทุนเป๊ะ ไม่บวกกำไร แล้วให้เอกชนเอาไปขายแล้วบริจาคกลับมาให้ตามจิตศรัทธา แบบนี้ได้หรอ ? ได้ไม่ได้ไม่รู้ แต่ทำแบบนี้กันมาช้านาน
โดยมีแค่สัญญาปากเปล่าว่าเอกชนจะบริจาคกลับ อผศ. กำลังเอื้อผลประโยชน์ให้ใครหรือไม่ ? เอกชนพวกนั้นมีตัวตนจริงไหม ? หรือ แค่ นอมินีมารับหวยให้ใครเฉยๆ ทำให้เงินกว่า 200 ล้านบาทต่อปี ไม่ถึงมือทหารผ่านศึกตัวจริง ขณะที่ทหารชั้นผู้น้อยยังต้องร้องเรียนว่าเข้าไม่ถึงสิทธิ/สวัสดิการที่ควรได้ คนที่เสียอวัยวะ สละชีพ ในสนามรบจริงๆ ต้องรอสวัสดิการที่ไม่มาถึง แต่เงินของพวกเขากลับไหลไปที่อื่น เราถามอดีต ผอ.อผศ. ที่ลงสมัครกับพรรคกล้าธรรมไปแล้วว่าเคยเห็นความผิดปกติไหม จัดการไปกี่เคส facebook.com/reel/1097285355…
หนึ่งปีผ่านไป ยังไม่มีคำตอบ เมื่อวานนี้ (28 ตุลาคม) ดิฉันจึงเชิญผู้แทนของ อผศ. เข้ามาชี้แจงในคณะกรรมาธิการติดตามงบฯ พร้อมทั้งขอเอกสารไปทั้งหมด 7 รายการ แต่ไม่ได้แม้แต่แผ่นเดียวเลย ทุกท่านเชื่อไหมว่า อผศ. ชี้แจงยังไงในกรรมาธิการอย่างไร
-เชิญ ผอ.มา 2 ครั้ง ไม่ตอบรับ
-ขอเอกสารไป 7 รายการ ซึ่งเกี่ยวกับงบการเงิน ผู้ที่รับโควต้าจาก อผศ การจ่ายโบนัส ไม่ให้ เอกสารตามนี้เลย
-ชี้แจงไปเหวี่ยงไป หงุดหงิดใส่ กมธ ไป แบบเก็บทรงไม่อยู่ขนาดหนัก
(1/4)
ifine retweeted
เนื่องจาก มีคนสอบถามมาเยอะเกี่ยวกับ ทริป เซิ้นเจิ้น ของเรานะคะ เลยลองสรุปจากที่ตัวเองลองศึกษามานะคะ เผื่อเป็นประโยชน์กับคนที่จะไปดูคอนแบบเรา
1. อยากให้เวท เรื่องค่าใช้จ่าย สำหรับเรา
เรารู้สึกว่าประหยัดไปได้เยอะในเรื่องของค่าโรงแรม ค่าตั๋วยังพอๆกันอยู่ ค่าเดินทางอยู่ที่เราเลือก แต่ชอบนั่ง Didi ในจีนเพราะสะดวกและถูก ที่ชอบสุดค่ากินค่ะ คนฮ่องกงยังข้ามมากินที่นี่เลยค่ะ 555
2. โรงแรม ของเราเลือกแถว Futain ค่ะ เพราะมีสถานีรถไฟแถวนั่น ระหว่างทางไปสถานนีเราไม่คิดเยอะ กดเรียกพี่ Didi ไปเลย 555 ถ้านั่งจากสถานีนี้จะไปลง West Kowloon เลย
3. จากคอน ต้องเพื่อ เวลาไว้ด้วยอยู่แล้วค่ะ มีหลายท่านมาช่วยให้ความรู้อยู่นะคะ ว่ามีด่านไหน เปิดปิดกี่โมง สำหรับคอนเรา เลิก 2 ทุ่ม เราเลยคิดว่า ไม่มีปัญหาค่ะ
4. จะทำเเพลนนี้ต้องเตรียมอะไร
ถ้าเข้าจีนต้องกรอกใบ Arrival Card ตามปกตินะคะ แต่ตอนข้ามไปฮ่องกง ไม่ต้องกรอกอะไร แต่ควรเตรียมเอกสารการเดินทางให้พร้อมอยู่เสมออยู่เเลวนะคะ การข้ามก็เห็นมีคนข้ามทึกวันอยู่ แต่ก็มีคนเตือนว่าถ้าเป็นผู้หญิงไปคนเดียว ก็อาจจะโดนเพ่งอยู่ค่ะ
ทำรูปแบบย่อยง่ายมาให้ค่ะ
มีใครไปคอนเด็กหลงไหมค่า เจอกันได้นะคะ 5555
ifine retweeted
เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2569 ศาลอาญารัชดา ได้นัดอ่านคำพิพากษา คดีปราศรัยหน้าธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักงานใหญ่ (SCB) หรือคดีชุมนุม #25พฤศจิกาไปSCB เป็นคดีความตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 หมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ มาตรา 116 และอีก 5 ข้อหาที่เกี่ยวเนื่อง
โดยนัดอ่านคำพิพากษาเวลา 09.00 น. แต่ต้องรอพรหมศร วีระธรรมจารี หรือ ฟ้า หนึ่งในจำเลยในคดีนี้ที่ต้องเดินทางมาจากโรงพยาบาลกลางราชภัณฑ์ หลังจากพักฟื้นจากการอดอาหารเป็นเวลา 96 วัน เพื่อเรียกร้องสิทธิการประกันตัว
คดีนี้มีจำเลย 5 คน คือ อานนท์ นำภา เป็นจำเลยที่ 1 ส่วนจำเลยที่ 2 และ 3 ได้หลบหนีไปแล้วศาลจึงจำหน่ายคดี ส่วนจำเลยที่ 4-7 คือ วรรณวลี ธรรมสัตยา หรือ ตี้ พงศธรณ์ ตันเจริญ หรือ บอย พรหมศร วีระธรรมจารี หรือ ฟ้า และ ณวรรษ เลี้ยงวัฒนา หรือ แอมป์
ระหว่างการพิจารณาคดีมีผู้สังเกตการณ์กว่า 50 คน ทำให้ห้องพิจารณาคดีไม่เพียงพอมีสำหรับทุกคน อาทิ เจ้าหน้าที่สถานทูตเยอรมัน สถานทูตสวิตเซอร์แลนด์ ศ.ดร. ธงชัย วินิจจะกูล ศาสตราจารย์กิตติคุณมหาวิทยาลัยวิสคอนซิน แมดิสัน ศ.ดร.สมชาย ปรีชาศิลปะกุล คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นต้น รวมถึงพ่อแม่ ผู้ปกครองของจำเลยทั้ง 5 ได้เดินทางมาให้กำลังใจด้วย
ก่อนศาลจะอ่านคำพิพากษา พงศธรณ์ ตันเจริญ หรือ บอย ได้อ่านคำแถลงต่อศาลมีใจความว่า ขอใช้โอกาสนี้เพื่อแถลงจุดยืนทางความเชื่อที่ยึดถือเสมอมาว่า ข้าพเจ้าเติบโตในความเชื่อคาทอลิก ซึ่งออกมาทำงานเพื่อรับใช้ผู้อื่นพร้อมกับการแสวงหาความยุติธรรม การยืนหยัดเพื่อความจริง และการเป็นปากเป็นเสียงให้แก่ผู้ไร้ปากเสียงในสังคม
“ข้าพเจ้าไม่อาจใช้ชีวิตนิ่งเฉยปัญหาในประเทศนี้ได้ จึงนำไปสู่การเคลื่อนไหวทางการเมืองแล้วก็กลายเป็นการฟ้องร้องในคดีนี้ การแสดงออกทางการเมืองของข้าพเจ้านั้นไม่ได้เกิดจากจิตใจที่มุ่งสร้างความเกลียดชัง หากแต่เกิดจากจิตสำนึกทางศีลธรรมและความเชื่อมั่นว่า สันติสุขจะเกิดขึ้นได้นั้นต้องเกิดขึ้นบนรากฐานของความยุติธรรม”
ศาลที่เคารพ ข้าพเจ้ายอมรับกระบวนการยุติธรรม และพร้อมที่จะรับฟังคำตัดสินของศาล แต่ข้าพเจ้าขอกล่าวทิ้งท้ายในห้องพิจารณาคดีแห่งนี้เอาไว้ว่า ‘คำตัดสินทางกฎหมายอาจกำหนดพันธนาการทางกายภาพของข้าพเจ้าได้ แต่ไม่อาจพันธนาการความจริงที่พระเจ้าทรงประทานให้แก่ข้าพเจ้าได้
“ข้าพเจ้าจะยังคงสวดภาวนาวอนขอให้สังคมไทยกลับมามีสันติสุขอีกครั้ง ขอให้บรรดานักโทษทางความคิดที่ถูกคุมขังได้รับการปล่อยตัวในเร็ววัน ขอให้เกิดความยุติธรรมบังเกิดขึ้นในสังคมไทย”
จากนั้นเวลา 10.20 น.ผู้พิพากษาศาลอาญาได้นัดฟังคำพิพากษาคดีว่า แม้รัฐธรรมนูญฉบับ 2560 จะรับรองสิทธิในการใช้สิทธิเสรีภาพในการแสดงออก แต่ต้องมีขีดจำกัดในการแสดงความคิดเห็น ซึ่งพฤติกรรมของนักกิจกรรมทั้ง 5 คนที่ปราศรัยหน้าเวที SCB นั้นเป็นการก้าวล่วง และดูหมิ่นสถาบันกษัตริย์ แม้การวิพากษ์วิจารณ์จะเป็นความ แต่ไม่มีกฎหมายยกเว้นให้แสดงความคิดเห็น
“ศาลจึงติดสินลงโทษจำคุกจำเลยทั้ง 5 คนในคดีตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 เป็นเวลา 4 ปี แต่ทุกคนให้การเป็นประโยชน์จึงลดโทษเหลือคนละ 2 ปี 8 เดือน” ผู้พิพากษาอ่านคำพิพากษา
หลังฟังคำตัดสิน อานนท์ นำภา ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ซึ่งถูกตัดสินจำคุกมาแล้ว 31 ปี 9 เดือน ต้องรับโทษเพิ่มเป็น 34 ปี 5 เดือน ให้สัมภาษณ์ ผลการตัดสินครั้งนี้ไม่เหนือความคาดหมาย แต่ถ้าบ้านเมืองเราเป็นประชาธิปไตยมากกว่าคงได้ประกันตัว
ขณะที่มาลัย นำภา แม่ของอานนท์ นำภา ได้เดินทางมาพร้อมหลานๆ จากจังหวัดร้อยเอ็ดเพื่อให้กำลังใจอานนท์ กล่าวสั้นๆ หลังจากได้ฟังคำพิพากษาว่า “ตั้งใจจะมารับลูกชายกลับบ้าน แต่เมื่อไม่ได้เป็นอย่างที่หวังก็คงต้องกลับมาเร็วๆ นี้และขอให้ลูกได้ออกจากเรือนจำเร็วๆ”
หลังอ่านคำตัดสินแล้วตำรวจศาลได้นำกุญแจมือมาคล้องข้อมือของ วรรณวลี ธรรมสัตยา หรือ ตี้ จำเลยที่ 4 และพงศธรณ์ ตันเจริญ หรือ บอย จำเลยที่ 5 ที่ไม่เคยถูกลงโทษในคดีอื่นเลย
ระหว่างนั้น จันทนา วรากรสกุลกิจ หรือ ซี ผู้หญิงแย่งปืนในเหตุการณ์สลายการชุมนุมเมื่อปี 2553 ที่สังเกตการณ์อยู่นั้นได้ทักท้วงว่า ทั้งสองคนยังไม่ได้เป็นนักโทษ จึงไม่มีสิทธิที่นำกุญแจมือมาใส่บุคคลทั้ง 2 ทำให้ตำรวจศาลต้องไขกุญแจออกจากมือ ซึ่งขณะนี้ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนได้ดำเนินการประกันตัวบุคคลทั้ง 2 คาดว่า จะใช้หลักทรัพย์ไม่เกินคนละ 2 แสนบาท
ifine retweeted
💥 5 ทศวรรษหลังเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 สารคดีพาย้อนทวนความทรงจำ และสำรวจบาดแผล ในเหตุการณ์ความรุนแรงทางการเมืองครั้งสำคัญของชาติ
.
เล่าเรื่องผ่านเสียงของผู้อยู่ในเหตุการณ์ ประจักษ์พยาน และผู้คนหลากหลายมุมมอง พร้อมตั้งคำถามต่อเราทุกคนว่า นั่นคือครั้งสุดท้ายหรือไม่ที่มีคนล้มตาย หายไป อย่างไร้วี่แววของความยุติธรรม
.
▶️ เปิดดูสารคดี #เช้านั้นวันพุธ Since That Wednesday… Fifty Years Caught Between Memory and Forgetting เวอร์ชัน UNCUT 90 นาที ได้แล้ววันนี้ ! ทาง VIPA.me และ VIPA Application
▶️ play.vipa.me/SDkPpWESC7b
ifine retweeted
A magical duo ❤️
SIR PATRICK STEWART (1940-2026)
Before everything else, Patrick was defined by being born and bred in Yorkshire, the proud county in the north of England which he loved to the end. You could hear it in his accented voice and in the stern honesty with which he told you what he thought and felt. Yorkshiremen have no truck with half-truths or avoidance of big issues. He wore his heart on his sleeve, which made him a man to rely on, to admire and in my case, love.
We first met as ambitious young actors with the Royal Shakespeare Company half a century ago but we weren’t in the same productions. My first strong memory was a few years later, meeting him in the street in central London when he told me about an offer to take over a leading part in 'Star Trek'. “But Patrick think of your stage career in the UK. Do you really want to risk—getting lost in Hollywood for years and years?”. Well, he took the risk and thank goodness for us all that he did for not just his devoted Trekkies but film and theatre audiences, who marvelled at his using international celebrity to star in a string of cinema successes ('X-Men' of course) and in great classical plays by Shakespeare, Ibsen, Arthur Miller, Peter Shaffer, Pinter and Beckett at Stratford-upon-Avon, in London’s West End and on Broadway.
America was his adopted home, where he met his adored Sunny who has cared for him through sickness and health, through thick and thin. But he never forsook his origins: and the proudest achievement of the most respected and beloved actor of his generation on either side of the Atlantic, was his appointment as Chancellor of Huddersfield University in Yorkshire.
His farewell performance in 'Avengers: Doomsday' is yet to be seen.
Ian McKellen 29 October 2026
Photo: University of Huddersfield















































